นายกฯ
นายกฯ เรียกประชุม พิจารณาขยายใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน-ผ่อนปรนกิจการ/กิจกรรม ระยะ 5 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง โดยคาดว่าจะเป็นการพิจารณาขยายการใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ออกไปอีก 1 เดือน ตามข้อเสนอของสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. รวมถึงพิจารณาผ่อนปรนกิจการ/กิจกรรม ระยะที่ 5 โดยเฉพาะ ผับ บาร์ คาราโอเกะ สถานอาบ อบ นวด, บุคคลที่จะเดินทางจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ, มาตรการรองรับการศึกษาเด็กนักเรียนชายแดน และการเว้นที่บนรถโดยสาร ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ทั้งผู้ประกอบการและนักดนตรี ที่ได้มาร้องเรียนก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม หากที่ประชุม ศบค. เห็นชอบตามข้อเสนอ ก็จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 สถานประกอบการที่จะกลับมาเปิดให้บริการในช่วงการผ่อนปรนมาตรการระยะที่ 5 จะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ทาง ศบค. กำหนด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อและไม่ให้มีการกลับมาแพร่ระบาดในไทยอีก เช่น กำหนดเวลาเปิดปิดระหว่าง 17.00-24.00 น. ผู้ใช้บริการต้องอยู่ห่างกันคนละ 1 เมตรเป็นอย่างน้อย สถานบริการต้องจัดให้มีพื้นที่อย่างน้อย 4 ตารางเมตรต่อหนึ่งโต๊ะ
นายกฯ เสนอ ครม.สละเงินเดือน 1 เดือน เตรียมตั้งกองทุนสู้โควิด-19 เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุมครม. มีการหารือถึงมาตรการในการจัดหาและดูแลสิ่งจำเป็นให้กับประชาชนในสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงเสนอให้มีการตั้งกองทุนสักกองทุนขึ้นมา เพื่อให้ ครม. ร่วมบริจาคเงินเข้ากองทุน แต่ยังไม่อยากกำหนดว่าใครจะต้องให้เงินเท่าไร แต่เบื้องต้น ครม. ควรจะสละเงินเดือน 1 เดือนเข้าสมทบในการจัดตั้งกองทุนด้วย หรือมากกว่านั้นก็แล้วแต่ใครจะบริจาคก็ได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทีมโฆษกรัฐบาลก็จะร่วมสละเงินเดือนเพื่อนำเงินเข้ากองทุนด้วยเช่นกัน จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า รมต. ส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะตั้งกองทุนดังกล่าว โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ก็ได้ระบุว่า ยินดีที่จะบริจาคเงินเดือนให้ โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการผู้เกี่ยวข้องให้ไปดูเรื่องนี้มา เพื่อดำเนินการอย่างเร่งด่วน สำหรับเงินเดือนของ นายกรัฐมนตรี ได้รับเดือนละ 125,590 บาท, รองนายกรัฐมนตรี เดือนละ 119,920 บาท, รัฐมนตรีว่ากา
นายกฯ ออกแถลงการณ์ รับมือ “ไวรัสโคโรนา-ฝุ่นพิษ” พร้อมอพยพคนไทยกลับบ้าน เมื่อเวลา 17.48 น. วันที่ 27 ม.ค. 63 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกแถลงการณ์ ถึงสถานการณ์ไวรัสโคโรนา และฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ว่า ตามที่ทุกท่านได้ติดตามข้อมูลข่าวสารมาอย่างต่อเนื่อง กรณีการระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ณ เวลานี้ การคัดกรองและเฝ้าระวัง เป็นไปอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้ยกระดับศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เป็นระดับ 3 ให้สอดคล้องกับความรุนแรงของสถานการณ์ เพื่อติดตามสถานการณ์โรค ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด และกำหนดมาตรการต่างๆ อย่างเหมาะสม รวมทั้ง สามารถบริหารจัดการทรัพยากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และทางทหาร ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการเฝ้าระวัง ค้นหา และคัดกรอง ณ ช่องทางเข้า-ออกประเทศ ทั้ง 5 สนามบิน และช่องทางอื่นๆ ทั้งทางบก บริเวณชายแดน และทางเรือ ณ ท่าเรือต่างๆ ด้วย เพื่อคัดกรองผู้เดินทางมาจากทุกพื้นที่เสี่ยง อาทิ เมืองอู่ฮั่น กว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง และเมืองอื่นๆ
นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจ เหตุเพลิงไหม้ มหาวิหารนอเทรอดาม พร้อมให้กำลังใจรัฐบาลฝรั่งเศส และ ชาวฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 16 เม.ย. พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่รัฐบาลและชาวฝรั่งเศส หลังเกิดเหตุไฟไหม้มรดกโลก “มหาวิหารนอเทรอดาม” กลางกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จนได้รับความเสียหายอย่างหนัก ถือเป็นเรื่องน่าเศร้าสะเทือนใจที่ได้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้ขึ้น เพราะมหาวิหารดังกล่าวมีความเก่าแก่และถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส โดยเชื่อมั่นว่ารัฐบาลและชาวฝรั่งเศสจะร่วมกันฟื้นฟูขึ้นมาได้โดยเร็ว ทั้งนี้ มหาวิหารนอเทรอดามเป็นมหาวิหารที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส มีอายุราว 850 ปี มีลักษณะเด่นคือยอดหอคอยแหลมพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า รูปแบบสถาปัตยกรรมเป็นแบบโกธิคที่สวยงาม มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยี่ยมชมมากกว่า 13 ล้านคนต่อปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1991 The steeple collapses as smoke and flames engulf the Notre-Dame Cathedral in Paris on April 15, 2019. – (Photo by Geoffro
นายกฯ เสียใจหลัง 2 วัน พบยอดตาย 100 ราย เจ็บนับ 1,000 แนะเมาไม่ขับ ย้ำเล่นน้ำสงกรานต์อย่างเหมาะสม เมื่อวันที่ 14 เมษายน พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แสดงความเป็นห่วงเรื่องการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยเพียง 2 วันของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 100 ราย และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 1,000 ราย ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการเมาแล้วขับและขับรถเร็ว พล.ท.วีรชน กล่าวว่า นายกฯ เสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย และฝากเตือนให้ผู้ใช้รถใช้ถนนใช้ความระมัดระวังมากกว่านี้ โดยในวันนี้เป็นวันครอบครัวซึ่งมีจุดประสงค์สำคัญคือการส่งเสริมให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข จึงอยากให้ทุกคนดูแลกันและกัน ตักเตือนคนในบ้านและญาติมิตรไม่ให้ขับรถหลังดื่มสุราหรือมีอาการมึนเมา รวมทั้งปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ นายกฯเน้นย้ำว่า ทุกคนต้องรักตัวเอง ผู้ใหญ่ต้องดูแลเด็กโดยให้คำแนะนำเรื่องความปลอดภัย และควรฉลองสงกรานต์อย่างเหมาะสม คำนึงถึงการรักษาประเพณีที่งดงาม เล่นน้ำอย่างรู้คุณค่า พร้อมทั้งเต
‘นายกฯ’ อวยพรวันสงกรานต์ ฝากคนไทย รวมความรัก ส่งต่อพลังสร้างประเทศให้มั่นคง อวยพรวันสงกรานต์ – วันที่ 12 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช.กล่าวเนื่องในวันสงกรานต์ ผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊กด้วยข้อความว่า สวัสดีวันสงกรานต์และวันปีใหม่ของไทยประจำปี 2562 ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกในครอบครัวได้กลับมาใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา สร้างขวัญ สร้างกำลังใจ และสร้างความสุขให้แก่กัน “นอกจากเป็นวันสงกรานต์ของไทยแล้ว วันที่ 13 เมษายน ยังถือเป็นวันผู้สูงอายุ อีกทั้งวันที่ 14 เมษายน ยังเป็นวันครอบครัวด้วย ผมขอให้ทุกครอบครัวเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน ทั้งพ่อแม่ พี่น้อง ลุงป้าน้าอา ปู่ย่าตายาย ให้ความเคารพรักรวมถึงให้เกียรติซึ่งกันและกัน อันแสดงถึงความกตัญญูกตเวที ซึ่งถือเป็นเสน่ห์แบบไทยที่หาไม่ได้อีกแล้วในโลกนี้ จึงอยากให้คนไทยทุกคนรักษาประเพณีอันดีงามแบบนี้เอาไว้ตลอดไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน และที่สำคัญ ผมอยากฝากถึงคนไทยให้ใช้โอกาสนี้หลอมรวมความรักให้เข้มแข็ง ส่งต่อเป็นพลังสร้างประเทศ ให้เดินหน้าเติบโตอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน สุดท้ายผมขอให้ทุ
หมอกควันเหนือวิกฤตอีก ผงะ! ไฟป่าโหมพร้อมกัน 9 จว.กว่า 3,088 จุด รับข่าวนายกฯไปเชียงใหม่ วันที่ 1 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์มลพิษ ฝุ่นควันในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ล่าสุดสถานการณ์กลับมาอยู่ในสภาพที่เลวร้ายอีกครั้ง โดยค่าดัชนีคุณภาพอากาศขึ้นสูงอยู่ในระดับไม่ดีอย่างยิ่ง จนถึงอากาศเป็นอันตราย ทั้งนี้ เมื่อเวลา 05.00 น. ค่าสูงสุดอยู่ที่สถานีเทศบาลตำบลบ้านแม่ อ.สันป่าตอง ค่า AQI 486 ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 อยู่ที่ 478.49 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ในเขตตัวเมือง สถานีวัดโรงพยาบาล (รพ.) มหาราชนครเชียงใหม่ ต.ศรีภูมิ ค่าAQI อยู่ที่ 244 ค่า PM 2.5 อยู่ที่ 193.73 มคก./ลบ.ม. ขณะที่ข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS ตรวจพบจุดความร้อน Hotspot ภาคเหนือตอนบนสูงมาก จำนวน 3,088 จุด ณ วันที่ 1 เมษายน 2562 เวลา 02.00 น. ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน จำนวน 981 จุด จ.เชียงใหม่ จำนวน 615 จุด จ.เชียงราย จำนวน 370 จุด จ.ลำปาง จำนวน 302 จุด จ.น่าน จำนวน 219 จุด จ.แพร่ จำนวน 214 จุด จ.ตาก จำนวน 211 จุด จ.พะเยา จำนวน 116 จุด และ จ.ลำพูน จำนวน 60 จุด ทั้งนี้ กองบัญชาการควบคุมสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือกองทัพภาคที
‘บิ๊กตู่’ เตรียมบินเชียงใหม่ 2 เม.ย. นั่งหัวโต๊ะแก้ฝุ่น-หมอกควันภาคเหนือ เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 31 มี.ค. พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ภาคเหนือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงใยพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก โดยจะเดินทางไปตรวจราชการที่ จ.เชียงใหม่ และประชุมติดตามสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง รวมทั้งการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่าร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และ จ.ตาก ในวันอังคารที่ 2 เม.ย. เวลา 09.00 น. ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ และในช่วงบ่ายจะเดินทางกลับมาประชุมคณะรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ “นายกฯ ติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และเห็นว่ามีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานในระดับสูง จนอาจมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จึงจะไปรับฟังข้อมูลการดำเนินงานด้วยตนเอง พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และสนับสนุนสิ่งจำเป็นต่าง ๆ หากพบข้อติดขัดในการปฏิบัติงาน เพื่อให้ปัญหาคลี่คลายโดยเร็วที่สุด” รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกำหนดการ นายกฯ ลงพื้นที่ จ. เชียงใหม่ ในวันที่ 2 เม.ย
“ธนกร” มั่นใจพลังประชารัฐตั้งรัฐบาลได้แน่ แย้มคุยพรรคเล็กต่างหนุน”บิ๊กตู่”นั่งนายกฯ ต่อ วันนี้ (31 มี.ค.) นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ช่วงนี้บรรยากาศทางการเมืองอยู่ในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทุกอย่างดำเนินไปตามกฏหมายและครรลองประชาธิปไตย พรรคพลังประชารัฐมั่นใจว่าจะสามารถรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างแน่นอน เพราะพรรคการเมืองที่เราประสานต้องการให้ประเทศสงบ ให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า เป็นการทำความดีเพื่อบ้านเมืองและประชาชน ไม่ให้คนที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายมาปกครองบ้านเมือง นายธนกร กล่าวอีกว่า ตนมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคเล็กบางพรรคที่ได้ 1 เสียง ซึ่งต่างก็เห็นด้วยที่จะสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาทำงานต่อเพื่อสร้างความมั่นคงมั่งคั่งให้กับประเทศ โดยส่วนใหญ่มองว่า สถานการณ์แบบนี้ไม่มีใครเหมาะที่จะเป็นนายกฯ เท่าพล.อ.ประยุทธ์ นอกจากนี้ ช่วงนี้เป็นช่วงที่พี่น้องคนไทยมีความสุข เนื่องจากจะมีงานพระราชพิธีที่สำคัญที่พี่น้องคนไทยเฝ้ารออีกด้วย ดังนั้น ขอให้ประชาชนเป็นกำลังใจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดงานครั้งนี้ด้วย
‘วิษณุ’ แย้ม บิ๊กตู่ รอนั่ง นายกฯรอบ 2 เชื่อผมเถอะ รัฐบาลหน้าไปเร็ว เมื่อวันที่ 27 มี.ค. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวให้โอวาทคณะยุวชนประชาธิปไตย รุ่นที่ 1 ที่เข้าเยี่ยมคารวะ ตอนหนึ่ง ว่า คำว่าปฏิรูปประเทศเป็นคำสำคัญ และมันจะอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน ไม่ว่านายกฯคนใหม่จะเป็นใคร รัฐบาลจะเป็นใคร ภารกิจในการปฏิรูปประเทศก็มี เพราะการปฏิรูปประเทศไม่ใช่นโยบายของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. แต่เป็นนโยบายที่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ เมื่ออยู่ในรัฐธรรมนูญ ทุกคนต้องปฏิบัติตาม รัฐบาลในอดีตตั้งแต่ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นนายกฯคนที่ 29 แต่เราไม่ได้มีรัฐบาลแค่ 29 ชุด เพราะนายกฯบางคนเป็นแล้วเป็นอีก ซึ่งนับเป็น 1 คน จอมพล.ป.พิบูลสงคราม เป็นหลายปี เลือกแล้วก็เป็น แล้วมีการปฏิวัติ หรือ นายควง อภัยวงศ์ ก็เป็นนายกฯหลายสมัย ขณะที่นายชวน หลีกภัย ก็เป็นนายกฯถึง 2 ครั้ง นายทักษิณ ชินวัตร ก็เป็น 2 ครั้ง พล.อ.ประยุทธ์ 1 ครั้ง รอครั้งที่ 2 อยู่ นายวิษณุ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติมีอายุ 20 ปี ใครมาเป็นรัฐบาลหน้าไม่ชอบยุทธศาสตร์ชาต
