บรรจุภัณฑ์
เอกา โกลบอล ขยายกำลังการผลิต 15% รับออร์เดอร์ล้นหลาม ในไทย-ต่างประเทศ วันที่ 16 ส.ค. 2564 นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 350 ล้านชิ้นต่อปี หรือเพิ่มขึ้นกว่า 15% จากกำลังการผลิตเดิม 2,500 ล้านชิ้นต่อปี โดยสายการผลิตใหม่นับเป็นสายการผลิตลำดับที่ 10 เพื่อตอบสนองความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงสู่วิถีชีวิตรูปแบบใหม่จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไปทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง “โควิด ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตใหม่อย่างรวดเร็วขึ้น โดยความต้องการผู้บริโภคเพิ่มขึ้นชัดเจนอย่างมีนัยยะในทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็น อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น อินเดีย และไทย ฯลฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้ใช้กำลังการผลิตเต็ม 100% มานานแล้ว และขณะนี้คำสั่งซื้อยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ” นายชัยวัฒน์ กล่าว ปัจจุบัน บริษัทฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการ
โควิด-19 สร้างพฤติกรรมการบริโภคใหม่ ความต้องการอาหารปลอดภัย หนุนอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์โลกและไทย ปี 2564 ‘เอกา โกลบอล’ ผู้นำเทรนด์บรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร รับผลบวกสองเด้ง ยอดขายทั่วโลกพุ่งสูงต่อเนื่อง ทั้ง อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น และอินเดีย ขณะที่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง เติบโตเช่นกัน ยืนยันช่วยเหลือเอสเอ็มอีอาหารไทยทั่วประเทศ เข้าทดสอบการยืดอายุอาหาร เพิ่มโอกาสขยายธุรกิจสู่ตลาดภูมิภาคและต่างประเทศ นายชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด (EKA GLOBAL) ผู้นำตลาดนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหาร (Longevity Packaging) เปิดเผยว่า จากการสำรวจความต้องการลูกค้าที่สั่งซื้อบรรจุภัณฑ์อาหารของบริษัทฯ ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา พบว่า ความต้องการอาหารปลอดภัย (Food Safety) เป็นสิ่งที่ลูกค้ามีความต้องการสูงสุด และยิ่งมีการกลายพันธุ์ของเชื้อโรค หรือการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลัสเตอร์ใหม่ กรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย บรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยยิ่งเป็นที่คำนึงถึง พร้อมกันกับการมีอาหารที่สามารถยืดอายุการจัดเก็บได้นาน หากต้องมีการกักตัว หรืออยู่บ้าน เพื่อลดการเคลื่อนตัวไปยังจุดที่อ่อ
SMEs ควรรู้ เปิด 4 เทรนด์บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ที่ยังได้รับความนิยมในปี 2021 ข้อมูลจากสำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เผย ภาพรวมมูลค่าการส่งออกบรรจุภัณฑ์ไทยในช่วงไตรมาส 2/2563 มีมูลค่า 14,253 ล้านบาท ลดลงเพียงร้อยละ 2.64 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีที่ผ่านมา จากปัญหาของระบบขนส่งและโลจิสติกส์ รวมถึงสถานการณ์การปิดประเทศในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น มีบางอุตสาหกรรมได้รับผลบวก อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ยาและเวชภัณฑ์ จากการสำรวจของบริษัททางด้านการตลาดมากมาย พบว่า สิ่งที่ผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการนั้น คือความปลอดภัยจากสินค้าที่ซื้อ และรูปแบบการซื้อนั้นเป็นรูปแบบของอีคอมเมิร์ซ และดีลิเวอรี่เพิ่มมากขึ้น ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลให้เกิดการปรับตัวของผู้ผลิต ที่ต้องนำเทคโนโลยีเข้าเป็นตัวช่วยในการปรับรูปแบบสินค้า ทั้งด้านการผลิตและการบรรจุหีบห่อ เว็บไซต์ ธนาคารกรุงเทพ จึงได้เผย เทรนด์การออกแบบบรรจุภัณฑ์ในปี 2021 ซึ่งผู้ผลิตหลายเจ้ายังคงให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีการคาดว่าบรรจุภัณฑ์ที่จะได้รับความนิยมนั้น ประกอบด้วย 1. บรรจุภัณฑ์กินได้ เนื่องจากผู้บริโภคให้ค
เผยเทรนด์ปีนี้ การผลิตและบรรจุภัณฑ์สำคัญ เน้น ดิจิทัล ปลอดภัย รักษ์โลก คุณรุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ-ภูมิภาคอาเซียน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ กล่าวถึงความมั่นใจในการจัดงาน โพรแพ็ค เอเชีย 2020 ว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเกิดขึ้นมา กว่า 6 เดือนจะยังคงเป็นที่วิตกของคนทั่วโลก แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับภาคการผลิตและอุตสาหกรรม คาดว่าน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ผู้ประกอบการเริ่มปรับตัวได้ และทยอยกลับมาดำเนินการได้เป็นปกติมากขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ที่รายงานว่า ดัชนีผลผลิ ตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนมิ.ย. ขยายตัว 4.18% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนและขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 อัตราการใช้กำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 55.21% จากเดิมที่ 52.34% นับเป็นสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่ดี นอกจากนั้น ยังมีบางอุตสาหกรรมได้รับผลบวกจากสถานการณ์โควิด-19 อาทิ อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องดื่ม ยาและเวชภัณฑ์ นอกจากนั้น ผลการสำรวจของบริษัทวิจัยด้านการตลาดจากหลายสำนัก ยังให้ข้อมูลใกล้เคียงกันว่าเทรนด์การดำเนินธุรกิจและอุตสาหกรรมจะมุ่งไปสู่ยุคดิจิทัล (Digitalization)
ถึงเวลาคนไทยส่งออกขนม! ด้วย ‘แพ็กเกจจิ้งถนอมอาหาร’ นวัตกรรมสุดล้ำที่อินเดียยังใช้ ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะได้เห็นทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และสารพัดขนมหวานของไทย มีโอกาสส่งไปขายต่างประเทศได้เหมือน “อินเดีย” ดินแดนภารตะที่หลายคนมองข้าม แต่วันนี้สามารถส่งออกขนมหวานขึ้นชื่อข้ามน้ำข้ามทะเลไปหลายประเทศทั่วโลกได้สำเร็จ โดยที่ยังคงความอร่อยไม่เน่าเสีย สามารถวางขายอยู่ในอุณหภูมิปกติได้ไม่น้อยกว่า 3 เดือน ถึง 2 ปี ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการพัฒนาแพ็กเกจจิ้งที่เรียกว่า Longevity Packaging หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกแบบคงรูป ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาจนสามารถรักษาคุณภาพของอาหารได้ยาวนาน โดยไม่ต้องอยู่ในตู้แช่ และคนสำคัญที่จะมาช่วยให้เราเข้าใจโลกของแพ็กเกจจิ้งมากขึ้นคือ คุณชัยวัฒน์ นันทิรุจ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เอกา โกลบอล จำกัด โปรไฟล์ไม่ธรรมดา เรียนจบปริญญาตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เคยทำงานอยู่ฝ่ายธนบดีธนกิจ ธนาคารไทยทนุ ก่อนหันมาช่วยธุรกิจครอบครัว บริษัทแป้งมันสำปะหลังชั้นนำของประเทศไทย จากนั้นได้ร่วมทุนกับนักลงทุนจากออสเตรเลีย
กระแส “รักษ์โลก” ยังไม่กระทบธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก แต่ลูกค้าเลือกใช้กระดาษมากขึ้น จากกระแสปัจจุบันที่ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของภาวะโลกร้อนมากยิ่งขึ้น ทำให้เริ่มมีการรณรงค์ลดใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการไม่รับถุงเมื่อซื้อสินค้าน้อยชิ้นของร้านสะดวกซื้อชื่อดัง คาเฟ่หลายร้านลดราคาเครื่องดื่มลงเมื่อลูกค้านำแก้วมาเอง เป็นต้น “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สอบถามไปยังผู้ประกอบการขายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดต่างๆ ถึงผลกระทบจากกรณีรณรงค์ลดใช้พลาสติกดังกล่าว คุณเชาวลิต เจ้าของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ MT Cup ขายส่ง แก้วกาแฟ พลาสติก ราคาโรงงาน เผยว่า สำหรับกระแสดังกล่าว ทางร้านเองไม่ได้รับผลกระทบเท่าไรนัก ยังสามารถขายบรรจุภัณฑ์พลาสติกได้ตามปกติ ไม่มีการปรับตัวใดๆ เพราะความต้องการของตลาดยังสูงอยู่ เนื่องจากราคาของบรรจุภัณฑ์ไบโอ ที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนมีราคาสูงกว่าพลาสติก ทำให้มีผู้ค้าจำนวนมากยังเลือกใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกเช่นเดิม คุณสุนันทา วิสิทธิ์ ผู้ดูแลร้านแก้วพลาสติก แป้งสาลี by บีตี้เบเกอรีช้อป หนองจอก กล่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า ไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวเช่นกัน และยังไม่มีการปรับตัวในด้าน
เปลี่ยนทัศนคติใหม่เดี๋ยวนี้!! ใครที่คิดว่า “อุตสาหกรรมการพิมพ์กำลังจะตาย” ไปฟังจากปากนักธุรกิจ แค่เปลี่ยนจากผลิตหนังสือพิมพ์ และนิตยสาร ไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ หรือดิจิตอลแพ็กเกจจิ้ง ณ วันที่ยุคสมัยเปลี่ยนผ่าน พร้อมกับเทคโนโลยีดิจิตอลก้าวเข้ามามีบทบาทต่อไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิต สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ นั่นคือ การชะลอตัวของสิ่งพิมพ์ แม้สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ทั่วโลก แต่ภาพรวมอุตสาหกรรมการพิมพ์ มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยมาจากการเปลี่ยนแปลงการใช้งานเทคโนโลยีการพิมพ์ จากการผลิตหนังสือพิมพ์ และนิตยสาร ไปสู่อุตสาหกรรม การผลิตรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ และยังมองเห็นการปรับตัวเชิงบวกสำหรับผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่วงการอุตสาหกรรมจากทั่วโลก นางสาวเบียทริซ เจ โฮ ผู้อำนวยการโครงการ “แพ็ก พริ้นต์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2019” โดย เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย (เอ็มดีเอ) กล่าวว่า อุตสาหกรรมการพิมพ์ยังไม่ตาย และยังคงสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาล แม้จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของ
แนะ 4 หลักการ เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ด้อยค่า ให้มีมูลค่าเพิ่ม บรรจุภัณฑ์ (Package) เหมือนเสื้อผ้าสวยๆ ที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้คนใส่ แต่ถ้าบรรจุภัณฑ์ดูด้อยค่า สวยหรือหล่อแค่ไหนใส่แล้วก็หมอง หลักการข้อแรก “ต้องปกป้องสินค้า” หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์อย่างแรกเลย ที่สำคัญมาก คือ ต้องสามารถป้องกันสินค้าของเราให้อยู่รอดปลอดภัยจนถึงมือลูกค้าได้ ไม่ใช่ถึงได้ธรรมดานะ แต่ต้องถึงได้โดยไม่ระคายบุบสลาย หรือโดนขีดข่วนแม้แต่น้อย หลักการข้อที่สอง “ต้องง่ายต่อการขนส่ง” อันนี้เป็นความจำเป็นลำดับสอง ที่ต้องพิจารณาให้ดี เวลาสินค้าถูกขนส่งไปไกลๆ ต้องมีบรรจุภัณฑ์เฉพาะเพื่อการขนส่ง แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ลืมว่า บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งนั้น เขาทำง่ายๆ ไม่ได้เน้นสวยงามแต่อย่างใด แค่ไม่ให้สินค้าบอบช้ำระหว่างการเดินทางเท่านั้น หลักการข้อที่สาม “ต้องสร้างมูลค่าเพิ่ม” การสร้างมูลค่าเพิ่มในที่นี้ หมายถึง การช่วยทำให้สินค้าดูดีมีมูลค่าเกินกว่าความเป็นจริง เพราะส่งผลต่อการตั้งราคาให้สูงขึ้นได้ ดังนั้น บรรจุภัณฑ์ควรมีความ “สวย” มีความ “โดดเด่น” สามารถสร้างความสะดุดตา ยามที่อยู่กับสินค้าชนิดเดียวกันบนชั้นวางจำหน่าย ใครเดินผ่าน เป็นต้องหัน
บรรจุภัณฑ์ (Package) เหมือนเสื้อผ้าสวยๆ ที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้คนใส่ แต่ถ้าบรรจุภัณฑ์ดูด้อยค่า สวยหรือหล่อแค่ไหนใส่แล้วก็หมอง เมื่อปลายปีที่แล้ว มีโอกาสไปบรรยายให้กับกลุ่มโอท็อปจากหลายจังหวัดในภาคกลาง เรื่องเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ โดยการบรรยายแบ่งเป็นภาค “เล่าให้ฟัง” และ “วิจารณ์ของจริง” เรื่องเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์มีความละเอียดอ่อนอยู่พอสมควร และคงเกินความสามารถสำหรับคนที่ไม่ได้ร่ำเรียนมาทางออกแบบ จะทำเองได้ ดังนั้น ผมจึงบรรยายในเชิงของการให้ไอเดีย มากกว่าจะยุยงให้โอท็อปทั้งหลายลุกขึ้นมาออกแบบเอง ผมชอบภาควิจารณ์ของจริงครับ เลยอยากเก็บมาเล่าสู่กันฟัง เผื่อท่านทั้งหลายจะได้ไอเดียเอาไปใช้พิจารณาบรรจุภัณฑ์ของสินค้าตัวเองในปัจจุบัน ว่าควรปรับปรุงหรือไม่ หรือว่าดีอยู่แล้ว วิธีการก็คือ ผมเอาสินค้าจริงที่โอท็อปทั้งหลายนำมาด้วย เอามาโชว์กันจะจะ วิจารณ์กันแบบตรงไปตรงมา โดยดึงให้แต่ละคนมีส่วนร่วมในการวิพากษ์วิจารณ์ด้วย เพื่อจะได้เอาแนวคิดกลับไปพิจารณาผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของตัวเอง หลักการที่นำมาใช้พิจารณา ผมให้ไว้ 4 ประการ ไม่ซับซ้อนครับ หลักการข้อแรก “ต้องปกป้องสินค้า” หน้าที่ของบรรจุภัณฑ์อย่างแรกเลย ที่สำคัญม
