ธ.ก.ส.
ธ.ก.ส. แถลงผลงานปี 61 พร้อมเปิดตัวบัตรเดบิต และ LINE Official “BAAC Family” วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แถลงผลดำเนินงานปี 61 สามารถทำผลกำไรได้ 9,885 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวบริการบัตรเดบิต เพื่อเชื่อมสังคมไร้เงินสดให้ลูกค้าใช้ชำระค่าสินค้าและบริการได้สะดวกมากขึ้น ทั้งนี้ ยังได้เปิดตัวบริการ LINE Official ภายใต้ชื่อ “BAAC Family” นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในบัญชีปี 2561 (1 เมษายน 2561-31 มีนาคม 2562) ว่า ธ.ก.ส. สนับสนุนสินเชื่อเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคชนบทแล้ว จำนวน 678,342 ล้านบาท สินเชื่อเติบโต 81,647 ล้านบาท ทำให้สินเชื่อรวมเท่ากับ 1,449,504 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากต้นปีร้อยละ 5.86 มียอดเงินรับฝากรวม 1,617,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.75 มีสินทรัพย์รวม 1,873,822 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.47 หนี้สินรวม 1,738,281 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.80 และส่วนของเจ้าของรวม 135,541 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.41 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 100,883 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากต้นปีร้อยละ 7.74 ค่าใ
นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการโอนเงินให้ผู้มีรายได้น้อย ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ว่า ธ.ก.ส. มีจำนวนผู้มาลงทะเบียนกว่า 4.6 ล้านราย กระทรวงการคลังส่งข้อมูลผู้ที่ผ่านคุณสมบัติมาให้ 3.8 ล้านราย ล่าสุดจนถึงวันที่ 13 ธันวาคม โอนเงินไปให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มีบัญชีเงินฝากกับ ธ.ก.ส.แล้วจำนวน 2.8 ล้านราย เป็นเงินกว่า 6.5 พันล้านบาท นายอภิรมย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังเหลือผู้ที่ลงทะเบียนผ่านคุณสมบัติแล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารที่เหลืออีก 8 แสนราย พบว่าในช่วงวัน 13 ธันวาคมเปิดทำการวันแรก มีประชาชนมาขอเปิดบัญชี และขอเบิกเงินยังสาขาต่างๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งตามศักยภาพของธ.ก.ส.แล้วสามารถเปิดบัญชีใหม่ได้วันละ 2 หมื่นราย และขณะนี้เวลาทำการเพื่อโอนเงินไปให้ประชาชนรายได้น้อยที่ลงทะเบียนไว้ 14 วันจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม ดังนั้นคาดว่าธ.ก.ส.จะเปิดบัญชีใหม่ได้เพียง 3 แสนราย จึงเสนอไปยังกระทรวงการคลังขอขยายเวลาการโอนเงินไปจนถึงเดือนมกราคม 2560 “การขยายเวลาต้องเสนอไปยังคณะรัฐมนตรี(ครม.) ใหม่ อย่างไรก็ตามในระหว่างน
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงรายละเอียดที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 27 กันยายน 2559 อนุมัติในหลักการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ว่า มาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้มีรายได้น้อย โดย ธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีให้แก่เกษตรกรที่ลงทะเบียนในโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม-15 สิงหาคม 2559 ที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองเบื้องต้นจากหน่วยงานราชการแล้วโดยผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี จะได้รับเงินโอน 3,000 บาท/คน และผู้ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท/ปี แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี จะได้รับเงินโอน 1,500 บาท/คน นายกฤษฎากล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย ผ่านระบบ ธ.ก.ส. ประกอบด้วย 3 โครงการ คือ 1.โครงการปลดเปลื้องหนี้สินให้เกษตรกรรายย่อยที่มีเหตุผิดปกติ อาทิ เสียชีวิต พิการ ทุพพลภาพ เจ็บป่วยเรื้อรัง มีปัญหาสุขภาพจนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ มีหนี้ค้างชำระหรือเป็นหนี้ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ จะดำเนินโครงการใน 2 กรณี ได้แก่ กรณีที่ 1 ไม่มีหลักประก
ธ.ก.ส.เร่งจ่ายเงินชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ตามโครงการสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2559/60 นำร่องจ่ายแล้ว 2 จังหวัด พิจิตรและขอนแก่น นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนเงินช่วยเหลือต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2559/60 ไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 10 ไร่ ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.– 31 ต.ค. 2559 และภาคใต้ไม่เกินวันที่ 31 ธ.ค. 2559 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวให้ชาวนามีรายได้เพิ่มขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การจ่ายเงินในครั้งนี้เป็นไปตามขั้นตอนการดำเนินโครงการฯ ประกอบไปด้วย 1.ประชุมทางไกลเพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินโครงการฯ แก่คณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด กรุงเทพมหานคร นายอำเภอ และพนักงาน ธ.ก.ส. 2.ประชุมชี้แจงการดำเนินโครงการฯ ให้แก่ คณะกรรมการฯ ระดับหมู่บ้าน/แขวง/เทศบาล 3.ประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการฯ 4.เกษตรกรลงทะเบียนแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการฯ 5.ปิดประกาศข้อมูลผู้แสดงความปร
