น่าน
หนึ่งในกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ โดย ททท. ที่จังหวัดน่าน คือ การทอผ้าตาโก้ง ที่บ้านนาซาว อ.เมือง การทอผ้า เป็นวิถีชีวิตปกติของชาวบ้านในพื้นที่นี้ เมื่อมีนักท่องเที่ยว เข้ามาเยี่ยมเยือน นักท่องเที่ยวก็จะได้รับประสบการณ์จริง จากการได้ทดลองทอผ้า และการมัดควั่นปมผ้าตาโก้ง ด้วยหน้าแข้ง (ผ้าตาโก้ง ความหมายตามพจนานุกรมคือ ผ้าชนิดหนึ่งที่ทอเป็นตาโตๆ) ข้อมูลจาก เว็บไซต์การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ประเทศไทย ระบุว่า ในอดีต บ้านนาซาวมีการปลูกฝ้ายในพื้นที่ดอน หรือพื้นที่แล้งน้ำ และเก็บฝ้ายในช่วงฤดูหนาวก่อนจะนำไปปั่นและทำเส้นด้าย การย้อมสี และการเตรียมเส้นฝ้ายเพื่อการทอ โดยทั่วไป เมื่อว่างเว้นจากงานเกษตรกรรม สตรีในชุมชนบ้านนาซาวจะทอผ้าสำหรับใช้เป็นเครื่องนุ่งห่มในครัวเรือน ผ้าทอลายตาโก้งที่ทอโดยหญิงสาว เป็นการแสดงถึงความพร้อมในการ “ออกเรือน” หรือออกไปแต่งงานเพื่อไปสร้างครอบครัวใหม่ ผ้าห่มตาโก้งเป็นงานหัตถกรรมที่เป็นแรงงานของความรัก จากแม่สู่ลูกและคนในครอบครัว และจากหญิงสาวถึงชายหนุ่ม กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ที่บ้านนาซาวแห่งนี้ นอกจากทอผ้า มัดควั่นปมผ้าตาโก้ง แล้วยังมีการทำบัวลอย ซึ่งนักท
การเดินทาง การท่องเที่ยว รูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่ การไปเยือน ไปถึง ถ่ายรูป เข้าห้องน้ำ แล้วจบ แต่เป็นการเดินทางท่องเที่ยวที่จะได้เติมเต็มคุณค่าประสบการณ์ใหม่ ในรูปแบบที่เรียกว่า การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ได้จัดทำขึ้น อย่างที่ การไปเยือนวัดพระเกิด ที่อ.เมือง จ.น่าน ก็มีกิจกรรมของผู้ไปเยือนคือ การทำตุง หรือ ธง เพื่อความเป็นสิริมงคล นั่นคือ ผู้ไปเยือนหรือนักท่องเที่ยวได้ลงมือทำจริงๆ ได้สัมผัส ได้เข้าพิธีกรรม นำมาซึ่งความอิ่มเอิบใจ คุณดรุณี เทียมแสน วัย 68 ปี ผู้สอนการทำตุง เผยว่า การทำตุงเพื่อสะเดาะเคราะห์ สืบชะตา เรียกขวัญกำลังใจ ที่วัดพระเกิด เริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2554 โดย อาจารย์คำรบ วัชราคม อดีตผู้อำนวยการเทคนิคน่าน เป็นผู้ริเริ่ม (แต่ท่านเสียชีวิตไปตั้งแต่ปี 2558) คณะกรรมการวัดก็เลยมาสานงานต่อ คุณดรุณี อธิบายให้ฟังว่า เริ่มต้นในการทำตุง ทางวัดจะจัดเตรียมตุงไว้ให้ จากนั้นให้นักท่องเที่ยว ได้แปะปาก จมูก ตา คิ้ว (รูปพระ) แปะปีนักษัตร หรือปีเกิดของผู้ทำ เขียนชื่อวันเดือนปีเกิดลงไป จากนั้น นำตุงไปถวายพระ กล่าวคำถวายตุง ให้พระสวดมนต์ให้พร กรวดน้ำ เป็นอันจ
วันที่ 20 ก.ย.ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองน่าน และตัว อ.น่าน มีการปวดท้องอย่างรุนแรง เวียนหัว อาเจียน ถ่ายเหลว ทยอยเข้ามาโรงพยาบาลน่าน หลังซื้อขนมปังจากห้างชื่อดังแห่งหนึ่ง มารับประทานไม่ถึง 3 ชั่วโมง นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน เปิดเผยว่า จากการสอบสวนโรคของผู้ป่วยซึ่งทยอยมาเรื่อยๆ จนถึงขณะนี้มีแล้วถึง 14 ราย ทราบว่าผู้ป่วยทั้งหมดรับประทานขนมปังมีไส้ครีม หรือที่เรียกว่าเอแคร์ จากห้างสรรพสินค้าจังหวัดน่าน โดยผู้ป่วยที่รับประทานเข้าประมาณ 3 ชั่วโมง เริ่มออกอาการ ซึ่งสันนิษฐานว่าในส่วนผสม และกระบวนการผลิตขนมดังกล่าวอาจมีความผิดพลาด เนื่องจากหากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียจะต้องใช้ระยะประมาณ 6 ชั่วโมง ถึง 2 วัน จึงจะมีอาการ “แต่เหตุการณ์นี้ส่วนใหญ่รับประทานเข้าไปก็มีอาการอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะเกิดจากสารเคมีที่เป็นส่วนผสมในขนม ขณะนี้ได้ประสานกับทางห้างฯ ให้เก็บขนมดังกล่าว ออกจากจุดขายไว้ก่อน เพื่อนำขนมที่เป็นปัญหาไปทำการตรวจหาเชื้อ ส่วนผู้ป่วยทั้งหมดได้รักษาตามอาการและปลอดภัย อย่างไรก็ตามยังจะต้องเฝ้าระวังอาการของผู้ป่วยที่รับประทานขนม จนกว่าจะได
