บสย.
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม C โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว คุณประภัสรา เนาวบุตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขา บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนา “ทางเหลือ-ทางรอด SMEs ยุค 4.0” ซึ่งจัดโดย “เส้นทางเศรษฐี” นิตยสารรายเดือน เฟซบุ๊กแฟนเพจ และเว็บไซต์ เพื่อผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม ว่า บสย. มีการค้ำประกันสินเชื่อตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อย ไปจนถึงรายใหญ่ โดยกลุ่มที่ ค้ำประกันให้มากที่สุดคือกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ที่เป็นรากฐานเศรษฐกิจสำคัญของไทย การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนถือเป็นภารกิจที่ บสย. มีความมุ่งมั่น อย่างไรก็ตามจากการศึกษาวิจัยที่ผ่านมา ยังพบว่า มีกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่กู้ยืมนอกระบบ เพราะไม่มีความพร้อม ในปีนี้ภาครัฐได้อนุมัติ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทรัพย์ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ด้วยวงเงินสนับสนุน 150,000 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 1 ปี
บสย. หนุนผู้ประกอบการด้วยโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน ปรับปรุงใหม่ วงเงินค้ำประกันสินเชื่อ 81,000 ล้านบาท และฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 4 ปีแรก เริ่มแล้ววันนี้ – 30 มิถุนายน 2561
สวัสดีครับผู้อ่านทุกท่าน ผมมิสเตอร์ บสย. มาพบผู้อ่านอีกครั้งในฉบับนี้ ซึ่งอยู่ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 แน่นอนว่ายังคงมีการช่วยเหลือจากภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้า แม่ค้า หาบเร่ แผงลอย ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการที่ขาดหลักประกัน หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ยังคงขับเคลื่อนอยู่อย่างแข็งขันคือ การค้ำประกันสินเชื่อโดย บสย. ในวงเงินสูงสุด 2 แสนบาท ร่วมกับ 4 ธนาคาร คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ธนาคารกรุงเทพ และธนาคารทิสโก้ ซึ่งถึงขณะนี้ บสย.ยังคงมีวงเงินค้ำประกันสินเชื่อรายย่อยที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการได้อีกจำนวนมาก จากวงเงินรวมที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลทั้งสิ้น 13,500 ล้านบาท สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างเข้มข้นตลอดช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้ จะเห็น บสย. ผนึกธนาคารออมสิน ระดมทีมงานลงพื้นที่ตลาดนัด ตลาดสด ในพื้นที่ที่มีความต้องการสินเชื่อทั่วประเทศ ประชาสัมพันธ์สินเชื่อ “ประชาชนสุขใจ” และโครงการค้ำประกันสินเชื่อผู้ประกอบการรายย่อยระยะที่ 2 ของ บสย. ซึ่งต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 2 จากปีที่แล้วสามารถค้ำประกันผู้ประก
สวัสดีแฟนคลับ เส้นทางเศรษฐี และ คลินิกค้ำประกัน ครับ เมื่อเร็วๆนี้ ผมได้อ่านข่าว ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ประกาศขึ้นทะเบียนสถาบันอบรมนวดทั่วประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาการขายใบรับรองคุณวุฒินวดปลอม ผมดีใจครับที่กรมให้ความสนใจกับประเด็นนี้ เพราะเท่ากับเป็นการปกป้องอาชีพการนวดไทยที่กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการขอขึ้นทะเบียนให้นวดไทยเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จึงได้เร่งตรวจสอบ เฝ้าระวัง อย่างเข้มงวด พูดถึงอาชีพนวดแผนไทย ผมว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว เป็นอาชีพและศิลปที่คงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรม เหมือน อาหารไทย มวยไทย สำคัญคือ ถ้าฝีมือดีด้วยแล้วละก้อ รายได้ไม่ธรรมดาเลยครับ กลับมาที่อาชีพนวดไทย เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มิสเตอร์ บสย.เชียร์ครับ ถ้ามีฝีมือสามารถพัฒนากิจการได้ด้วยตัวเอง และรายได้ก็ดีมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเวลานี้รัฐบาลกำลังมีโครงการสำคัญผลักดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และกำลังเข้มงวดกวดขันกับเรื่องใบรับรองคุณวุฒินวดปลอม “มีจริงๆค่ะ ตามร้านสปาและร้านนวดทั่วไป ร้านนวดหาซื้อใบรับรองปลอมเกลื่อนกลาดไปหมด ทำให้หมอนวดที่ไปเข้าหลักสูตรการเรียนการสอนจริงๆ ลำบาก อยากเชิญชวนให้ผู้สนใจการนว
หมอนรองกระดูกทับเส้น เป็นที่มาของอาชีพนวด ขณะกำลังก้มหน้าก้มตาทำสวน ป้าปุ้ม หรือ คุณอาภา ปรีชากูลย์ หารู้ไม่ว่า งูพิษกำลังมุ่งตรงเข้ามาทำร้าย และจังหวะที่ป้าปุ้มเหลือบเห็นงูตัวนั้น อารามตกใจจึงผลุนผลันลุกขึ้น ทำให้เซล้มลง และนั่นจึงเป็นสาเหตุให้ป้าปุ้ม แม่ค้าขายส้มตำ ต้องเข้ารับการรักษาตัว แต่ทว่าไม่ใช่เพราะถูกพิษงู แต่เพราะอาการหมอนรองกระดูกทับเส้น หลังจากเข้ารับการผ่าตัด อาการก็ยังไม่ดีขึ้นนัก และระหว่างอยู่ในช่วงหัดเดิน ป้าปุ้มมองหาทางเลือกเสริมในการสร้างสุขภาพตนเองให้กลับมาแข็งแรง โดยผันตัวเองสู่การเป็นนักเรียนแพทย์แผนไทย โดยศึกษาเรียนรู้หลากหลายหลักสูตร กับกระทรวงสาธารณสุข และยังได้เรียนรู้การนวดแบบแก้อาการ จัดกระดูก กับหมอชาวจีน รวมถึงหลักสูตรนวดแบบผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง “ก่อนหน้านี้ ป้าเปิดร้านขายส้มตำ พอมาประสบอุบัติเหตุก็ทำให้อาชีพนั้นสะดุดไปด้วย เพราะมุ่งรักษาตัว จนกระทั่งไปผ่าตัด และก็มาคิดว่าจะทำอย่างไรให้อาการดีขึ้น จึงไปเรียนนวดแผนไทย และเมื่อเราได้รับการดูแลโดยการนวดด้วย อาการก็ดีขึ้น จึงเริ่มศึกษาเพิ่มเติม เห็นว่าเป็นหนทางที่ดีแล้ว กระทั่งไปเรียนนวดแก
ในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา (เมษายน-15 กันยายน) ธนาคารพันธมิตรที่ผนึกกำลังกับ บสย. ได้ให้การช่วยเหลือรายย่อย ปล่อยสินเชื่อและค้ำประกันสินเชื่อ มากกว่า 10,000 ราย คิดเป็นวงเงินความช่วยเหลือมากกว่า 1,100 ล้านบาท ฮีโร่ในดวงใจของพ่อค้าแม่ขายในรอบ 5 เดือน ไม่ใช่ใครอื่นไกล แต่เป็น 4 ธนาคารใจดี ที่ได้มอบความสุขสดชื่นให้กับพ่อค้า แม่ขาย และรายย่อย คือ ธนาคารออมสิน ธนาคารทิสโก้ ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย และ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารออมสิน และธนาคารทิสโก้ ให้วงเงินกู้รายละ 200,000 บาท ขณะที่ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อยและธนาคารกรุงเทพ ให้วงเงินกู้รายละ 100,000 บาท สำหรับธนาคารกรุงเทพ นอกจากจะมี บสย.ค้ำประกันแล้ว จะต้องมีผู้ค้ำประกันด้วย 1 คน วงเงินค้ำประกันสินเชื่อ ที่ผ่านการปล่อยกู้จากธนาคารใจดีทั้ง 4 ธนาคาร มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกเดือน นับตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา ในเดือนเมษายน มีผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อและค้ำประกัน 146 ราย ค้ำประกันและได้สินเชื่อ 13 ล้านบาท เดือนพฤษภาคม เพิ่มเป็น 1,020 ราย วงเงิน 112 ล้านบาท เดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว 2,400 ราย วงเงิน 275 ล้านบาท เดือนกรกฎาคม ขยับตัว
สวัสดี แฟนคลับ “เส้นทางเศรษฐี” ทุกท่านครับ วันนี้ผมมีเรื่องราวดีๆ มาฝากครับ ผมตื่นเต้นกับข่าวนี้มาก ปีนี้หน่วยงานค้ำประกันสินเชื่อ บสย.ของผมนี่แหละครับ จะจัดงานระดับชาติ ถือเป็นเกียรติกับประเทศไทยมาก ปีนี้ บสย. ได้รับเกียรติจากกลุ่มประเทศสมาชิกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสมาพันธ์ประกันสินเชื่อแห่งภูมิภาคเอเชีย หรือ ACSIC (Asian Credit Supplementation Institution Confederation) โดยมีกลุ่มประเทศสมาชิกจาก 11 ประเทศเข้าร่วมประชุม ในระหว่างวันที่ 23-25 พฤศจิกายน ภายใต้ธีมที่กำลังฮือฮา “บทบาทการค้ำประกันสินเชื่อเป็นความท้าทายในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs” ผมสนับสนุนคำพูดที่ว่า “SMEs สร้างชาติ” หลังจากมีโอกาสได้เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากประเทศผู้นำทางเศรษฐกิจทั้งจาก สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี และ ไต้หวัน พบว่า เบื้องหลังความสำเร็จที่ทุกประเทศมีก็คือ การใช้กลไกการค้ำประกันสินเชื่อ เป็นพลังขับเคลื่อนครับ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีการพัฒนาโมเดลกลไกการค้ำประกันสินเชื่อที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจ ครับ สิ่งที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผมอีกเรื่องหนึ่งคือ กระ
