บัตรคนจน
คลังปิ๊งดึงเงินกองทุนอนุรักษ์พลังงาน จ่ายผ่านบัตรคนจนช่วยค่าน้ำมันวินมอเตอร์ไซค์ ช่วยแบ่งเบาภาระช่วงราคาน้ำมันสูงขึ้นต่อเนื่อง คาดเสนอครม. พ.ย.นี้ เล็งช่วยค่าน้ำมันวินจยย. – รายงานข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ประกอบอาชีพขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง โดยจะพิจารณานำเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน มาอุดหนุนช่วยเหลือค่าน้ำมันเชื้อเพลิงให้ผ่านการใช้จ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถเสนอรายละเอียดให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้อย่างช้าภายในเดือนพ.ย.นี้ สำหรับขั้นตอนปัจจุบันอยู่ระหว่างที่กระทรวงพลังงานพิจารณาว่าจะช่วยอุดหนุนน้ำมันต่อเดือนเท่าไรให้มีความเหมาะสม ซึ่งแนวทางอาจคล้ายคลึงกับการช่วยเหลือค่าแก๊สหุงต้มไปก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันจะมีการตรวจสอบข้อมูลด้วยว่าจะมีการช่วยเหลือกี่คน โดยเบื้องต้นจะประสานไปกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอรายชื่อผู้ลงทะเบียนอาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์ มาเทียบเคียงกับข้อมูลผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการของกรมบัญชีกลาง ซึ่งคาดว่าจะมีคนที่ช่
คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2561 อนุมัติให้การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนที่รัฐบาลเพิ่มเติมให้ภายหลัง หรือมาตรการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐระยะที่ 2 ผ่านทางการเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินเพิ่มจำนวน 200 บาทต่อเดือน จากระยะแรกได้เงินช่วยเหลือ 300 บาท รวมเป็น 500 บาท และรายได้สูงกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ได้เงินเพิ่มจำนวน 100 บาทต่อเดือน จากระยะแรกได้รับเงินช่วยเหลือ 200 บาท รวมเป็น 300 บาท ทั้งนี้ เงินในส่วนที่ได้รับเพิ่มเติมระยะที่ 2 จำนวน 100-200 บาท มีเงื่อนไขว่าต้องผ่านการอบรมวิชาชีพตามมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และปรับเปลี่ยนเป็นการเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับผู้มีสิทธิ์ ซึ่งสามารถเบิกเป็นเงินสดไปใช้ได้ จากเดิมต้องนำเงินไปซื้อสินค้าที่จำเป็นสำหรับการอุปโภคบริโภค หรือสินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อการเกษตรกรรมจากร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ส่วนเงินช่วยเหลือระยะแรก 200-300
นางกุลณี อิศดิศัย อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา กรมนำธุรกิจแฟรนไชส์ จำนวน 100 แบรนด์ ลงพื้นที่มาแล้ว 6 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา ลำปาง อุดรธานี เชียงราย นครศรีธรรมราช และกำแพงเพชร โดยแฟรนไชส์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ประเภทอาหารและเครื่องดื่มกว่า 90% เนื่องจากเป็นธุรกิจที่สามารถบริหารจัดการและจำหน่ายได้ง่าย รองลงมา คือ ธุรกิจเกี่ยวกับความงาม และบริการ ซึ่งจากการนำธุรกิจแฟรนไชส์ลงพื้นที่ทั้ง 6 จังหวัด สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 20 ล้านบาท คาดว่าเมื่อจบทั้งโครงการ 20 จังหวัด จะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท และระหว่างวันที่ 9-12 ส.ค. 2561 นี้ กรมจะนำธุรกิจแฟรนไชส์ลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นจังหวัดที่ 7 เพื่อให้ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้มีรายได้น้อย และผู้ว่างงานได้เลือกซื้อเพื่อนำไปประกอบเป็นอาชีพต่อไป กรม จึงขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมงานได้ ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 อยุธยา ซิตี้พาร์ค จ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. สำหรับจังหวัดที่เหลืออีก 13 จังหวัด ที่กรมวางแผนจะลงพื้นที่ ต
กมธ. ซัก บัตรคนจน เทียบงบปี 62 เผยปัญหาจุกจิก เสียค่าเดินทาง 100 เหลือใช้แค่ 200 วันที่ 12 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 (กมธ.พ.ร.บ.งบฯ) ที่มี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน กมธ.ฯ ได้พิจารณาถึงภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ และรายละเอียดของเนื้อหาที่เสนอของบประมาณ โดยที่ประชุมได้ตั้งคำถามต่อการดำเนินโครงการของรัฐบาล อาทิ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่พบปัญหาว่าไม่คุ้มค่า และไม่เกิดประโยชน์จริง อาทิ ประชาชนในพื้นที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ที่ได้รับบัตรสวัสดิการคนจน มูลค่า 200 บาท ปิดขึ้นทะเบียนบัตรเฟส 2 คนจนแห่ลงชื่อ 6.2 ล้านคน คลังเร่งส่งทีมช่วยอบรม บัตรคนจนปัญหาอื้อ ‘หยุดรูดกลัวเสียภาษี-จัดชุดสินค้า-แลกเงินสด-ขายดีรับไม่ไหวคืนเครื่องอีดีซี’ แต่พบว่าการใช้จริง ต้องเสียเงินค่าเดินทาง 100 บาท เพราะต้องเข้าเมือง และซื้อสินค้าเฉพาะร้านที่มีเครื่องรูดบัตรสวัสดิการคนจน ซึ่งไม่คุ้มค่า และกรณีที่บ้านเรือนซึ่งไม่ใช้แก๊สหุงต้ม แต่บัตรสวัสดิการก
วันที่ 1 มิ.ย. ที่ร้านวงศ์มังกร ถ.ไชยณรงค์ ใกล้สี่แยกสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 จ.นครราชสีมา พบผู้มีสิทธิ์ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐในพื้นที่ จำนวนนับร้อยราย ร้องเรียนกรณีบัตรถูกปรับลดวงเงิน จาก 500 บาท เหลือ 300 บาท ส่วนใหญ่แสดงความผิดหวัง เนื่องจากไม่ได้สินค้าตามที่ได้วางแผนไว้ นางประยูร ชื่นนอก อายุ 68 ปี เปิดเผยว่า รู้สึกผิดหวัง และเสียดาย ที่ผ่านมาตนเข้ารับการอบรม เพียง 2 ครั้ง เนื่องจากไม่ได้รับข้อมูลที่ชัดเจน ทำให้พลาดโอกาส หลังจากนี้ต้องติดต่อประสานงานกับธนาคาร เพื่อหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนต่อไป นางสาวปกิตตา นครภัณฑ์ อายุ 57 ปี เปิดเผยว่า ดีใจในเดือนนี้ได้เงินช่วยเหลือเต็มจำนวน 500 บาท ที่ผ่านมาต้องสละเวลางาน มาเข้าร่วมประชุมอบรม เนื่องจากกังวลอาจถูกตัดสิทธิ์เหลือเพียง 300 บาท อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้มีอำนาจ หรือรัฐบาลยกเว้นกรณีผู้สูงอายุ 60 ปี ขึ้นไป และคนพิการไม่ควรถูกตัดสิทธิ์ ชาวบ้านกว่าร้อยคน ต่อแถวร้องเรียนกรณี “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ปรับลดวงเงิน นางจารุพร ตามกลาง รองคลังจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีจำนวนผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งสิ้น 491
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 มี.ค. ที่ร้านวงศ์มังกร ถ.ไชยณรงค์ เขตเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา พบประชาชนที่มีสิทธิ์ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแห่เดินทางมารูดซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคตามวงเงินที่ได้รับกันอย่างเนืองแน่น แต่กลุ่มที่ประสงค์จะพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มวงเงินบัตรทั้ง 2 ระบบ ไม่สามารถรูดได้ ปรากฏเงินในบัตรไม่มีการปรับยอดเพิ่มแต่อย่างใด มีเพียงผู้ที่ใช้บัตรซึ่งไม่ต้องการเพิ่มวงเงินยังรูดซื้อสินค้าได้ตามปกติ สร้างความปั่นป่วนให้กับประชาชนและร้านค้าซึ่งพยายามตรวจสอบหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น จึงพากันแยกย้ายกลับด้วยความผิดหวัง บางรายลงทุนเช่าเหมารถสามล้อเครื่องมาบรรทุกสิ่งของก็ต้องจ่ายค่าโดยสารไปฟรีๆ กระทั่งเวลา 11.00 น. กลุ่มที่ขอเพิ่มวงเงินสามารถรูดซื้อสินค้าได้แต่วงเงินเท่าเดิมไม่ได้ปรับขึ้นตามที่เข้าใจ ท่ามกลางเสียงก่นดาต่างๆ นานา กรณีกระบวนการยังไม่พร้อมแต่โฆษณาประชาสัมพันธ์แบบสวยหรู นางประคอง สิงห์ใหญ่ อายุ 64 ปี ชาวตำบลหนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า รู้สึกผิดหวังมาก ผู้นำชุมชนให้ความหวังให้ลงทะเบียน เพื่อเพิ่มวงเงินในบัตรจาก 300 เป็น 500 บาท ปรากฏไม่เป็นไปตามนั้น ซ้ำร้ายบัตรข
วันที่ 19 พ.ย. นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากร้องเรียนมายังกระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์ว่า ไม่สามาถรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐสำหรับใช้ลดค่าก๊าซหุงต้ม 45 บาทต่อ 3 เดือนได้ ซึ่งทางกระทรวงกำลังเร่งหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อร่วมกันแก้ปัญหา เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยได้ใช้สิทธิ์ลดราคาก๊าซหุงต้มโดยเร็ว ซึ่งเบื้องต้นพบว่าปัญหาเกิดจากเครื่องรับเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีดีซี) ที่ใช้รูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีจำนวนไม่เพียงพอ ทางกระทรวงการคลังจึงได้รับเรื่องและแจ้งว่าจะเร่งดำเนินการติดตั้งเพิ่มเติมให้ได้ 2,000 เครื่องภายในสิ้นปีนี้ “ขณะนี้มีผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 11.6 ล้านคน ยังไม่มีใครได้ใช้สิทธิลดซื้อแอลพีจีเลย เพราะตั้งแต่เริ่มโครงการมาเกือบ 2 เดือน มีร้านขายก๊าซหุงต้มโดยตรงติดตั้งเครื่องรูดบัตรสวัสดิการฯ ได้เพียง 9 เครื่อง จากทั้งหมดที่มี 7,000 แห่งทั่วประเทศ ส่วนร้านค้าธงฟ้าที่ขายก๊าซหุงต้มด้วยก็ติดปัญหาเครื่องรูดบัตรสวัสดิการฯ ไปแล้ว 12,000 ร้านค้า ไม่มีโปรแกรมรองรับส่วนลดราคาก๊าซหุงต้ม บอกให้ติดเพิ่มเติม กลายเป็นร้านค้าต้องสิ้นเปล
นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากรฟท. ดำเนินการติดตั้งเครื่องรับบัตรอัตโนมัติ Electronic Data Capture หรือเครื่อง อีดีซี ประจำสถานีรถไฟทุกแห่งทั่วประเทศที่จำหน่ายตั๋วด้วยคอมพิวเตอร์ระบบ STARS – 2 เสร็จเรียบร้อย และอบรมพนักงานขายตั๋วโดยสารเกี่ยวกับระเบียบ คำสั่ง วิธีปฏิบัติ พร้อมใช้งาน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาใช้สิทธิขึ้นรถไฟ ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 ซึ่งจากเดิมจะเริ่มใช้งานเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2560 แต่เนื่องจากมีการขยายระยะเวลาโครงการรถไฟฟรีของรัฐบาลต่อไปอีก 1 เดือน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจึงจะเริ่มใช้บัตรในการซื้อตั๋วโดยสารได้ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2560 เป็นต้นไป สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับวงเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยรถไฟ เป็นจำนวน 500 บาทต่อเดือน โดยสามารถซื้อตั๋วโดยสารเดินทางไปกับขบวนรถโดยสารทุกขบวน ทุกชั้นที่นั่ง ตั๋วรายเดือน และตั๋วอัตราพิเศษชั้น 3 ยกเว้นตั๋วคูปองรายเดือน ตั๋วนำเที่ยว บัตร VIP โดยไม่จำกัดจำนวนครั
น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุถึงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เรื่องนี้ดำเนินการเมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา และกำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลากหลาย เริ่มจากข่าวความไม่รัดกุม มีช่องโหว่ โดยผู้มีรายได้น้อยเอาบัตรสวัสดิการไปแลกเป็นเงินกับร้านธงฟ้าประชารัฐในพื้นที่ซึ่งถือว่าผิดเงื่อนไข ความไม่เท่าเทียมของประโยชน์ที่ได้รับ และยังไม่ชัดเจนว่ารัฐจะจ่ายเงินให้นานแค่ไหน ทำให้ไม่ทราบว่าโครงการบัตรคนจนนี้จะใช้เงินงบประมาณรวมทั้งหมดเท่าไร จะเอาเงินจากที่ใดมาอุดหนุน จะขึ้นภาษีหรือไม่ อย่างไร จึงควรวางแผนป้องกันไม่ให้บัตรคนจน กลายเป็นแรงจูงใจให้ผู้ถือบัตรไม่อยากพ้นจากการเป็นคนจน และโครงการนี้จะมีผลต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคตอย่างไร นั้น อธิบดีกรมบัญชีกลาง ขอชี้แจงว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้วยการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนและค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ผู้มีสิทธิ รวมทั้งเพื่อให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลของประชาชนกลุ่มเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการให้ความช่วยเหลือ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการจัดสวัสดิการสังคมแล
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ในวันที่ 27 ก.ย.นี้ จะประชุมทางไกลผ่าน วีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมโค้งสุดท้าย ก่อนเปิดโครงการในวันอาทิตย์ที่ 1 ต.ค. ซึ่งกรมบัญชีกลางจะเปิด คอลเซ็นเตอร์ ในการรับเรื่องร้องเรียนและแก้ปัญหากรณีมีอุปสรรคหรือเกิดอุปสรรคในการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ขณะเดียวกัน ทางจังหวัดจะร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ ในการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบจุดที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะสามารถเข้าไปใช้บริการรูดซื้อสินค้าได้อย่างทั่วถึง โดยกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าหมายว่าจะมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 20,000 แห่งทั่วประเทศ ล่าสุดมีรายชื่อ เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 13,000 แห่ง ซึ่งในจำนวนนี้ ได้ทยอยทำการติดตั้งเครื่องรูดบัตรอิเล็กทรอนิก (อีดีซี) แล้วและจะพร้อมให้บริการในวันที่ 1 ต.ค.นี้ จำนวน 5,700 แห่ง ขณะเดียวกัน จะเสริมด้วยรถเคลื่อนที่ธงฟ้าประชารัฐ อีกกว่า 500 ขบวนคาราวาน ซึ่งใน 1 ขบวนอาจจะมีรถมากกว่า 1 คันในการนำสินค้าอุปโภคบริโภคไปจำหน่าย โดยจะเปิดตัวในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่
