ทอง
ชิม ช้อป ใช้ 1,000 บาท ใช้ซื้อทองได้! คลังยัน โครงการนี้ไม่มีสวมสิทธิ์แน่นอน เมื่อวันที่ 2 ต.ค. นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการชิม ช้อป ใช้ ในส่วนกระเป๋าเงินแรก ที่ได้รับการอุดหนุนจากกระทรวงการคลังรายละ 1,000 บาท สามารถนำไปซื้อทอง จากร้านขายทองที่ร่วมโครงการได้ แต่ในส่วนกระเป๋าที่สอง ที่ผู้รับสิทธิ์จะได้รับเงินคืน (แคชแบ็ค) 15% หรือไม่เกิน 4,500 บาท ในวงเงินใช้จ่าย 30,000 บาทต่อรายนั้น ไม่สามารถนำไปซื้อทองคำได้ และไม่อนุญาตให้ร้านทองเข้าร่วมโครงการ โดยคลังจะชดเชยเฉพาะร้านค้าวิสาหกิจชุมชน สินค้าโอท็อป เป็นต้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สำหรับในช่วง 10 วันแรก มีผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์มาตรการชิม ช้อป ใช้ เต็มตามโควตา 1 ล้านรายทุกวัน โดยมีผู้ลงทะเบียนไม่ผ่านวันละประมาณ 2 แสนราย ซึ่งระบบจะเปิดให้ลงทะเบียนต่อเนื่องจนกว่าจะครบ 10 ล้านราย ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค. เวลา 00.00 น.เช่นเดิม จนกระทั่งครบกรอบเวลา 30 พ.ย. 2562 ทั้งนี้ การตรวจสอบสิทธิ์ผู้ลงทะเบียน 7 วันแรกเสร็จสิ้นแล้ว โดยมีผู้ได้รับสิทธิ์ 5,538,368 ราย ซึ่งผู้ลงทะเบียน
ทองคำขึ้นอีก 50 บาท สมาคมเตือนปรับฐานใหม่ที่ 22,000 บาท นายจิตติ ตังสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคํา เปิดเผยว่า ราคาทองในวันที่ 7 กันยายน ปรับเพิ่มอีก 50 บาท (1 บาททองคำ) หรือขายออกอยู่ที่ 21,950 บาท หลังจากราคาปรับลดลงต่อเนื่องมา 2 วันก่อนหน้านี้ โดยมีแนวโน้มว่าราคาทองคำจะยังผันผวนต่อเนื่องแต่อาจเคลื่อนไหวขึ้นหรือลงในช่วงแคบๆ และปรับฐานใหม่ในสัปดาห์หน้า แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าราคาทองคำจะยังไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท และมีโอกาสยืนยาวเกิน 22,000 บาทในปีนี้ “ตลาดค้าทองคำตอนนี้ผันผวนตามกระแสข่าวการตอบโต้ทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องอ่อนไหวของตลาดค้าทองคำทั่วโลก ส่วนค่าเงินบาทอ่อนค่า มีผลกระทบต่อตลาดค่อนข้างน้อย ตอนนี้การค้าตามร้านค้าทองคำ (ตู้แดง) ไม่ค่อยดีนัก มีหลายสาเหตุกดดัน ทั้งความผันผวนของราคาโลก ราคาที่ขยับขึ้นสูง ที่สำคัญ กำลังซื้อประชาชนหายไปหมด ไม่ว่าราคาจะเคลื่อนไหวต่ำลงในบางช่วงก็ไม่ได้ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจ และภาวะฝืดเคืองของเกษตรกร” นายจิตติ กล่าว นายจิตติ กล่าวว่า ภาวะส่งออกค่อนข้างอ่อนตัวลง หลังจากก่อนหน้ามีการส่งออกได้เพิ่มต่อเนื่องหลายเ
นักท่องเที่ยวแห่ร่อน ทองบางสะพาน ขุมทรัพย์ใต้ดินในตำนาน ชาวบ้านมารับซื้อถึงที่ ให้ราคางามบาทละ 4 หมื่น ใครโชคดีก็ได้ทองกลับบ้าน ทองบางสะพาน / เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ มีนักท่องเที่ยวจากทุกสารทิศของประเทศไทย เดินทางไปที่ศูนย์การเรียนรู้การร่อนทอง หมู่ที่ 6 บ้านป่าร่อน ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเข้าร่อนทองหวังเสี่ยงโชคในการร่อนทอง โดยมีนายบัวขาว มิ่งเมือง หรือลุงเล็ก หัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ฯ ให้ความรู้ในการใช้อุปกรณ์ขุดหาทองคำบางสะพาน จากนั้นเปิดให้นักท่องเที่ยวเช่าอุปกรณ์ที่ทางศูนย์จัดเตรียมไว้ให้คือพลั่ว เลียง กระป๋อง กะลา ในราคาชุดละ 100 บาท นำไปร่อนกันในคลองได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ไปร่อนหาทองคำแท้บางสะพาน ต่างดีใจที่ได้ทองกันมากบ้าง น้อยบ้าง เมื่อได้ทองก็จะมีเสียเฮกันลั่นคลองอยู่ตลอดเวลา แล้วแต่ใครจะมีโชคมากหรือน้อย ส่วนใหญ่ได้กันทุกคน และมักจะเก็บเอาไว้เป็นสิริมงคล แต่หากจะขายจะมีชาวบ้านในพื้นที่มารับซื้อทองคำบางสะพานในราคาบาทละ 4 หมื่นบาท เนื่องจากเชื่อกันว่าเป็นทองดีที่มีนพคุณในตัว นายกฤษดา หมวดน้อย ที่ปรึกษาส
แห่ร่อนทองบางสะพาน! หยุด3วันนักท่องเที่ยวคึกคักได้‘ทองนพคุณ’ติดมือกลับบ้าน แห่ร่อนทองบางสะพาน! – วันที่ 6 เม.ย. ที่ศูนย์การเรียนรู้การร่อนทองบ้านลุงเล็ก ของนายบัวขาว มิ่งเมือง หรือลุงเล็ก อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนักท่องเที่ยวพื้นที่และใกล้เคียงในจ.ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และต่างจังหวัดไกลๆอย่าง เชียงใหม่ ยโสธร และอีกหลายจังหวัด เดินทางมาเรียนรู้และดูอุปกรณ์การร่อนทอง ก่อนพากันไปร่อนหาทองคำบางสะพาน หรือทองนพคุณ ซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางว่า เป็นทองคำที่มีพุทธคุณในตัว โดยเมื่อมาถึงนักท่องเที่ยวก็จะแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับลุงเล็ก ซึ่งมีอุปกรณ์ที่ใช้ขุดหาทองคำบางสะพาน โดยได้มีการจำลองไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ก่อนไปสัมผัสถึงการใช้งานว่าสามารถใช้เป็นเครื่องมือที่ขุดหาทองคำบางสะพานได้อย่างไรบ้าง ก่อนที่จะรับอุปกรณ์ที่ทางศูนย์ได้จัดเตรียมไว้ให้คือพลั่ว เลียง กระป๋อง กะลา นอกจากนั้นลุงเล็ก ก็ยังสาธิตวิธีการร่อนหาทองในเบื้องต้นให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ ก่อนออกไปร่อนหาทองบางสะพานกันอย่างจริงๆจังๆที่ลำคลองทอง ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร โดยศูนย์ฯได้จั
ล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊ก Karuna Phankingthip ได้โพสต์และเล่าเหตุการณ์ที่ประสบกับตัวเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยพบว่า เธอได้เดินทางจากประเทศไทย ไปประเทศเดนมาร์ค ด้วยสายการบินแห่งชาติ ผ่านจากสุวรรณภูมิแต่พบว่าเมื่อเดินทางไปถึง ทองที่เธอโหลดมาในกระเป๋าเดินทางโดนแกะเหลือแต่กล่องใส่ทองเท่านั้น โดยพบว่า จำนวนทองที่หายร่วม 4 แสนบาทเลยทีเดียว ทั้งนี้ ฝ่ายภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ผู้ใช้เฟวบุ๊กรายหนึ่งโพสต์รูปภาพพร้อมข้อความระบุว่า หลังเดินทางด้วยเครื่องบินของการบินไทยจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ สู่ท่าอากาศยานโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก พบว่าสัมภาระถูกงัด และทรัพย์สินมีค่าสูญหาย จากนั้นได้มีผู้นำไปเผยแพร่ต่อจนเกิดการแพร่กระจายกว้างขวางทางสื่อสังคมออนไลน์นั้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงว่า เบื้องต้นบริษัทฯ ได้รับทราบกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นแล้ว และได้รีบดำเนินการติดต่อผู้เสียหายเพื่อขอทราบรายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากนี้ยังได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งจะประสาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ในการ
ทองตู้แดงภูธรจ๊าก สรรพากรดีเดย์ 1 ต.ค.นี้ ร้านทองทั่วแผ่นดินต้องเดินหน้าเข้าสู่ระบบภาษีบัญชีเดียว “สมาคมธุรกิจทองคำ” โอดมีโอกาสร้านค้าทองขนาดกลางกว่า 3 พันแห่ง ท้อใจปิดกิจการตัดปัญหา ฟาก “จิตติ” นายกสมาคมค้าทองคำ เล็งเดินสายจัดสัมมนาสร้างความเข้าใจสมาชิกร้านทองคำทำบัญชี หลังเจรจาสรรพากรไม่เป็นผล นายชุมพล พิทยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจทองคำ ซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่เป็นร้านค้าทองในต่างจังหวัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้มีการหารือกันระหว่างกรมสรรพากรและตัวแทนของผู้ค้าทองกลุ่มต่าง ๆ ถึงเรื่องนโยบายของกรมสรรพากรที่ต้องการให้ร้านค้าจัดทำบัญชีเล่มเดียวให้ถูกต้อง รวมทั้งการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการร้านค้าทองคำเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจในรูปบุคคลธรรมดาสู่นิติบุคคล จนนำมาสู่ข้อสรุปที่ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ร้านค้าทองทุกแห่งในประเทศไทย จะต้องเตรียมพร้อมเข้าสู่ระบบการจัดเก็บภาษีที่ถูกต้อง แม้ข้อบังคับดังกล่าวจะยกเว้นให้กับร้านค้าทองขนาดเล็กที่มียอดขายไม่สูงก็ตาม แต่ก็ถือว่ามีผลกับร้านค้าทองอื่น ๆ ที่คงต้องปฏิบัติตาม โดยประเด็นดังกล่าวได้ส่งผลให้ร้านค้าทอง
