ทำเกษตร
อดีตสาวออฟฟิศ ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทำเกษตรอินทรีย์ สร้างรายได้หลักหมื่นต่อเดือน ในยุคที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น เทรนด์ฮิตติดลมบนที่ยังคงเป็นกระแสมาอย่างยาวนานในหมู่วัยรุ่นและวัยทำงานคงจะเป็นสิ่งใดไปไม่ได้นอกจาก การออกกำลังกายและการทานอาหารคลีน แต่เท่านั้นคงยังไม่เพียงพอที่เราจะสามารถมอบสิ่งดีๆ ให้กับตัวเราเองได้ วันนี้ เส้นทางเศรษฐี พาบุกไปถึงจังหวัดลำปาง เพื่อพูดคุยกับ คุณจอย – ปิยนุช ปิยะเทพธานีกุล สาวบริหารฯ อดีตพนักงานออฟฟิศ ปัจจุบันเป็นเจ้าของธุรกิจ “Yummy Farm” (ยัมมี่ ฟาร์ม) ฟาร์มออร์แกนิกขนาดย่อมที่ผ่านการรับรองมาตรฐานแหล่งผลิตโดยกรมวิชาการเกษตร คุณจอย เล่าถึงสาเหตุการตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพราะตนเองมองว่าเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นควรทำสิ่งที่อยู่กับตนเองได้ยาวนานกว่าการเป็นพนักงานออฟฟิศ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการหันมาเปิดฟาร์มออร์แกนิกแห่งนี้ โดยยึดถือหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในการทำฟาร์มเพื่อให้ได้ประโยชน์อย่างสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการปลูกพืชไว้สำหรับทาน หากเหลือสามารถนำไปขายสร้างรายได้ ทั้งเพิ่มคุณภาพของผลผลิตด้วยการนำวัตถุ
“ดู-ดีด-ดม-ดูด” เคล็ดลับง่ายๆ เลือกซื้อยังไงให้ได้ “ทุเรียนแก่” คนไทยจำนวนมากรักและหลงใหลการบริโภคทุเรียน เพราะติดใจในรสชาติความอร่อยของทุเรียน แต่หลายครั้งที่ต้องช้ำใจ เพราะถูกให้หลอกซื้อ “ทุเรียนอ่อน” เนื่องจากแยกทุเรียนอ่อนกับทุเรียนแก่ไม่เป็น หากใครไม่อยากถูกหลอกให้ช้ำใจเหมือนที่ผ่านมา ขอแนะนำเคล็ดลับการซื้อทุเรียนแก่ โดยใช้วิธีง่ายๆ คือ “ดู ดีด ดม ดูด” ดู…ขั้ว ก้านขั้วต้องแข็ง สากมือ (ถ้าเป็นทุเรียนอ่อน ก้านจะนิ่ม) ปลิงบวม พูใหญ่ เด่น เห็นเส้นกลางพูชัด หนามใหญ่ ปลายหนามแห้ง ฐานหนามกว้าง ทุเรียนแก่จัด สุกกำลังดี จะมีกลิ่นหอมคงที่ มองเห็นเส้นกลางพูชัดเจน ยกเว้นก้านยาว (หรือทุเรียนหนามถี่) สุกในปลิงหรือปลิงเพิ่งหลุด พูหลวม ดีด…ใช้นิ้วมือดีดที่โคนหนามฟังเสียงหลวมๆ ดังก๊อกๆ การดีดหนามที่พูจะช่วยตรวจสอบคุณภาพทุเรียนอ่อนหรือแก่ แล้วยังสามารถช่วยตรวจสอบทุเรียนทุกพูหลวมเท่ากันจะมีโอกาสเป็นทุเรียนที่สุกสม่ำเสมอ เวลาสุกจะมีเนื้อนิ่มสม่ำเสมอ เนื้อไม่แข็งกรุบ การดีดช่วยให้ได้ทุเรียนที่มีความสุกแก่ในช่วงเวลาที่ต้องการรับประทาน หลวมมาก 1-2 วัน ถึงตึงมาก 3-4 วัน จะสุก ดม…ดมด้วยจมูก ทุเรียนแก่
เผยเคล็ดลับการดูแล ช่อดอกมะม่วงให้ติดผลดก ในการฉีดเปิดตาดอกมะม่วง เกษตรกรส่วนมากจะใช้ ไทโอยูเรีย ผสมกับโพแทสเซียม- ไนเตรต (13-0-46) ที่สวน คุณจรัญ อยู่คำ จะใช้ สูตรเปิดตาดอก ไทโอยูเรีย 1 กิโลกรัม+สาหร่าย-สกัด 300 ซีซี (ต่อน้ำ 200 ลิตร) ฉีดพ่น 2 ครั้ง ห่างกัน 5 วัน แล้วรอดูการเปลี่ยนแปลงของตายอด โดยปกติแล้ว ตาดอกจะเริ่มแทงหลังเปิดตาดอกครั้งแรก ประมาณ 10-15 วัน แต่ถ้าเริ่มแทงใน วันที่ 3-4 โอกาสเป็นใบอ่อนจะสูงมาก กรณีเปิดตาดอกแล้วเป็นใบ สามารถแก้ไขได้ แต่ใบอ่อนที่ออกมาต้องมีความยาวไม่เกิน 1 เซนติเมตร หรือยังไม่คลี่ใบ ให้ใช้ ครั้งที่ 1 – ปุ๋ย 10-52-17 500 กรัม – ไฮเฟต 500 ซีซี (ต่อน้ำ 200 ลิตร) ฉีดพ่นโดยห้ามใส่อาหารเสริม จำพวกสาหร่าย-สกัด หรือ จิ๊บ โดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้มีปริมาณใบอ่อนออกมามาก จากนั้นเว้น 3 วัน แล้วซ้ำด้วย สูตรที่ 2 ครั้งที่ 2 – ปุ๋ย 10-52-17 500 กรัม – ไฮเฟต 300 ซีซี (ต่อน้ำ 200 ลิตร) หลังฉีด ครั้งที่ 2 เราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของตาใบอย่างชัดเจน ใบจะหยุดนิ่งแล้วเริ่มเปลี่ยนเป็นตาดอก สูตรนี้เกษตรกรจำนวนมากใช้แล้วได้ผลดี แต่ต้องดูว่าควา
คนนครปฐม เลี้ยงและเพาะพันธุ์ปูนารอบบริเวณบ้าน ทำเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้และความสุข ปัจจุบัน การทำอาชีพของคนเมืองไม่ได้เป็นข้อจำกัดอีกต่อไป หากผู้ปฏิบัติมีใจรักและใจพร้อมที่จะทำงานที่รักแล้วละก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะลงมือทำให้ประสบผลสำเร็จ เพียงแต่ควรเลือกสิ่งที่ทำให้มีความเหมาะสมกับพื้นบ้านของตนเอง และที่สำคัญต้องไม่สร้างความรบกวนให้กับเพื่อนบ้านใกล้เคียง ก็จะทำให้แม้มีพื้นที่น้อยก็ไม่เป็นอุปสรรค สามารถสร้างงานที่ทำด้วยใจรักเกิดเป็นรายได้อย่างสบายๆ คุณพสิษฐ์ โกสุข อยู่บ้านเลขที่ 153 ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ใช้พื้นที่รอบบริเวณบ้านให้เกิดประโยชน์ ด้วยการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปูนา เพราะมองว่าการเลี้ยงปูนาไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมาก บ่อเลี้ยงสามารถจัดให้เข้ากับพื้นที่บ้าน ก็จะส่งผลให้ง่ายต่อการดูแล เขาจึงทดลองนำปูนาเข้ามาเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ เกิดเป็นรายได้เสริมยามว่างอยู่กับบ้านควบคู่กับงานหลักที่ทำได้เป็นอย่างดีทีเดียว มีความสนใจปูนา เป็นสัตว์ที่เห็นมาแต่เด็ก คุณพสิษฐ์ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักที่ทำอยู่เป็นช่างซ่อมนาฬิกาอยู่กับบ้าน จึงทำให้เวลาทั้งหมดของการทำงานไม่ต้องเดินทางไปในท
ปลูกมะนาวในโอ่ง ทางเลือกใหม่ใช้พื้นที่น้อย ขายเป็นไม้ประดับได้ราคาดี ปัจจุบันนี้ หลายคนสนใจปลูกมะนาวเป็นงานอาชีพหรือเป็นงานอดิเรกในยามว่าง โดยปลูกต้นมะนาวลงดิน บางคนนิยมปลูกต้นมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ ในวันนี้ขอนำเสนอการปลูกมะนาวในโอ่ง เป็นอีกทางเลือกใหม่สำหรับผู้สนใจปลูกมะนาว ข้อดีของการปลูกมะนาวในโอ่ง คือ สามารถเคลื่อนย้ายหรือยกไปปลูกที่อื่นได้ วิธีนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิต ต้นมะนาวสามารถเจริญเติบโตได้ดี ดูแลรักษาง่าย ใส่ปุ๋ยและให้น้ำเช่นเดียวกับการปลูกในวงบ่อซีเมนต์ และสามารถบังคับให้มะนาวติดดอกออกผลนอกฤดูได้ด้วย การเลือกโอ่ง การเลือกโอ่งเป็นภาชนะปลูก แนะนำให้เลือกโอ่งที่ใส่ดินปลูกได้ 5-10 ปี๊บ ด้านข้างสูงจากก้นโอ่งขึ้นมา 2-3 นิ้ว จะเจาะรูขนาด 1/2-2 นิ้ว หรือขนาดเท่ากับผลมะนาว 2-3 รู เพื่อให้เป็นช่องทางระบายน้ำ จากนั้นนำกาบมะพร้าวสับมารองก้นโอ่ง สูงประมาณ 1 ฝ่ามือ หรือสูง 4-6 นิ้ว เพื่อให้ก้นโอ่งโปร่ง จากนั้นนำดินปลูกที่มีส่วนผสมของ ดิน 1 ส่วน ใบไม้แห้ง 2 ส่วน และปุ๋ยคอกแห้ง 1/2 ส่วน ผสมคลุกเคล้ากันให้ทั่วแล้วใส่ลงในโอ่งส่วนหนึ่ง การปลูกมะนาวในโอ่ง สามารถปลูกมะนาวได้ทุกสายพันธุ์ ไม่ว่าจะ
“มะขามเทศฝักสีชมพู” ไม้ผลทำเงิน ปลูก 3 ไร่ โกยรายได้ ปีละ 3 แสน “จังหวัดกาญจนบุรี” ได้ชื่อว่า เป็นดินแดนอีสานแห่งภาคตะวันตก เพราะมีอุณหภูมิค่อนข้างสูงและอากาศร้อนอบอ้าวมากในฤดูร้อน ด้านตะวันตกมีเทือกเขาตะนาวศรีกั้นเขตแดนไทย-พม่า อิทธิพลจากเทือกเขานี้ทำให้พื้นที่ราบทางด้านตะวันออกของจังหวัดเป็นเขตพื้นที่อับฝน มีฝนน้อย ปริมาณฝนรวมตลอดปีน้อยกว่า 1,200 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับตอนกลางของจังหวัด ที่มีฝนรวมตลอดปี ประมาณ 1,200-1,600 มิลลิเมตร “มะขามเทศ” นับเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าจับตามองของเกษตรกรจังหวัดกาญจนบุรี เพราะทนร้อน ทนแล้งได้ดี ปลูกดูแลง่าย ให้ผลผลิตต่อไร่ ประมาณ 500-700 กิโลกรัม ราคาขายส่ง ประมาณกิโลกรัมละ 50-60 บาท ปลูกมะขามเทศ 1 ไร่ จะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 40,000-60,000 บาท ต่อปี “มะขามเทศฝักสีชมพู” ไม้ผลทำเงิน “ไร่สวนขวัญ” คุณไพฑูรย์ สุนทรวิภาต พนักงานขององค์การบริหารส่วนตำบลวังด้ง (อบต. วังด้ง) ใช้เวลาว่างช่วงวันหยุดทำสวนมะขามเทศเป็นรายได้เสริม ชื่อ “ไร่สวนขวัญ” บนเนื้อที่ 3 ไร่ ตั้งอยู่พื้นที่บ้านหนองสามพราน หมู่ที่ 9 ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โทร. (086) 162-0365 คุณไพฑ
สำรวจที่ทำกินใหม่ ยังไม่พบที่ดินเจ้าสัวทำการเกษตรเลี่ยงภาษี นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากมีการบังคับใช้ภาษีที่ดินฉบับใหม่ในวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมานั้น กระทรวงเกษตรฯจึงได้ทำการสำรวจพื้นที่ทำการเกษตรใหม่อีกครั้งอย่างเข้มงวด เพื่อไม่ให้เจ้าของที่ดิน เจ้าสัวนำที่ดินที่ถือครองมาทำการเกษตรเพื่อเลี่ยงการเสียภาษีที่ดินเปล่าที่ไม่ได้ทำประโยชน์ โดยจากการลงพื้นที่สำรวจพบว่ายังไม่มีผู้ใดเข้าข่ายกระทำความผิด และต่อจากนี้จะมีการกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ทำการสำรวจตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อไม่ให้มีผู้ใดกระทำความผิดหรือหลีกเลี่ยงความผิดได้ เนื่องจากหากมีเจ้าของที่ดินนำที่ดินเปล่ามาทำการเกษตรจนเกิดผลผลิตออกสู่ตลาดมากเกินความต้องการ จะส่งผลกระทบทำให้ราคาสินค้าเกษตรปรับลดลง และสร้างความเดือดร้อนให้เกษตรกรตัวจริง “เรื่องการหาแนวทางเพื่อป้องกันไม่ให้มีเจ้าของที่ดินนำที่ดินเปล่ามาทำประโยชน์เพื่อเลี่ยงภาษีนั้น มองว่ายังไม่มีความกังวลจนถึงขั้นต้องหามาตรการมาป้องกัน เพราะจากที่มีการทำสำรวจครั้งใหม่ยังไม่พบผู้เข้าข่ายหรือผู้กระทำความผิดใด อย่างไรก็ตาม โดยปกติแล้วจะมีการสำร
บัณฑิตแม่โจ้ เผยเคล็ดลับ ทำงานเกษตรบนพื้นที่จำกัดอย่างไร ให้สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ตลอดปี คุณสุชาดา ดวงต๋า (คุณแพรว) อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 6 ตำบลแช่ช้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ เรียนจบจากคณะผลิตกรรมการเกษตร สาขาพืชศาสตร์ เอกพืชสวนประดับ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ หลังเรียนจบได้เข้าทำงานที่บริษัทเกี่ยวกับการเกษตร ทำงานในส่วนห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช ทำได้ปีกว่าๆ มีเหตุให้ต้องออกจากงาน หลังจากนั้นจึงกลับไปอยู่บ้าน เริ่มจับงานเกษตรด้วยการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ และมะเขือเทศราชินี เป็นพืชหลักทำเงิน ทำเกษตรบนพื้นที่ 2 งาน สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้ทั้งปี คุณสุชาดา ดวงต๋า (คุณแพรว) เริ่มทำงานเกษตรมาเป็นระยะเวลากว่า 7 ปี 5 ปีแรกเริ่มจากการเพาะต้นกล้าพริก ขายที่ภาคกลางมาก่อน ช่วงนั้นถือว่าขายดีมาก แต่ต้องเปลี่ยนจากการเพาะต้นกล้า เพราะได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านที่ภาคเหนือ ซึ่งทางภาคเหนือไม่นิยมซื้อต้นกล้าไปปลูก เนื่องจากน้ำไม่เอื้ออำนวย จึงต้องเปลี่ยนวิธีและแนวคิดใหม่ โดยเริ่มต้นจากการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์บนพื้นที่ข้างบ้าน มีพื้นที่เพียง 2 งาน ในการทำเกษตรเลี้ยงชีพ ซึ่งพื้นที่เพียงเท่านี
เนรมิตที่ดิน 1 ไร่ ทำเกษตร ปลูกผัก ทำนา เลี้ยงปลา ได้เงินเดือนเป็นแสน ที่บ้าน คุณภีรพร หอมสมบัติ ชาวบ้านบ่อใหญ่ หมู่ 2 ต.บ่อใหญ่ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม และภรรยา คือคุณทัศนีวรรณ์ หอมสมบัติ โทร. (088) 036-2139 เจ้าของพื้นที่ทำการเกษตร 1 ไร่ ได้แสน โดย คุณภีรพร กล่าวว่า แปลง 1 ไร่ ได้แสน เน้นการปลูกข้าวอินทรีย์เคมี ใช้มูลโค มูลกระบือ มูลไก่ รองพื้น ตามด้วยปุ๋ยเคมี สูตร 16-16-8 จำนวน 5-10 กิโลกรัม ต่อไร่ ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 7-10 กิโลกรัม ต่อไร่ ช่วงปลูกในเดือนกรกฎาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม การดูแลรักษา ทำโดยการสูบน้ำเข้านา ประมาณต้นเดือนกันยายน ให้ปุ๋ยสูตร 12-24-12 จำนวน 10 กิโลกรัม ต่อไร่ ได้ผลผลิตต่อฤดูกาล 700-800 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาข้าว ขายตามราคาจำนำ เกวียนละ 15,000 บาท “ผมเลี้ยงปลาดุกในนาข้าว จำนวน 20,000 ตัว ขายได้ปีละกว่า 20,000 บาท ปลูกมะนาว พันธุ์พิจิตร 1 จำนวน 20 ต้น ในวงบ่อซีเมนต์ รอบแปลงและรอบบ่อปลา ได้ผลผลิตนอกฤดูกาล มีรายได้วงบ่อละ 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 40,000 บาท ขยายพันธุ์มะนาวด้วยวิธีการตอนกิ่งจำหน่ายภายในชุมชน ปีละ 100-200 ราคากิ่งละ 100 บาท ปลูกพืชฤดูแล้ง ถั่วลิสง จำนวน 1
เกษตรกรสระบุรี แนะปลูกเมล่อนด้วยวิธีง่ายๆ ทำกินเองก็ได้ ที่เหลือขายสร้างเงิน คุณสำราญ หน่อนาคำ เป็นเกษตรกรอยู่ที่ตำบลพระยาทด อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเขาได้เริ่มทำงานเกี่ยวกับด้านเกษตรเมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่น ต่อมาจึงได้นำวิชาความรู้ที่มีมาเปิดร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับการเกษตรอย่างครบวงจร “พอมาเปิดร้านเริ่มมีเงินทุนมากขึ้น เราก็เริ่มขยายพื้นที่บริเวณที่อยู่ใกล้ร้านเรา เป็นแหล่งเรียนรู้เพื่อให้ความรู้ด้านเกษตร ไม่ว่าจะเป็นพืชผักปลอดสารพิษ ไม้ดอกไม้ประดับ หรือแม้แต่เมล่อนที่คนมองว่าปลูกยาก เราก็มาแนะนำบอกสอนด้วยวิธีง่ายๆ สามารถทำเองที่บ้านได้ ซึ่งเราจะเน้นให้ตรงคอนเซ็ปต์ที่ว่า การเกษตรไม่ได้กินเฉพาะทางปากเพียงอย่างเดียว แต่จะให้ความสุขทั้งทางสายตาและสมองด้วย จึงทำให้จิตใจมีความสุข ซึ่งที่นี่ก็จะสอนความรู้แบบครบวงจร สามารถนำไปทำเองที่บ้านได้” คุณสำราญ กล่าวถึงที่มา ซึ่งคุณสำราญ ได้แนะนำวิธีการปลูกเมล่อนแบบง่ายๆ ไว้กินเองที่บ้านว่า ขั้นตอนแรกหากระถางขนาด 12 นิ้วหรือภาชนะที่ไม่ใช้งานแล้ว มาใส่วัสดุปลูกจำพวกกาบมะพร้าวสับ ดินใบก้ามปู และแกลบหยาบ ผสมกันในอัตราส่วน 1 ต่อ 1
