นันยาง
นันยาง – หมู ASAVA ออกผ้าใบรุ่นพิเศษ พร้อมส่งเครื่องขายแตะช้างดาวอัตโนมัติ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภคส่งท้ายปี 63 นันยาง บูมตลาดรองเท้าส่งท้ายปีด้วย 2 โปรเจ็กต์ที่สร้างความ ‘ปัง’ แบบติดๆ กับ Nanyang Limited Edition ที่ล่าสุดขยายฐานสู่กลุ่ม Gen Y ผนึกพลังไอเดีย หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์อันดับหนึ่งของไทย เปิดตัว ‘MOO x Nanyang Sneakers’ ปลุกกระแสแฟนคลับทั้ง 2 แบรนด์ให้ได้สวมรองเท้าผ้าใบ item ที่ร้อนแรงที่สุดในช่วงนี้ พร้อมสร้างเซอร์ไพรส์กับกลุ่มตลาดรองเท้าแตะด้วยการสร้าง Nanyang Unofficial Store: Automatic Changdao Machine เครื่องขายรองเท้าแตะอัตโนมัติเครื่องแรกในไทย ที่สร้างกระแสห้างแตกด้วยทัพ Gen Z แห่สัมผัสประสบการณ์จริงของ WOW factor ที่ยังคงเป็นหมากเด็ดของเกมการตลาดในยุคปัจจุบัน “โจทย์สำคัญของการสร้างสรรค์กลยุทธ์สื่อสารการตลาดของนันยางคือ ต้องเริ่มต้นที่ความต้องการของมนุษย์เป็นหลัก (Human Centric) และต่อยอดพัฒนาสินค้าที่มี WOW factor ที่สามารถสื่อสารได้ด้วยตัวเอง โดยมีพื้นฐานจากจุดยืนเดิมของแบรนด์ผนวกกับสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการและต้องแตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่ในตลาดปัจ
New Normal ‘นันยาง’ เปิดตัวรองเท้าเด็กประถม ไม่ต้องผูกเชือก ลดสัมผัสเชื้อโรค เมื่อวันที่ 14 พ.ค. คุณจักรพล จันทวิมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด แถลงข่าว เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ว่า นันยาง ได้พลิกวิกฤตเป็นโอกาส มอบ “โซลูชั่น” ที่ตอบโจทย์ให้แก่ทั้งผู้ปกครองและเด็กนักเรียนประถม ด้วยการเปิดตัว รองเท้าผ้าใบนักเรียน Nanyang Have Fun ใหม่ ที่มาพร้อมเชือกยืดหยุ่น ไม่ต้องผูก ลดการสัมผัสเชื้อโรคจากรองเท้า เพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ เพิ่มความอุ่นใจให้ผู้ปกครอง และเพิ่มความปลอดภัยต่อเด็กนักเรียน โดยจะแถมฟรีเชือกยืดหยุ่น มูลค่า 69 บาทจนกว่า COVID-19 จะหมดไปจากประเทศไทย นอกจากนี้ บริษัทยังได้มอบเชือกยืดหยุ่นให้แก่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายรองเท้านันยางทั่วประเทศอีก 120,000 ชุด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนให้เด็กไทยมีสุขอนามัยที่ดีห่างไกลโรค “จากโปรเจ็กต์วิจัยเฉพาะกิจ ‘นันยาง X ฮัมมิ่งเบิร์ด Inside Thai Kids’ เพื่อเจาะลึกแนวคิดของเด็กไทยวัยประถม ทำให้นันยางพบโอกาสในการพัฒนา Nanyang Have Fun ใหม่ในครั้งนี้ขึ้น และเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับดีแน่นอน เพราะจากผลสำ
โควิด เอดิชั่น! แตะช้างดาว รุ่น “เหลืองแดง” คู่ละ 199 กำไรมอบ รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เมื่อวันที่ 23 เม.ย. คุณจักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เจ้าของกิจการรองเท้าแบรนด์ดังในตำนาน ทั้ง รองเท้านักเรียน “นันยาง” และ รองเท้าแตะ “ช้างดาว” ได้โพสต์ภาพและข้อความไว้บนเพจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการฝากร้าน ในฐานะศิษย์เก่า คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ข่าวเกี่่ยวข้อง : ตลาดแข่งขันรุนแรง! นันยาง-เอาไง “ทำสิ่งที่เก่งอยู่แล้วหรือแก้ไขจุดอ่อนของตัวเอง” “สวัสดีครับ จั๊ก คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี กลุ่ม ง งู รหัส 46 ครับ ขอนำเสนอ “รองเท้าแตะช้างดาว” รุ่นใหม่ ได้แนวคิดจากการรวมตัวของ ”ประชาคมธรรมศาสตร์” ร่วมแสนคนอย่างมิได้นัดหมาย ทำให้เกิดกลุ่ม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เเละการฝากร้าน ซึ่งเป็นที่น้องพี่ร่วมมือกัน ฝ่าฟัน COVID-19 ด้วยความสามัคคี วันนี้ผมมีโอกาสทำงานกับ รองเท้านันยาง Nanyang จึงขออนุญาตบริษัทนำเสนอ รองเท้าแตะช้างดาว รุ่นพิเศษ สีเหลืองแดง ให้กับเพื่อนพี่น้องทุกคน เพื่อเป็นที่ระลึกว่า ครั้งหนึ่งเราเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ร่วมกัน! โดย
“KHYA” รองเท้า upcycle ลิมิเต็ดจากนันยาง ช่วยลดขยะทางทะเล ตอบโจทย์กระแสรักษ์โลก ขยะ ถือเป็นปัญหาใหญ่ของสิ่งแวดล้อมปัญหาหนึ่ง ที่ผู้คนทั่วโลกต่างตระหนักและให้ความสำคัญกันในการแก้ไขเรื่อยมา ปัญหาจากขยะที่พบเจอในปัจจุบัน ไม่ได้มีแค่พลาสติกเพียงอย่างเดียว “รองเท้าแตะ” ก็เป็นขยะที่พบเจอในปริมาณมาก รองลงมาจากพลาสติกเช่นกัน คุณจักรพล จันทวิมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด กล่าวว่า เนื่องจากปัจจุบัน ปัญหาขยะทางทะเล เป็นปัญหาสำคัญระดับโลกที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญอย่างมาก ซึ่งรองเท้าแตะ ก็มักถูกพบเป็นขยะทะเลจำนวนมาก “นันยาง” ในฐานะผู้ผลิตรองเท้า ได้เล็งเห็นถึงปัญหาดังกล่าวต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมทางทะเล จึงต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จึงเกิดเป็นโปรเจ็กต์ใหม่ “รองเท้า KHYA (ขยะ)” แนวคิดในการพัฒนาขยะที่เกิดจากการนำรองเท้าแตะ มา Upcycled ให้กลายเป็นรองเท้าแตะใหม่ ที่มีลวดลายและสีสันไม่ซ้ำใคร “โปรเจ็กต์ “รองเท้า KHYA (ขยะ)” นี้ ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นโครงการตัวอย่าง และแทนสัญลักษณ์ที่ใช้สื่อสารกับผู้คนในสังคม พร้อมเชิญชวนให้ทุกๆ คน ตระหนักถึงปัญหาขยะในทะเลมากขึ้น
ตลาดแข่งขันรุนแรง! นันยาง-เอาไง “ทำสิ่งที่เก่งอยู่แล้วหรือแก้ไขจุดอ่อนของตัวเอง” “ซอโสตถิกุล” คือ ชื่อตระกูลคหบดีของเมืองไทย มีกิจการในความดูแลหลากหลาย นับตั้งแต่ ศูนย์สรรพสินค้า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่เครื่องปรุงในครัวเรือน ส่วนสินค้าเก่าแก่ที่สุด อายุอานามเกือบ 70 ปี ที่ว่ากันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “ความมั่งคั่ง”นั้น ใครจะเชื่อว่าเป็นของที่เริ่มทำในแบบ “ซื้อมา-ขายไป” มีกำไรต่อหน่วยไม่กี่บาท แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่แทบทุกคนต้องมีไว้ใช้ นั่นก็คือ รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อ “นันยาง” นั่นเอง คุณจักรพล จันทวิมล ผู้บริหารรุ่นที่สาม ของตระกูล ”ซอโสตถิกุล” วัยสามสิบเศษ เจ้าของเก้าอี้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดห้องทำงานส่วนตัวบนออฟฟิศย่านสี่พระยา ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกันท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง “ธุรกิจของเรา เริ่มต้นจาก คุณวิชัย ซอโสตถิกุล ซึ่งเป็นคุณตาของผม เดินทางมาจากเมืองจีน แบบเสื่อผืนหมอนใบ ตั้งแต่เมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ท่านก่อร้างสร้างตัว ทำงานทุกอย่าง เริ่มจากซื้อมาขายไปสินค้าสารพัด และหนึ่งในนั้น คือ รองเท้าผ้าใบนันยาง”คุณจั
นันยาง โตสุดรอบ 5 ปี ครองส่วนแบ่งตลาด 43 % เตรียมเพิ่มกำลังผลิต 25% รับเปิดเทอม นายจักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมการเติบโตของนันยางในปี 2561 มีอัตราการเติบโตที่ 10% เมื่อเทียบกับยอดขายในปี 2560 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่าเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้แต่เดิมที่ 7% ถือเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้นันยางสามารถครองความเป็นผู้นำตลาดด้านธุรกิจรองเท้านักเรียนของไทยได้ต่อเนื่อง ปัจจุบันนันยางมีส่วนแบ่งการตลาดรองเท้าผ้าใบนักเรียนประมาณ 43% ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตเกิดจากกระแสการตอบรับที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มผู้บริโภค รวมถึงความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของนันยางที่มีครอบคลุมทั้งสินค้าหลัก และสินค้าใหม่ที่ตอบโจทย์เฉพาะกลุ่ม นอกจากนี้ รองเท้าผ้าใบนันยางยังสามารถขยายฐานไปสู่กลุ่มคนทำงานได้มากขึ้น ทั้งในกลุ่มผู้ที่ทำงานกลางแจ้งและทำงานในสถานประกอบการ นายจักรพล กล่าวต่อว่า อีกประเด็นสำคัญที่ทำให้นันยางมีอัตราการเติบโตสูงในปีที่ผ่านมา เนื่องจากการส่งออกที่มากขึ้นจากการทำตลาดต่างประเทศ ผ่านกีฬาเซปักตะกร้อ อีกด้วย ปัจจุบันรองเท้านันยางกระจายในช
“ซอโสตถิกุล” คือ ชื่อตระกูลคหบดีของเมืองไทย มีกิจการในความดูแลหลากหลาย นับตั้งแต่ ศูนย์สรรพสินค้า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่เครื่องปรุงในครัวเรือน ส่วนสินค้าเก่าแก่ที่สุด อายุอานามเกือบ 70 ปี ที่ว่ากันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “ความมั่งคั่ง”นั้น ใครจะเชื่อว่าเป็นของที่เริ่มทำในแบบ “ซื้อมา-ขายไป” มีกำไรต่อหน่วยไม่กี่บาท แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่แทบทุกคนต้องมีไว้ใช้ นั่นก็คือ รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อ “นันยาง” นั่นเอง คุณจักรพล จันทวิมล ผู้บริหารรุ่นที่สาม ของตระกูล ”ซอโสตถิกุล” วัย 33 ปี เจ้าของเก้าอี้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดห้องทำงานส่วนตัวบนออฟฟิศย่านสี่พระยา ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกันท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง “ธุรกิจของเรา เริ่มต้นจาก คุณวิชัย ซอโสตถิกุล ซึ่งเป็นคุณตาของผม เดินทางมาจากเมืองจีน แบบเสื่อผืนหมอนใบ ตั้งแต่เมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ท่านก่อร้างสร้างตัว ทำงานทุกอย่าง เริ่มจากซื้อมาขายไปสินค้าสารพัด และหนึ่งในนั้น คือ รองเท้าผ้าใบนันยาง”คุณจักรพล ย้อนจุดตั้งต้นของธุรกิจตกทอด ก่อนเล่าต่อ ช่วงแรก รองเท้าผ้าใบนันยาง นั้น เป็นสินค้านำเข้าม
“ซอโสตถิกุล” คือ ชื่อตระกูลคหบดีของเมืองไทย มีกิจการในความดูแลหลากหลาย นับตั้งแต่ ศูนย์สรรพสินค้า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่เครื่องปรุงในครัวเรือน ส่วนสินค้าเก่าแก่ที่สุด อายุอานามเกือบ 70 ปี ที่ว่ากันว่าเป็นจุดเริ่มต้นของ “ความมั่งคั่ง”นั้น ใครจะเชื่อว่าเป็นของที่เริ่มทำในแบบ “ซื้อมา-ขายไป” มีกำไรต่อหน่วยไม่กี่บาท แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่แทบทุกคนต้องมีไว้ใช้ นั่นก็คือ รองเท้าผ้าใบ ยี่ห้อ “นันยาง” นั่นเอง คุณจักรพล จันทวิมล ผู้บริหารรุ่นที่สาม ของตระกูล ”ซอโสตถิกุล” วัย 33 ปี เจ้าของเก้าอี้ตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและขาย บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด เปิดห้องทำงานส่วนตัวบนออฟฟิศย่านสี่พระยา ใช้เป็นสถานที่พูดคุยกันท่ามกลางบรรยากาศเป็นกันเอง “ธุรกิจของเรา เริ่มต้นจาก คุณวิชัย ซอโสตถิกุล ซึ่งเป็นคุณตาของผม เดินทางมาจากเมืองจีน แบบเสื่อผืนหมอนใบ ตั้งแต่เมื่อเกือบร้อยปีที่แล้ว ท่านก่อร้างสร้างตัว ทำงานทุกอย่าง เริ่มจากซื้อมาขายไปสินค้าสารพัด และหนึ่งในนั้น คือ รองเท้าผ้าใบนันยาง”คุณจักรพล ย้อนจุดตั้งต้นของธุรกิจตกทอด ก่อนเล่าต่อ ช่วงแรก รองเท้าผ้าใบนันยาง นั้น เป็นสินค้านำเข้
จากแคมเปญประจำปีเนื่องในโอกาสวันป่าไม้โลก (21 มีนาคม) ของ “นันยาง” รองเท้าแบรนด์เก่าแก่ของไทย ที่ล่าสุดได้ออกสินค้ารุ่นพิเศษ ไม่มีวางจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป ให้ชื่อว่า รองเท้านันยาง รุ่น “พิทักษ์ ๖๑ ลิมิเต็ด อิดิชั่น” ซึ่งรายได้จากการจำหน่ายไม่หักค่าใช้จ่าย จะมอบให้พนักงานพิทักษ์ป่า โดยหลังจากที่มีการประชาสัมพันธ์ผ่าน Facebook/นันยาง NanYang ปรากฏมีผู้คนเข้าไปแสดงความชื่นชมกันเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับความตั้งใจของผู้ประกอบการที่เข้ามามีส่วนช่วยสนับสนุน “ผู้พิทักษ์ป่า” ซึ่งในเวลานี้กำลังตกเป็นข่าวดังกับ “นายทุนใหญ่ ชอบล่าสัตว์” กระทั่งหลายคนถึงกับตั้งชื่อให้รองเท้ารุ่นพิเศษดังกล่าวว่า นันยาง รุ่น “เสือดำ” และเมื่อไม่กี่วันก่อน ทันทีที่มีการเปิดให้จองผ่านขั้นตอนทางออนไลน์ จำนวน 500 คู่ ราคาคู่ละ 1,000 บาท ภายใต้เงื่อนไข จำกัด 1 คู่ต่อ 1 คน และจะได้รับสินค้าช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์ ปรากฏมีผู้แสดงความจำนงจับจองเข้ามา “เต็มจำนวน”อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ทำให้ทางทีมงานนันยาง ต้องชี้แจงหากมีข้อผิดพลาดประการใดขอน้อมรับและจะแก้ไขปรับปรุงต่อไป และถ้าท่านใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับรองเท้า รุ่นพิท
