ธอส
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2559 เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2558 ว่า ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ 1.68 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 7% มียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 9.36 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.58% สินทรัพย์รวม 9.77 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.63% เงินฝากรวม 7.80 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.48% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จำนวน 47,366 ล้านบาท คิดเป็น 5.06% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลง 0.39% ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้กลับมามีสถานะปกติและยังคงได้มีบ้านเป็นของตนเองเช่นเดิม ส่งผลให้ธนาคารยังคงมีกำไรสุทธิ 9,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.53% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ยังอยู่ที่ระดับแข็งแกร่งมากที่ 15.19% ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 8.50% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย นายฉัตรชัย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2559 ยังต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย เช่นกำไรต่ำกว่าเป้าหมาย 40 ล้านบาท เนืองจากปีที่ผ่านมามีแคมเปญดอกเบี้ยต่ำสูง และเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ไม่เน้นให้แบงก์รัฐทำกำไรสูงๆ
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายจังหวัด และส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั้งในด้านที่อยู่อาศัย และการประกอบอาชีพ ธอส. จึงมีมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าประชาชนที่ประสบอุทกภัย โดยเตรียมวงเงิน 500 ล้านบาท จัดทำ โครงการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ปี 2559 ซึ่งมีรายละเอียดประกอบด้วย มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าเดิมของ ธอส. กรณีหลักประกัน(ที่อยู่อาศัยที่จดจำนองกับธนาคาร)ได้รับผลกระทบ ธนาคารจะลดภาระดอกเบี้ยและเงินงวดผ่อนชำระ โดยคิดอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 3 เดือนแรก เดือนที่ 4-12 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.50% ต่อปี ปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ย MRR-2.00% ต่อปี ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย MRR-1.00% ต่อปี และปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้กรณีลูกค้าสวัสดิการ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี (ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ธอส. อยู่ที่ 6.75% ต่อปี) มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าใหม่ หรือลูกค้าเดิมของ ธอส. ที่อาคารหรือบ้านได้รับความเสียหายสามา
