นายก
ผลทำนาย ว่าที่นายกฯ จากยอดเสิร์ชกูเกิ้ล แม่นมาแล้วตอนเลือกตั้งอเมริกา! ว่าที่นายกฯ / ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Koon Wisessombat ผู้ก่อตั้งเพจ echo สื่อมวลชนที่เชี่ยวชาญด้านออนไลน์ ได้เขียนบทความทำนาย ว่าที่นายกรัฐมนตรี โดยวิเคราะห์จากผลการค้นหาจาก Google โดยใช้หัวข้อว่า “ผลเสิร์ช Google โค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง ฟันธง เลือกตั้ง 62? หากเป็นตามนี้ เราเห็นแล้วใครคือนายกฯ จากเสียงประชาชน” ผู้โพสต์ระบุว่า การเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ได้ โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำ ถูกทำนายไว้โดยอภิมหา Big Data อย่าง Google Search ล่วงหน้า แม้จะไม่ได้อธิบาย 100% ว่าค้นหาด้วยความนิยม หรือ ความไม่นิยม แต่มันพอจะบอกได้คร่าวๆ ว่าใครกำลังเป็นที่จับตามองของ Voters ที่อย่างน้อย” มีความตั้งใจ” พิมพ์ค้นหาชื่อพวกเขาเหล่านั้น Google Trends ชื่อแคนดิเดตนายกฯ ในรอบ 90 และ 30 วัน บทความดังกล่าวได้ยกชื่อ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จาก 5 พรรคการเมือง ได้แก่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ พรรคเพื่อไทย นายอภสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โ
“บิ๊กตู่” เผย เป็น นายกฯ ประเทศนี้ต้องไร้ความรู้สึก “ยัน”เป็นคนตลก ขอบคุณโพลหนุนอยู่ต่อ ซัดกลับการเมือง ก็หวังสืบทอดอำนาจเหมือนกัน ถามมีพรรคไหนไม่อยากเป็นนายกฯ-รัฐบาล บ้าง โวทำให้ประชาชนรักมันง่าย เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 12 มี.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างอารมณ์ดี โดยใช้เวลาตอบคำถามสื่อมวลชนเกือบ 40 นาที โดยทันทีที่มาถึง พล.อ.ประยุทธ์กล่าว กระเซ้า ผู้สื่อข่าวว่า ทำไมสื่อคิดถึงหรืออย่างไรมารอกัน แต่ยอมรับว่าวันนี้ใช้เวลาในการประชุมนาน สงสัยสื่อต้องปรับเวลาการส่งข่าวใหม่ เพราะบางครั้งการประชุมครม.ใช้เวลานาน ตั้งแต่เช้าตนยังพูดไม่หยุดถึงตอนนี้ และพอเห็นคำถามของสื่อแม้เป็นคำถามที่น่าสนใจ แต่ต้องขอเวลารวบรวมสติของตัวเอง เพราะการเป็นนายกฯของประเทศนี้ ต้องไร้ความรู้สึก โมโหใครไม่ได้ วันนี้จึงลดบทบาทความเป็นทหารให้มากที่สุด ไม่ใช่เพื่อการเมือง แต่ตนก็ต้องห่วงสุขภาพตัวเอง ถ้าเครียดมากเดี๋ยวเป็นอะไรไปอีกก็จะลำบากครอบครัวก็จะลำบากไปด้วย นายกฯ กล่าวถึงการปรับลุกส์ตัวเองผ่านสังคมโซเชี
ศรีสุวรรณ เปิด 11 เหตุผล ‘บิ๊กตู่’ ไม่เหมาะหวนคืนเก้าอี้นายกฯ ชี้เป็นตัวตลกในเวทีโลก ซัดทำลายฐานรากประชาธิปไตย ทำรัฐประหารเสียของ ประเทศเสียโอกาสพัฒนา เมื่อวันที่ 28 ก.พ. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยได้ออกแถลงการณ์ “การตรวจสอบการทุจริตประพฤติมิชอบของรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ” เรื่อง “ขอดเกล็ด 11 เหตุผลที่พล.อ. ประยุทธ์ไม่เหมาะเป็นนายกรัฐมนตรีอีกต่อไป” โดยระบุว่า ตามที่พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ยอมลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อมาทำหน้าที่ผู้รักษาการณ์ ตามครรลองของการเมืองไทยที่ปฏิบัติกันมา “แถมยังกล้าที่จะตอบรับการเสนอบัญชีรายชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐ ในการต่อสู้ชิงชัยในการเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้ ทำให้เป็นที่ครหาว่าเป็นกรรมการตัดสิน แต่กลับลงสนามมาเล่นแข่งเสียเอง แถมยังใช้ทรัพยากรต่างๆ ของรัฐและสื่อของชาติมาจ้อทุกคืนวันศุกร์ โดยไม่ได้ประเมินให้ขาดว่าสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้ความเหมาะสมของการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่สง่างามของพล.อ.ประยุทธ์นั้นหมดสิ้นไปแล้ว” นายศรีสุวรรณ กล่าว นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า และไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่
กรุงเทพโพลล์ เผยผลสำรวจนับถอยหลัง “เลือกตั้ง” อยากให้ บิ๊กตู่ เป็นนายกฯ เมื่อวันที่ 23 ก.พ. กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จึงสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “นับถอยหลัง 28 วัน สู่การเลือกตั้ง” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,506 คน พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 95.6 ตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 24 มี.ค. 62 ที่จะถึงนี้ขณะที่ร้อยละ 2.1 ตั้งใจว่าจะไม่ไป ส่วนที่เหลือร้อยละ 2.3 ยังไม่แน่ใจ เมื่อถามว่าสโลแกนนโยบายพรรคที่เห็นหรือได้ยินแล้วสนใจมากที่สุดคือ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส (พรรคเพื่อไทย) คิดเป็นร้อยละ 37.4 รองลงมาคือ นโยบายแก้จน สร้างคน สร้างชาติ (พรรคประชาธิปัตย์) คิดเป็นร้อยละ 34.1 ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน เพื่อแก้ปัญหาปากท้องประชาชน (พรรคภูมิใจไทย)คิดเป็นร้อยละ 23.1 7:7:7 สวัสดิการ สังคม เศรษฐกิจประชารัฐ (พรรคพลังประชารัฐ) คิดเป็นร้อยละ 21.5 และเพิ่มคุณภาพชีวิต แก้ปัญหาปากท้อง พร้อมสานต่อปฏิรูปจริงจัง (พรรคชาติไทยพัฒนา) คิดเป็นร้อยละ 20.7 เมื่อถามว่า “ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ท่านตั้งใจจะเลือกผู้สมัครจากพรรคใดมาบริหารประเทศ” กลุ่มตัวอ
ชาวเน็ตแห่แชร์ คำทำนาย หลัง ไทยรักษาชาติ ยื่นบัญชีรายชื่อ แคนดิเดตนายกฯ บรรยากาศภายหลัง พรรคไทยรักษาชาติ ได้ยื่นพระนาม ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรี ต่อ กกต. โดยมีการเปิดภาพเอกสาร เป็นพระรูป ทูลกระหม่อมฯ และได้ยื่นให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพ โดยในเอกสารดังกล่าว มีพระรูป ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี และมีลายพระนาม อยู่ด้านท้ายของเอกสาร โดยทรงใช้พระนามว่า “ทูลกระหม่อมอุบลรัตนฯ มหิดล” ส่วนบรรยากาศในโลกออนไลน์ความร้อนแรงพุ่งถึงขีดสุด แฮชแท็กในทวิตเตอร์พุ่งสูงติดเทรนด์โลก พร้อมกันนั้น ยังมีการแชร์ คำทำนายของ พระราชพรหมยาน หรือ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ อดีตเจ้าอาวาสวัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี พระเกจิชื่อดังที่มีศิษยานุศิษย์ทั่วประเทศ มีชื่อเสียงด้านการบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐานจนได้วิชามโนมยิทธิ (ฤทธิ์ทางใจ)
เมื่อเวลา 09.10 น. พรรคไทยรักษาชาติ ได้ยื่นบัญชีรายชื่อต่อ กกต. โดยมีการเปิดภาพเป็นภาพ ทูลกระหม่อมฯ และได้ยื่นให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และทรงเป็นพระเชษฐภคินีพระองค์เดียวในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประสูติเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2494 เวลา 23.28 น. ณ โรงพยาบาลมองชัวซีส์ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เสด็จนิวัตพระนคร แล้วประทับ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อถึงงานพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระอิสริยยศเมื่อประสูติ คือ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี” เปิดเอกสารแล้ว!! ไทยรักษาชาติ เสนอพระนาม ทูลกระหม่อม สู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) พรรคไทยรักษาชาติ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับพระเมตตาจากทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล ในการรับการเสนอชื่อเป็นนา
ความเหลื่อมล้ำ – นายบรรยง พงษ์พานิช อดีตคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว Banyong Pongpanich เปิดเผยข้อมูล เรื่องความเหลื่อมล้ำ ปรากฏว่าประเทศไทยถูกจัดอันดับ 1 ในประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก ความว่า ว่าด้วยความเหลื่อมล้ำ… 5 ธ.ค.61 ประเทศไทย กลายเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลกไปแล้ว …ตามข้อมูลของ CS Global Wealth Report 2018 ที่ออกมาเมื่อเดือนตุลาคม มีข้อมูลที่น่าเป็นห่วงมากว่า ถ้านับในด้านความมั่งคั่ง(Wealth)แล้ว ไทยแลนด์แดนสารขัณฑ์ที่ได้อันดับ 3 ในการสำรวจเมื่อสองปีที่แล้ว สามารถแซงทั้งรัสเซีย ทั้งอินเดีย ฉลุยขึ้นป้ายอันดับ 1 ได้อย่างค่อนข้างห่างด้วยซ้ำ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว (2016) คนไทย 1% มีทรัพย์สินรวม 58.0% ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ มาปีนี้ (2018) 1% มีเพิ่มเป็น 66.9% รวยขึ้นอื้อเลยครับ …แซงรัสเซียที่ลดจาก 78% เหลือแค่ 57.1% ตกไปเป็นที่ 2 ขณะที่ตุรกีมาแรงทั้งๆ ที่เศรษฐกิจห่วยแตก แต่คนรวยกลับเพิ่มสัดส่วนขึ้นได้เป็น 54.1% แซงอินเดียที่ตกไปเป็นที่ 4 จาก 58.4% เหลือแค่เพียง 51.5% แล้วนอกจาก 4 ประเทศนี้ ก็ไม่มีประเทศไหนในโลกอีกแล้วที่
เมื่อเวลา 11.53 น. วันที่ 14 ตุลาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะรัฐมนตรีพร้อมคู่สมรส และนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เดินทางมาร่วมสรงน้ำถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวให้กำลังใจกับประชาชนที่มาเฝ้าสรงน้ำสักการะสั้นๆ ว่า “เราต้องเข้มแข็ง เราต้องผ่านไปให้ได้” ที่มา มติชน
