ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
สรรพากร’ ถอยดีกว่า รื้อเกณฑ์รีดภาษีดอกเบี้ยเงินฝากเกิน 20,000 บาท เตรียมประกาศใหม่ใน 1-2 สัปดาห์ หลังบังคับ 80 ล้านบัญชีมาเซ็นยินยอมเพื่อเว้นภาษี 15% สร้างความยุ่งยากให้ผู้ฝากรายย่อย เปลี่ยนเป็นให้เศรษฐีมาเซ็นยินยอมไม่ให้ข้อมูลแทน ด้านสมาคมธนาคาร แจงถ้าไม่แก้จะกระทบผู้ฝากเงินหนัก โดนหักภาษีทุกบัญชี มิ.ย.นี้ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์และเงื่อนไขภาษีเงินได้สำหรับดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ 15% และออกประกาศใหม่ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าประชาชนผู้ฝากเงินเกิดความตื่นตระหนกและสับสนว่ากรมสรรพากรจะเข้าไปเก็บดอกเบี้ยจากเงินฝากจากทุกบัญชี จากเดิมที่เว้นภาษีสำหรับดอกเบี้ยเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ ที่ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี โดยประกาศใหม่จะแก้ไขในประเด็นการแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งยอมรับว่าตามประกาศเดิมสร้างความยุ่งยาก และกระทบกับคนจำนวนมาก ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2562 กรมได้หารือร่วมกับสมาคมธนาคารไทยถึงแนวทางการแก้ไขปัญหา ในเรื่องการแสดงความยินยอมส่งข้อมูลดอกเบี้ยเงินฝากให้กระทบกับผู้ฝา
ธ.ก.ส. โชว์ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ อำนวยสินเชื่อและเติมเงินช่วยเหลือกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากกว่า 700,000 ล้านบาท ธ.ก.ส. เผยการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตร เพื่อยกระดับการเกษตรสร้างมูลค่าและพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานผู้ประกอบการ SME เกษตร (SMAEs) เพื่อเป็นหัวขบวนช่วยเหลือด้านการตลาดให้แก่เกษตรกรรายย่อย สนับสนุนการสร้างโอกาสและความเสมอภาคของสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสให้เข้าถึงแหล่งทุน สร้างภูมิคุ้มกันและเพิ่มขีดความสามารถของชุมชนท้องถิ่น รวมถึงการสนับสนุนด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาความมั่นคงด้านพลังงาน น้ำ และภาคเกษตร นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยผลการดำเนินงาน ธ.ก.ส.ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อการสนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตร โดยเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนเงินให้ความช่วยเหลือเพื่อลดต้นทุนการผลิตพืชเศรษฐกิจสำคัญให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และสถาบั
นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรเดือนมีนาคม 2562 ที่จัดทำโดย ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส.ว่า ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อย 0.18-0.59% อยู่ที่ราคา 15,574-15,638 บาท/ตัน เนื่องจากความต้องการข้าวหอมมะลิยังมีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการเสนอราคารับซื้อในราคาที่สูง สำหรับน้ำตาลทรายดิบตลาดนิวยอร์ก ราคาเฉลี่ยในตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 0.20-1.00% อยู่ที่ราคา 13.39-13.50 เซนต์/ปอนด์ (9.23-9.31 บาท/กก.) เพราะการปรับขึ้นของราคาน้ำมันช่วยหนุนราคาน้ำตาลสัญญาล่วงหน้า ทำให้บราซิลนำอ้อยไปผลิตเป็นเอทานอลมากกว่าน้ำตาล ประกอบกับราคาขายน้ำตาลขั้นต่ำภายในประเทศของอินเดียที่สูงขึ้นอาจกระตุ้นให้ผู้ผลิตน้ำตาลของอินเดียเพิ่มกำลังการผลิตน้ำตาล เพื่อขายภายในประเทศมากขึ้น ทำให้การส่งออกน้ำตาลทรายลดลง ส่วน ยางพาราแผ่นดิบ ราคาจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 3.52-4.56% อยู่ที่ราคา 42.64-43.12 บาท/กก. เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดน้อยลงเพราะเข้าสู่ฤดูยางผล
“เมล่อน” ไม่ได้เป็นพืชพื้นถิ่นดั้งเดิมของประเทศไทย แต่ปัจจุบันได้มีเกษตรกรหันมาประกอบอาชีพปลูกเมล่อนกันมาก มีทั้งเกษตรกรที่ผลิตแล้วประสบผลสำเร็จและล้มเหลว ซึ่งล้วนแล้วแต่มีเหตุปัจจัยหลายอย่างเป็นองค์ประกอบที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการหรือขั้นตอนในการปลูก การดูแลเอาใจใส่ ความเชื่อ ฯลฯ ซึ่งองค์ความรู้มีให้ศึกษาค้นคว้ามากมายตามสื่อประเภทต่างๆ ที่เมืองสอง หรืออำเภอสอง มีเกษตรกร 2 สามีภรรยา ก็ปลูกเมล่อน แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สามารถผลิตเมล่อนออกสู่ตลาดได้ทุกเดือน โดยการบริหารจัดการที่มีระบบ คุณพศวีร์ สุยะตา อายุ 40 ปี และ คุณหทัยชนก คงสวรรค์ 2 สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 1 บ้านลูนิเกต ตำบลห้วยหม้าย อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เป็นผู้ปลูกเมล่อนระบบปิดในโรงเรือน ได้เล่าถึงเบื้องหลังก่อนจะมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้ว่า ช่วงก่อนปี 2560 คุณหทัยชนก ทำงานที่ห้างสรรพสินค้าในจังหวัดแพร่ ส่วน คุณพศวีร์ พอมีเวลาก็ได้เข้าไปศึกษาเรื่องการปลูกเมล่อน ในยูทูบ (YouTube) เกิดแรงบันดาลใจที่สั่งสมให้หันมาสนใจเรื่องเมล่อน เพราะได้ข้อมูลว่า เมล่อน เป็นพืชเศรษฐกิจ มีราคาดี ตลาดยังรองรั
นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการโอนเงินให้ผู้มีรายได้น้อย ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ธ.ก.ส. มีจำนวนผู้มาลงทะเบียนกว่า 4.6 ล้านราย กระทรวงการคลังส่งข้อมูลผู้ที่ผ่านคุณสมบัติมาให้ 3.8 ล้านราย ล่าสุดจนถึงวันที่ 13 ธันวาคม โอนเงินไปให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มีบัญชีเงินฝากกับ ธ.ก.ส.แล้วจำนวน 2.8 ล้านราย เป็นเงินกว่า 6.5 พันล้านบาท นายอภิรมย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังเหลือผู้ที่ลงทะเบียนผ่านคุณสมบัติแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารที่เหลืออีก 8 แสนราย พบว่าในช่วงวัน 13 ธันวาคมเปิดทำการวันแรก มีประชาชนมาขอเปิดบัญชี และขอเบิกเงินยังสาขาต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งตามศักยภาพของธ.ก.ส.แล้วสามารถเปิดบัญชีใหม่ได้วันละ 2 หมื่นราย และขณะนี้เวลาทำการเพื่อโอนเงินไปให้ประชาชนรายได้น้อยที่ลงทะเบียนไว้ 14 วันจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม ดังนั้นคาดว่าธ.ก.ส.จะเปิดบัญชีใหม่ได้เพียง 3 แสนราย จึงเสนอไปยังกระทรวงการคลังขอขยายเวลาการโอนเงินไปจนถึงเดือนมกราคม 2560 “การขยายเวลาต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.) ใหม่ อย่างไรก็ตามในระหว่างน
นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ได้รับข้อมูลผู้ลงทะเบียนที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจากกระทรวงการคลังแล้วในวันนี้ (9 ธ.ค.) จำนวน 3.8 ล้านราย ซึ่งจะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีผู้มีรายได้น้อยที่เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐกับ ธ.ก.ส. ได้ทั้งสิ้น 3 ล้านราย ภายในวันจันทร์ที่ 12 ธ.ค. 2559 เนื่องจากผู้ลงทะเบียนกลุ่มนี้คุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดของรัฐบาลและมีบัญชีเงินฝากที่ ธ.ก.ส. จึงสามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ทันที โดยระบบจะทยอยประมวลผลการโอนเงินตั้งแต่เวลา 24.00 น. ของคืนนี้ ผู้ที่ได้รับสิทธิ์สามารถเบิกเงินได้ในวันรุ่งขึ้น ส่วนผู้ลงทะเบียนที่ผ่านการตรวจสอบแล้วและยังไม่มีสมุดบัญชีเงินฝากอีก 8 แสนราย ขอให้มาติดต่อเปิดบัญชีได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาที่ท่านลงทะเบียนไว้เพื่อธนาคารจะได้โอนเงินช่วยเหลือตามวัตถุประสงค์ของรัฐบาลต่อไป
