ธนาคารออมสิน
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ดำเนินโครงการ “โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชให้ชีวิต ออมสินให้อนาคต” เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โดยสนับสนุนเงินทุนประเดิมด้วยการเปิดบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ ให้แก่เด็กทุกคนที่เกิดในช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน คือ ในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 06.52 น. จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เวลา 01.53 น. คนละ 1,099 บาท โดยสามารถติดต่อขอรับทุนประเดิมนี้ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ โดยนำหลักฐานประกอบการรับทุนประเดิมดังนี้ สูติบัตรตัวจริงและสำเนาสูติบัตรของเด็ก บัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา และสำเนาทะเบียนบ้านของบิดามารดา ซึ่งภายหลังการเปิดบัญชีเงินทุนประเดิมเรียบร้อยแล้ว ธนาคารฯ จะได้ดำเนินการจัดส่งหนังสือ “ใต้ฟ้าใบบุญ” อันทรงคุณค่า พร้อมเกียรติบัตรและบัตรประจำตัวเพื่
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมิถุนายนธนาคารเตรียมเปิดตัวสินเชื่อเพื่อส่งเสริมอาชีพกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้วยสินเชื่อในกลุ่มค้าขายอาหารข้างทาง (สตรีทฟู้ด) เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวห้องแถว ร้านขายอาหารตามสั่ง ร้านน้ำดื่ม รวมถึงสนับสนุนเช่าซื้อรถขายอาหารเคลื่อนที่ (ฟู้ดทรัก) ซึ่งออมสินพร้อมให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำประมาณ 0.4-0.5% ต่อเดือน ถูกกว่าดอกเบี้ยของโครงการธนาคารประชาชนกว่าครึ่ง เพราะสินเชื่อสตรีทฟู้ดเป็นสินเชื่อที่นำไปหารายได้เพิ่ม หากลูกค้ามีหลักประกัน เช่น มีรถ ห้องแถว สิทธิการเช่ามาค้ำประกัน สามารถกู้ได้ถึง 1 ล้านบาทต่อราย แต่ถ้าเป็นรถเข็นธรรมดา ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย เตรียมวงเงินปล่อยกู้ประมาณ 3 พันล้านบาท คาดว่ามีผู้กู้ประมาณ 1 หมื่นราย นายชาติชายกล่าวต่อว่า นอกจากการสนับสนุนเรื่องสินเชื่อแล้ว ธนาคารได้วางแผนช่วยสร้างแบรนด์และด้านการตลาดให้กับร้านค้าดังกล่าว โดยมีแนวคิดให้ใบรับรองคุณภาพอาหาร มีรายการเรียลลิตี้โชว์เพื่อช่วยโปรโมต โดยขอเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ ทั้ง กทม. เทศบาล ในการสนับสนุนจัดพื้นที่ให้
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารฯ ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีผลตอบแทนอย่างน่าสนใจ คือ “เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 70 วัน” อัตราดอกเบี้ย 2.89% ต่อปี ไม่เสียภาษี (เทียบเท่าเงินฝากประจำ 3.40% ต่อปี) นำเสนอภายในงาน Thailand Smart Moneyครั้งที่ 7 ระหว่างวันที่ 16 – 18 ธันวาคม 2559 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาลาดพร้าว โดยผู้ฝากจะต้องมีใบจองสิทธิซึ่งจะแจกภายในงานวันละ 2 รอบๆ ละ 300 ราย รวม 1,800 ราย ฝากได้ภายในงาน หรือ ณ สาขาธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 16-22 ธันวาคม 2559 นี้เท่านั้น ทั้งนี้ ธนาคารฯ เปิดรับฝากเฉพาะบุคคลธรรมดาอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป เปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท ฝากสูงสุดไม่เกินรายละ 500,000 บาท เปิดได้คนละ 1 บัญชีเท่านั้น ไม่รับฝากบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ หรือบัญชีร่วม หรือบัญชีคณะบุคคล หรือบัญชีนิติบุคคล ถ้าถอนก่อนครบกำหนดจำนวนเงินที่ถอนจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียก คำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวันจากยอดเงินฝาก โดยผู้ฝากจะต้องมีใบจองสิทธิฝากเงินประเภทเผื่อเรียกพิเศษ 70 วัน จากในงาน Thailand Smart Moneyและต้องสมัครใช้บริก
ธนาคารออมสิน ขอเชิญชวนร่วมกิจกรรมสร้างเสริมวินัยการออม เนื่องในโอกาส “วันออมแห่งชาติ” ประจำปี 2559 ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยมีนิสัยรักการออม และปลูกฝังให้ตระหนักถึงประโยชน์ของการเก็บออมเงิน ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ได้ทรงพระราชทานให้ธนาคารออมสิน เมื่อวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2559 ว่า “การประหยัดอดออม เป็นรากฐานในการสร้างตัว สร้างฐานะของบุคคล ตลอดจนความเจริญมั่นคงของสังคมและชาติบ้านเมือง…….” และเหมือนเช่นทุกปีที่ธนาคารออมสินได้จัดทำกระปุกที่ระลึก ในโอกาสวันออมห่งชาติ โดยในปีนี้จัดทำเป็นพิเศษ “กระปุกออมสินเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครองราชย์ 70 ปี” สำหรับผู้ที่ฝากเงินหรือเปิดบัญชีเงินฝากด้วยตนเอง ตั้งแต่ 200 บาทขึ้นไป 1 บุคคลต่อ 1 กระปุก ณ ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ (ของมีจำนวนจำกัด) เฉพาะวันที่ 31 ตุลาคมนี้เท่านั้น ที่มา มติชน
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า จากการที่ธนาคารออมสินได้เปิดให้ลูกค้าและประชาชนได้แลก “ธนบัตรที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554” (จัดพิมพ์และเปิดให้แลกตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2554) ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2559 ซึ่งปรากฏว่ามีประชาชนสนใจเป็นจำนวนมากถึงกว่า 18,000 คน ทำให้ธนบัตรที่ธนาคารฯ เปิดให้แลกจำนวนกว่า 90,000 ฉบับหมดลงในวันเดียว นับว่าเป็นปรากฎการณ์ที่น่าภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ธนาคารออมสินได้จัดให้ประชาชนซึ่งเทิดทูนองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ได้แลกธนบัตรที่ระลึกนี้เก็บไว้เพื่อชื่นชมในพระบารมีของพระองค์ตลอดไปตราบนานเท่านาน อย่างไรก็ตามยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้แลกธนบัตรชุดนี้ และอยากแลกเก็บไว้เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ธนาคารออมสินจึงได้ประสานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อขอให้ตรวจสอบว่ามีธนบัตรรุ่นนี้คงเหลืออยู่อีกหรือไม่ หากมีเหลือขอให้ธนาคารออมสินทำหน้าที่กระจายให้กับป
