ธปท.
ธปท. เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 วันที่ 18 ก.ค. 63 นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายสื่อสารและความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงว่า การที่มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในระยะที่ 2 ของ ธปท. ไม่ได้มีมาตรการพักชำระหนี้เป็นการทั่วไปเหมือนในระยะแรก เพราะสถานะความต้องการความช่วยเหลือของลูกหนี้แต่ละรายมีความแตกต่างกัน ลูกหนี้ส่วนหนึ่งยังคงมีรายได้เพียงพอที่จะชำระหนี้ตามกำหนดได้ การจ่ายชำระหนี้เมื่อถึงกำหนดชำระจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ลูกหนี้ไม่ต้องมีภาระจ่ายดอกเบี้ยต่อเนื่อง และยังช่วยให้สถาบันการเงินมีสภาพคล่องไปช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มอื่นๆ ได้อีก สำหรับประชาชนกลุ่มที่ยังไม่สามารถกลับมาทำงานได้ หรือมีรายได้ลดลงมาก ลูกหนี้กลุ่มนี้สามารถติดต่อสถาบันการเงินเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ในหลายรูปแบบ เช่น เลื่อนหรือลดชำระเงินต้น ขอลดดอกเบี้ย หรือเปลี่ยนหนี้ระยะสั้นให้เป็นหนี้ระยะยาวที่มีดอกเบี้ยถูกลง โดยลูกหนี้จะไม่เสียประวัติข้อมูลเครดิต ทั้งนี้ การพักชำระหนี้เป็นมาตรการเยียวยาในระยะสั้น เพราะหากครบกำหนดลูกหนี้ยังจะต้องชำระหนี้กับสถาบันการเงินตามปกติ ด
ธปท.เผย การเงินไทยยังเสถียร ย้ำผู้ประกอบการเตรียมแนวทางรับมือความเสี่ยง เว็บไซต์ สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ เผยข่าว ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยผลการประชุมระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) วันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมมีความเห็นว่าระบบการเงินไทยโดยรวมยังมีเสถียรภาพ ธนาคารพาณิชย์และธุรกิจประกันภัยมีเงินกองทุนอยู่ในระดับสูง แต่ระบบการเงินยังคงมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังมีความไม่แน่นอน รวมทั้งผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเงินที่ยืดเยื้อ จึงจำเป็นต้องรักษาระบบต่างๆ ให้อยู่ในระดับสูงไว้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายได้ของภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ความสามารถในการชำระหนี้ด้อยลงเป็นวงกว้าง รวมทั้งรูปแบบการดำเนินธุรกิจและวิถีชีวิตใหม่ของประชาชน จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะต่อไป ที่ประชุมจึงได้ประเมินความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน ประกอบด้วย การประเมินผลมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่องแก่ภาคส่วนต่างๆ ที่ได้ดำเนินการแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการต่างๆ ช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่อ
ธปท. อนุญาต นอนแบงก์ ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์สกุลเงินตราต่างประเทศ คุณวชิรา อารมย์ดี ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงการคลังได้ออกประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ผู้ประกอบธุรกิจเงินอิเล็กทรอนิกส์รับอนุญาต เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 นั้น ธปท. ได้ออกประกาศเพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน (Non-bank) สามารถยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์สกุลเงินตราต่างประเทศ (FX e-Money) เพื่อให้ลูกค้าใช้ชำระค่าสินค้าและบริการในต่างประเทศได้ ผู้ประกอบธุรกิจที่สนใจยื่นขออนุญาตต้องเป็นบริษัทในไทยที่มีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และมีใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยระบบการชำระเงิน โดยเปิดให้เริ่มยื่นขออนุญาตได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป การผ่อนคลายข้างต้นจะช่วยตอบสนองความต้องการของประชาชนในการใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการเดินทาง โดยนำไปใช้ชำระค่าสินค้าและบริการในต่างประเทศ ซึ่งทำได้โดยสะดวก และมีความปลอดภัยกว่าการใช้ธนบัตร รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการใช้ซื้อสินค้าแ
“ทางด่วนแก้หนี้” อีกหนึ่งช่องทางช่วยเหลือคนมีหนี้ จาก ธปท. ธปท. – จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 19 (COVID-19) ในปัจจุบัน ส่งผลให้รายได้ของประชาชนและภาคธุรกิจปรับลดลงอย่างมาก ดังนั้นการที่ผู้ให้บริการทางการเงินและลูกค้า สามารถตกลงร่วมกันปรับโครงสร้างหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงเปิดช่องทาง “ทางด่วนแก้หนี้” ขึ้น เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ประชาชนหรือธุรกิจที่ต้องการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สามารถแจ้งความต้องการไปที่ผู้ให้บริการทางการเงิน โดยช่องทางนี้เป็นช่องทางเสริมในช่วงที่มาตรการเว้นระยะเพื่อลดการแพร่เชื้อ (Social distancing) อาจทำให้ติดต่อหรือเดินทางไม่สะดวก ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้รับผ่านช่องทางนี้จะถูกส่งต่อไปยังผู้ให้บริการทางการเงินที่ระบุไว้ โดยข้อตกลงในการใช้งานมีดังนี้ ผู้ใช้บริการต้องใช้ถ้อยคำสุภาพ และแจ้งข้อเท็จจริงตามรายการที่กำหนดไว้ในแบบฟอร์มด้านล่างนี้ ทั้งนี้ คำขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในแต่ละครั้งเป็นการส่งคำขอสำหรับผู้ให้บริการแต่ละแห่ง ถ้าท่านเป็นลูกหนี้ของผู้ให้บริการ 2 แห่ง ท่านต้องก
ธปท. ขอสถาบันการเงิน ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ที่ได้รับผลกระทบจาก ‘ไวรัสอู่ฮั่น’ เมื่อวันที่ 30 ม.ค. นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 แบงก์ชาติมีความห่วงใยลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงขอความร่วมมือให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ และผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ และสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพ พิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ดังนี้ 1. ด้านเงินทุนและสภาพคล่องแก่ลูกหนี้เพื่อให้ประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เช่น ให้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติม ลดหรือยกเว้นดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียม 2. ผ่อนปรนเงื่อนไขการชำระหนี้ และปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ปรับลดอัตราการผ่อนชำระหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำให้ต่ำกว่าร้อยละ 10 ของยอดคงค้าง 3. ผ่อนผันเพดานวงเงินชั่วคราวกรณีฉุกเฉินของสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 63
ข่าวดี SMEs! ธปท. สั่งสถาบันการเงินทั่วประเทศ ปรับเกณฑ์คิดดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมใหม่ ลดภาระประชาชน แบงก์ชาติ – วันนี้ (7 ม.ค.) เพจ ธนาคารแห่งประเทศไทย โพสต์ประกาศ สั่งให้สถาบันการเงินทั่วประเทศไทย ปรับปรุงการคิดดอกเบี้ยและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและ SMEs นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การปรับปรุงการคิดดอกเบี้ยและการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ในครั้งนี้ ปรับอยู่ด้วยกัน 3 เรื่อง ได้แก่ 1. ค่าปรับการไถ่ถอนสินเชื่อก่อนกำหนด (prepayment) สำหรับสินเชื่อเอสเอ็มอี และสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งมีลักษณะการผ่อนชำระเป็นงวด เดิมผู้ประกอบการบางราย คิดค่าปรับจากฐานวงเงินสินเชื่อทั้งก้อน แต่เกณฑ์ใหม่จะกำหนดให้คิดค่าปรับบนยอดเงินต้นคงเหลือ รวมทั้ง ให้กำหนดช่วงระยะเวลาที่จะยกเว้นการเรียกเก็บค่าปรับการไถ่ถอน ซึ่งค่าปรับที่ไม่สูงนี้ จะช่วยให้ประชาชนมีสิทธิที่จะเลือกผู้ประกอบการที่ให้ข้อเสนอที่ดีที่สุด และช่วยเพิ่มการแข่งขันในระบบ รวมทั้งทำให้ตลาดรีไฟแนนซ์ (refinancing) เกิดขึ้นในประเทศไทย 2. ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ สำหรับสินเชื่อที่อยู่อา
ธนาคารแห่งประเทศไทย เตือน เตรียมรับมือเศรษฐกิจ “ขาลง” ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้เปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (ฉบับย่อ) ครั้งที่ 7/2562 ในการประชุมเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิม และต่ำกว่าระดับศักยภาพมากขึ้น จากการส่งออกสินค้าที่หดตัว และส่งผลกระทบไปสู่ตลาดแรงงานอย่างชัดเจน โดยคณะกรรมการฯ ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปยังมีความเสี่ยงที่อาจจะชะลอตัวมากขึ้น โดยเฉพาะในธุรกิจสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย อาทิ (1) ธุรกิจยานยนต์และชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงภายในอุตสาหกรรม เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติแทนแรงงานคน แนวโน้มการขยายตัวของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่ใช้ชิ้นส่วนน้อยลง ทาให้ความต้องการจ้างแรงงานลดลง และ (2) ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ที่วัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกอาจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด ประเด็นสำคัญของการประชุมมีดังนี้ 1) เศรษฐกิจไทยในภาพรวมมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้เดิมและต่ำกว่าระดับศักยภาพมากขึ้น โดยการส่งออกสินค้าหดตัวมากกว่าที่ประเมินไว้และมีแนวโน้มฟื้น
ธปท. เปิดทางปล่อยกู้ไม่ผ่านแบงก์ ทำแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นตัวกลางปล่อยกู้ ให้กู้เฉพาะบุคคลธรรมดาที่มีโครงการธุรกิจ เปิดทางปล่อยกู้ไม่ผ่านแบงก์ – นางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภายในปี 2561 ธปท. จะออกเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (P2P Lending Platform) โดยผู้จัดทำแพลตฟอร์มดิจิทัลจะเป็นตัวกลางการปล่อยกู้ มีรายได้ค่าธรรมเนียม ที่เก็บจากผู้ให้กู้และผู้มาขอกู้ผ่านแพลตฟอร์ม โดยต้องเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในไทยมีผู้ถือหุ้นคนไทยไม่น้อยกว่า 75% มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 5 ล้านบาทขึ้นไป มีระบบให้ข้อมูลลูกค้าประกอบการตัดสินใจการกู้ รวมถึงกำหนดวงเงินผู้ให้กู้พิจารณาปล่อยกู้ ทั้งนี้ เบื้องต้นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม จะต้องเข้ามาทดสอบใช้ในระบบแซนบล็อกของ ธปท. จนกว่าธปท. จะแน่ใจว่าระบบที่ดีมากพอ ก็จะปล่อยให้สามารถบริการธุรกรรมได้ โดย ธปท. จะเสนอชื่อผู้ประกอบการให้กระทรวงการคลังออกใบอนุญาตการประกอบธุรกิจนอกแซนบล็อกของธปท. ต่อไป สำหรับผู้กู้เงินนั้น จะให้เฉพาะบุคคลธรรมดาที่มีโค
