ธุรกิจ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 ก.ย. โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่ง ในพิธีเปิดงานสัมมนา “ทางเหลือ-ทางรอด SMEs ยุค 4.0” ซึ่งจัดโดย “เส้นทางเศรษฐี” นิตยสารรายเดือน เฟซบุ๊กแฟนเพจ และเว็บไซต์ เพื่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ว่า ตนติดตาม “เส้นทางเศรษฐี” มาโดยตลอด เพราะเป็นสื่อสำคัญ ที่ทำหน้าที่ช่วยอุ้มชูให้ผู้ประกอบการอยู่รอดมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีนั้น “เกิดง่าย ตายง่าย” มีอายุเฉลี่ย 3-5 ปี เหตุเพราะเป็น “คนตัวเล็ก” เกิดขึ้นมาท่ามกลางความขาดแคลน ทั้งเงินทุน ความสามารถการจัดการบริหาร ทีมงานที่ดี ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ คือ องค์ประกอบหลักในการทำให้ธุรกิจเติบโต หากแต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่นั้น มีคุณสมบัติสำคัญ “พลังบวก” คือ หัวใจที่แข็งแกร่ง และทำให้ธุรกิจของพวกเขาอยู่ยืนและเติบโตได้ “แทบทุกธุรกิจในโลก เริ่มต้นด้วยเอสเอ็มอี ทั้งนั้น จากนั้นจึงค่อยๆ เติบโตเรียนรู้ และพัฒนาไปเป็นขนาดใหญ่ขึ้น จึงอยากให้กำลังใจเอสเอ็มอี การเกิดง่าย ตายง่าย นั้น ไม่น่าท้อแท้ เพ
คุณธันย์ชนก สนองอุทัย หรือ เนย วัย 22 ปี ที่เพิ่งจบการศึกษามาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เป็นเจ้าของกิจการร้าน “เรื่องของมัน” เล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นร้านเล็กๆ ของเธอว่า “มันเริ่มมาจากพอเรียนจบ ก็ไม่ได้อยากเข้าทำงานประจำ ช่วงนั้นก็ต้องคิดหลายอย่างมาก ว่าจะเอาอย่างไรดี จะไปทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศเหมือนเพื่อน หรือว่าจะทำยังไงกับชีวิตดี” เธอได้คำตอบ หลังจากวันที่เธอบังเอิญไปเจอร้านขายขนมไข่เต่า แถวตลาดสำเพ็ง เป็นร้านเล็กๆ ริมถนน แต่กลับมีคนต่อแถวยาวเพื่อรอซื้อขนมไข่เต่าที่ร้านนี้ เธอจึงคิดว่า เธออยากเปิดร้านขายขนมไข่เต่า เป็นกิจการเล็กๆ ที่เธอทำเองตั้งแต่แรกเริ่มได้ จึงตัดสินใจที่จะทำขนมไข่เต่าขาย เพราะช่วงที่เริ่มทำก็ประจวบกับกระแสไข่เต่า และมันม่วงกำลังมาแรงมาก เธอจึงตัดสินใจที่จะทำร้านขึ้นมาทันที “ตอนคิดง่ายมากที่จะทำ แต่พอทำจริง มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย เพราะวันแรกๆ ที่ทำขาย เราไปขายที่ตลาดนัดรถไฟ บางวันขายไม่ได้เลยก็มี ขายเหมือนแจก บางวันได้เงินแค่ 60 บาท เราก็คิดได้อย่างหนึ่งว่า ขนมไข่เต่ามีขายทั่วไป เขาไปซื้อที่ไหนก็ได้ จะมาซื้อขนมไข่เต่าที่เราทำไม จึงคิดว่าถ้าอยากข
สร้างความเซอร์ไพรส์ไม่น้อย เมื่อร็อกเกอร์คนดัง ‘เสก โลโซ’ โพสต์เปิดตัว ‘น้องลีออง’ ลูกชายวัย 3 เดือน โดยระบุเป็นลูกของตัวเองกับ ‘แซนวิช-ปภาดา’ ดาราสาวที่เคยเป็นข่าวคบหากัน ซึ่งสร้างความแปลกใจให้แฟนเพลงเป็นอย่างมาก ซึ่งหากพูดถึง ‘เสก โลโซ’ หลายคนอาจรู้จักกันในนามนักดนตรีร็อกชื่อดังในตำนานของไทย โดยฝากผลงานเพลงที่คุ้นหูมากมาย แถมยังสร้างสถิติล้านตลับเป็นว่าเล่น แต่หลายคนก็อาจยังไม่ทราบเช่นกันว่า ‘เสก โลโซ’ ยังมีอีกบทบาทที่อาจไม่คุ้นตานัก สำหรับบทบาทในมาดนักธุรกิจร้อยล้านที่เจ้าตัวลงทุนสร้างขึ้นมา เริ่มจากเครื่องดื่มชูกำลัง, น้ำดื่ม, เบียร์, ร้านสะดวกซื้อ, โทรศัพท์มือถือ ภายใต้ชื่อของตัวเอง นอกจากนี้ยังเคยเข้าร่วมบริหารสโมสรฟุตบอลด้วย ก่อนหันมาเปิดค่ายมวยในชื่อ ‘ส. โลโซ’ และจัดศึก ‘โลโซ มวยไทย ไฟต์’ ดูจากธุรกิจที่ทำอยู่ตอนนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะทำให้ ‘เสก โลโซ’ กลายเป็นนักธุรกิจร้อยล้าน ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
การทำธุรกิจ หนีไม่พ้น “การบริการ” และในงานบริการ “คน” คือ กลไกสำคัญที่สุด หากให้ความสำคัญกับคน แปลว่า ให้ความสำคัญ และใส่ใจในการให้บริการ แต่พบว่าหลายธุรกิจ กลับไม่ได้ให้ความสำคัญกับคนมากนัก “คน” ที่ผมกำลังพูดถึง ไม่ได้หมายถึง “ลูกค้า” นะครับ แต่ผมกำลังหมายถึง “พนักงาน” ถ้าเราทำให้พนักงานมีความสุข คนที่มีความสุข ย่อมให้บริการคนอื่นด้วย “ความสุข” เช่นกัน ในทางตรงข้าม หากเราปล่อยปละละเลย มุ่งเอาใจลูกค้า แต่ว่าไม่สนใจพนักงาน จะเป็นอยู่อย่างไร จะมีสุขทุกข์อย่างไร ไม่เคยใส่ใจ แล้วคนอมทุกข์มากมาย จะบริการใครได้ดี เมื่อเร็วๆ นี้ มีรุ่นน้องมาปรึกษาหารือเรื่องงาน รู้สึกอึดอัดใจ ตัวเองทำงานไต่เต้าจากพนักงานธรรมดา จนได้เป็นระดับผู้จัดการ งานที่ต้องรับผิดชอบเป็นสายงานการตลาดและการขาย ต้องตระเวนออกงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ วันดีคืนดี บริษัทก็มีกฎใหม่ออกมาว่า ระดับผู้จัดการเงินเดือนเยอะแล้ว ไม่ต้องมี “เบี้ยเลี้ยง” ของเคยได้รับ กลับหดหายไปเห็นๆ สิ่งที่บริษัทควรทำความเข้าใจ คือ เบี้ยเลี้ยง ไม่ใช่เงินเดือน หรือค่าตอบแทนการทำงาน แต่เป็นเงินพิเศษที่พนักงานต้องออกไปทำงานบางอย่าง นอกเหนือจากภาวะปกติ
ต้องยอมรับความจริงว่าโลกใบนี้เป็นของคนรุ่นใหม่ เพราะฉะนั้น เวลาเขาจะคิดทำธุรกิจอะไรมักจะเกี่ยวข้องกับคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันอยู่เสมอ อย่างที่ผ่านมาต่อการทำธุรกิจโฮสเทล ก็เป็นการตอบโจทย์นักเดินทางรุ่นใหม่ที่ชอบออกไปผจญภัยโลกกว้างด้วยตัวเอง เพราะแค่เขารู้ความต้องการว่าจะไปพักประเทศไหน บริเวณไหน ทำเลอะไร เขาจะเสิร์ชหาจากโลกอินเตอร์เน็ตทันทีว่ามีโฮสเทลที่ไหนราคาถูกๆ อยู่ใกล้บริเวณที่เขาจะไป และเขาจะจองห้องพักผ่านออนไลน์ทันที จ่ายเงินจองล่วงหน้าด้วยบัตรเครดิต พอมาถึงเขาก็จะเข้าพักอย่างไม่มีปัญหาใดๆ เช่นเดียวกับธุรกิจโคเวิร์กกิ้งสเปซ (Co-working Space) หรือธุรกิจที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา ยุโรป และบางประเทศในเอเชีย อย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ทั้งนั้นเพราะคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในวัยทำงาน โดยเฉพาะคนเจเนอเรชั่น Y เจเนอเรชั่น Z ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในการทำงานขององค์กรต่างๆ ต่างต้องการความอิสระทางความคิด พวกเขาไม่ชอบการประชุมในห้องสี่เหลี่ยมที่มีแต่ความจริงจัง เพราะเขาเชื่อว่าการประชุมอย่างนั้นไม่สามารถทำให้เขาเกิดความคิดสร้างสรรค์ได้ หรือบางทีทำให้คิดไม่ออก หาข
หลังลาวงการบันเทิงไปทำหน้าที่คุณแม่เต็มตัว สำหรับอดีตนางเอกคนสวย ‘พลอย ชิดจันทร์’ ที่ต้องดูแลลูกน้อยวัยกำลังซนถึง 4 คน แถมยังช่วยสามี ‘เคน ฮุง’ ทำธุรกิจด้วย โดยล่าสุพลอย ชิดจันทร์ โพสต์ไอจีเป็นภาพธุรกิจของครอบครัว คือ ส่งออกลำไยอบแห้งไปยังประเทศจีน รวมทั้งยังซื้อขายสินค้าทางการเกษตรด้วย โดยพลอยมีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการเลยทีเดียว ที่มา ploychidjun ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
เมื่อเร็วๆ นี้ ผมนั่งดูข่าวการทดลองรถบรรทุกไร้คนขับบนถนนจริง ของแบรนด์รถยนต์เจ้าดัง แล้วเกิดความคิดหลายอย่างระคนกัน วันนี้เลยอยากชวนคุยเรื่องอนาคต ที่ยังคาดคะเนได้ไม่ชัดเจนกันบ้าง เรื่องการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับไม่ใช่เรื่องใหม่ มีการทดลอง ทดสอบกันมานาน และมีข่าวออกมาเป็นระยะถึงการ “ใกล้เคียงความจริง” ความจริงที่ว่าคือ มันจะใช้ได้จริงๆ บนท้องถนนอันโกลาหลวุ่นวาย โดยไม่เกิดอันตราย สิ่งที่ไม่น่าเชื่ออีกอย่างคือ แบรนด์สินค้าด้านการสื่อสารไร้สายหลายเจ้า ทั้งที่โด่งดังสุดของโลก ยังให้ความสนใจเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องรถยนต์ไร้คนขับ การทดลองรถบรรทุกไร้คนขับ กำลังบ่งบอกว่า ผู้พัฒนาหรือค่ายรถยนต์ต่างๆ มุ่งการไร้คนขับไปที่ รถเพื่อการพาณิชย์มากกว่ารถส่วนบุคคลหรือเปล่า เพราะมานั่งคิดดู รถส่วนบุคคล ถึงไร้คนขับ ผมยังเชื่อว่าเจ้าของรถอาจไม่สบายใจเวลานั่ง แล้วปล่อยให้รถทำหน้าที่เอง อีกประการขับเองก็ได้อรรถรส สนุกสนานกว่าในบางคราว แต่หากใช้เพื่อการพาณิชย์ คุ้มค่าน่าสนใจ และเพิ่มยอดขายให้รถประเภทนี้แน่นอน เพราะประหยัดการจ้างคนไปอีกเยอะ “คนขับรถกำลังจะตกงานหรือ”ผมว่าไม่เพียงคนขับรถหรอกครับ ที่กำลังจะตกงาน การ
ห้างสรรพสินค้าของญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในธุรกิจที่หันมาพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวชาวจีนซึ่งมักกว้านซื้อสินค้าราคาสูงไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางเหล้าและนาฬิกาหรูขนกลับประเทศ แต่หลังจากรัฐบาลจีนปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าทั้ง 3 กลุ่มเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ได้ทำให้ยอดขายของบรรดาห้างสรรพสินค้าในญี่ปุ่นลดลงอย่างรวดเร็ว จนหลายรายไม่สามารถประคองตัวไว้ได้และเริ่มปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร ล่าสุดสำนักข่าว “นิกเคอิ” รายงานว่า “อิเซตัน มิตซึโคชิ โฮลดิ้ง” ผู้บริหารเชนห้างสรรพสินค้าอิเซตันและมิตซึโคชิ ประกาศปิดห้างสรรพสินค้ามิตซึโคชิ สาขาชิบะ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงโตเกียว ซึ่งถือเป็นเชนห้างสรรพสินค้ารายล่าสุดที่ประกาศปิดสาขา หลังผู้บริหารห้างสรรพสินค้ารายอื่นอย่าง โซโกแอนด์เซบุ (Sogo & Seibu) และเฮชทูโอ รีเทลล์ (H2O Retail) ต่างทยอยปิดสาขาของตนมาตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ “โทชิฮิโกะ สุกิเอะ” เจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ของอิเซตัน มิตซึโคชิ โฮลดิ้ง อธิบายสถานการณ์นี้ว่า หลังการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าหรูนักท่องเที่ยวชาวจีนก็เริ่มหันไปสนใจประสบการณ์การท่องเที่ยวมากกว่าการช็อปปิ้ง
ช่วงนี้หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สถานการณ์เศรษฐกิจค่อนข้างซบเซา ภาพรวมของธุรกิจเครื่องประดับหรือจิวเวลรี่นั้นก็ได้รับผลกระทบอยู่ไม่น้อย เนื่องจากถือว่าเป็นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและไม่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตมากนัก จึงเป็นสินค้ากลุ่มแรก ๆ ที่ผู้บริโภคลดการใช้จ่ายลง กว่าจะตัดสินใจยอมควักกระเป๋าจึงยากยิ่งกว่าเดิม ส่งผลให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่อยู่ในธุรกิจนี้จำเป็นต้องมีการปรับตัวรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีแนวทาง ดังนี้ 1.สร้างจุดขายใหม่ เพราะเครื่องประดับเป็นสินค้าในกลุ่มแฟชั่น การตัดสินใจซื้อส่วนใหญ่จึงไม่ได้มาจากประโยชน์ใช้สอย แต่มาจากความพึงพอใจเป็นหลัก ดังนั้นจุดขายของสินค้าจึงอยู่ที่ความสวยงาม ต้องตาต้องใจ แต่ทุกวันนี้ความสวยอย่างเดียวยังไม่พอ เอสเอ็มอีควรใส่ความแปลกและแตกต่างลงไปในชิ้นงานด้วย เช่น ใช้วัตถุดิบที่ดูดี มีเรื่องราวตามเทรนด์หรือกระแส เป็นเครื่องประดับที่ลูกค้าออกแบบเองได้ เครื่องประดับจากลายเซ็น กำไลหินมีค่า หรือออกสินค้าใหม่ ๆ ตามเทศกาลสำคัญ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้ตัวสินค้าดูมีคุณค่า น่าครอบครอง และจูงใจให้ตัดสินใจซื้อได้เร็วขึ้น 2.เข้าใจผู้ซื้อ วิธีการเอาชนะใจ
หลายๆ คนมักนึกถึงบางช่วงเวลาในวัยเด็กที่มีความสุข และอยากย้อนกลับไปทำอะไรซนๆ แบบนั้นอีก เพื่อเติมเต็มรอยยิ้มบนใบหน้า เชื่อว่าหนึ่งในกิจกรรมยอดฮิตของเด็กๆ ที่ยังประทับใจไม่รู้ลืมสำหรับหลายคน คงต้องมีกิจกรรมปีนต้นไม้ ไต่เชือก ห้อยโหนโจนทะยาน ซึ่งก็อาจได้แผลมากน้อยตามความซนของแต่ละคน อาจจะแถมโดนตีเป็นรางวัลพิเศษ ความสุขที่หลบซ่อนอยู่ในวัยเยาว์นี้ จุดประกายให้เกิดธุรกิจท่องเที่ยวแนวผจญภัยที่ปลุกความซนของผู้คนออกมา และสามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำแบบไม่น่าเชื่อ บีบีซี หยิบยกกรณีของ “รีเบกก้า” และ “ทริสแทม เมย์ฮิว” เจ้าของธุรกิจท่องเที่ยวแนวผจญภัยในอังกฤษ ที่มองว่าความรู้สึกนี้ไม่ได้มีไว้เฉพาะวัยเด็กเท่านั้น รีเบกก้า เล่าย้อนว่า เธอปิ๊งไอเดียนี้ตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อน หลังจากเห็นผู้คนทุกเพศทุกวัยพากันเล่นสนุกกับการปีนป่ายต้นไม้ในชนบทของฝรั่งเศส ระหว่างที่เธอเดินทางไปเที่ยว เลยคิดว่าทำไมไม่ลองทำกิจกรรมอะไรเพื่อตอบสนองผู้คนที่หลงรักช่วงเวลาแบบนี้ ซึ่งยังไม่มีใครทำในอังกฤษ ประกอบกับการที่ทั้งสองคนอยากลาออกจากงานประจำอยู่แล้ว ทั้งคู่เลยตัดสินใจตั้งบริษัทที่มีชื่อว่า “โก เอป” (Go Ape) เพื่อทำธุรกิ
