บ้าน
คลังลงเสาบ้านประชารัฐให้คนจนอยู่ปี’62 รวม 2,300 ยูนิต คลุม 5 จังหวัดทั่วประเทศ ราคาต่อหลังไม่เกิน 7 แสน ผ่อนเบาๆ เดือนละ 3 พัน ให้ ออมสิน-ธ.ก.ส.ปล่อยกู้ 4,000 ล้าน ลงเสาบ้านประชารัฐ – นายอำนวย ปรีมนวงศ์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้ลงนามสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อการก่อสร้างและบริหารโครงการบ้านคนไทยประชารัฐ ในที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ชบ.633 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เนื้อที่ 10-0-00 ไร่ ผู้ได้รับสิทธิ คือ บริษัท ฟอร์ คอน จำกัด มูลค่าโครงการ 175.30 ล้านบาท และที่ดินราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน ปข.573 ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื้อที่ 6-3-01 ไร่ ผู้ได้รับสิทธิ คือ บริษัท ประจวบแกรนด์ โฮเต็ล จำกัด มูลค่าโครงการ 126.47 ล้านบาท โดยคาดว่าผู้พัฒนาโครงการ จะเริ่มเปิดขายให้กับประชาชนได้ในปีนี้ นอกจากนี้ ยังมีโครงการบ้านคนไทยประชารัฐอีก 3 จังหวัดคือ เชียงใหม่ เชียงราย และขอนแก่น ซึ่งได้ผู้ชนะโครงการทั้งหมดแล้ว และจะมีการลงนามสัญญาเช่าที่เพื่อก่อสร้างได้ภายในเดือนธ.ค. 2561 เป็นสิทธิการเช่าระยะยาว 30 ปี คิดค่าเช่าตารางวาละ 1 บาทต่อเดือน สำหรับมูลค่าโครงการทั้ง 5
บ้านกลางโมเดล ต้นแบบชุมชน คนอยู่กับป่า ยืนหยัดสู้รัฐ ด้วยข้้อมูล และวิถีกะเหรี่ยงดั้งเดิม บนถนนสายยาวที่ทอดตัวไปตามไหล่เขา ทั้งคดเคี้ยว ขรุขระ และเล็กแคบ ระหว่างทางยังเต็มไปด้วยป้ายที่มีทั้งภาษาไทย และภาษาพื้นถิ่น ติดตามต้นไม้ใหญ่ ได้นำพาไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ซ่อนตัวอยู่ในดงดอย เงียบสงบ ร่มเย็น ท่ามความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และแมกไม้นานาพันธุ์ บ้านกลาง หมู่บ้านเล็กๆในหุบเขา ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ที่นี่เป็นบ้านของคนกะเหรี่ยง ที่ยังยึดถือและดำเนินชีวิตตามวิถีดั้งเดิม ด้วยการทำไร่หมุนเวียน เลี้ยงวัวควาย และหาของป่าขายในช่วงที่ว่างเว้นจากฤดูไร่นา และก็เป็นเหมือนเรื่องปกติ เมื่อความเจริญของโลกสมัยใหม่ รวมถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ เดินทางผ่านเมืองหลวง ถนนลาดยาง ผ่านหลายร้อยกิโลเมตรของป่าปูน มาจนถึงบ้านกลาง ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างขึ้นในพื้นที่ ผู้คนบางส่วนอยากยกระดับชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น จึงเรียนรู้ และพยายามปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ ธรรมชาติที่บ้านกลาง แต่ในท้ายที่สุดเมื่อพบว่าสิ่งใหม่ ไม่สอดคล้องกับวิถี จำนวนหนึ่งจึงหันหลังกลับสู่โลกใบเก่า ที่ยังอุดมสมบูรณ์ ภา
สุดอลังการ! ส่องชัดๆ คฤหาสน์ 1,200 ล้าน ที่ ‘ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์’ เพิ่งซื้อ ทุบสถิติย่านไฮโซ วันที่ 17 ต.ค. เว็บไซต์ yolandaslittleblackbook รายงานว่า ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก นางงามจักรวาลปี 2531 ชาวไทย ได้ซื้อคฤหาสน์หลังงาม ในย่านแปซิฟิกพาลิเซดส์ นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา มูลค่ากว่า 38 ล้านดอลลาร์ หรือราว 1,200 ล้านบาท ทุบสถิติบ้านที่มีราคาสูงสุดในย่านนั้น โดยบ้านหลังงามหลังนี้ เคยเป็นของ ไมเคิล คิง มหาเศรษฐีผู้มีอิทธิพลในวงการโทรทัศน์ ก่อนจะมีการประกาศขายบ้านหลังนี้เมื่อ 2 ปี ก่อน บ้านหลังนี้มีพื้นที่ราว 5,600 ตารางเมตร 7 ห้องนอน 8 ห้องน้ำ รวมไปถึง ห้องนั่งเล่น ห้องเล่นเกม ห้องอาหาร สระว่ายน้ำ ฯลฯ โดยอดีตเจ้าของบ้านได้ว่าจ้างนักตกแต่งภายใน ไมเคิล สมิธ ที่เป็นผู้ตกแต่งทำเนียบขาวในสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา มาตกแต่งภายใน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ อาศัยอยู่กับสามี คือ เฮอร์เบิร์ต ไซมอน เฮิร์บ มหาเศรษฐีวัย 83 ปี ที่คฤหาสน์ย่านมอนเตซิโต รัฐแคลิฟอร์เนีย
รัฐไฟเขียวลดภาษี-ฟรีอากร หนุนผู้ถือบัตรคนจนสนเข้าประมูลบ้านกรมบังคับคดี ผ่อนเดือนละพันบาท แค่ 15 ปี ก็มีบ้านอยู่ ลดภาษี-ฟรีอากรหนุนคนจนมีบ้าน – พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. หรือมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดเพื่อใช้อยู่อาศัย สำหรับโครงการประชารัฐสวัสดิการของกรมบังคับคดี โดยให้ยกเว้นอากรแสตมป์ให้แก่ผู้ออกใบรับสำหรับการโอนอสังหาริมทรัพย์ฯ กรณีการซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างและห้องชุดเพื่อใช้อยู่อาศัย สำหรับโครงการประชารัฐสวัสดิการของกรมบังคับคดี เฉพาะการโอนให้แก่ผู้ซื้อทอดตลาดที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป ทั้งนี้ มาตรการยกเว้น ภาษีและอากรแสตมป์ เพื่อผู้มีรายได้น้อยครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือผู้ถือบัตรคนจน จำนวนประมาณ 11 ล้านคน สามารถมีบ้านพัก ห้องชุดเป็นของตัวเอง แต่มีเงื่อนไข 1 คนสามารถซื้อได้ 1 สิทธิ ภายใต้เงื่อนไข ผู้ม
ยังไม่แล้วด้วยใจกับไอเดียสร้างสรรค์งานไม้พาเลท ขอต่ออีกสักตอนนะคะ คราวนี้อยากให้เห็นภาพงานโครงสร้างขนาดใหญ่ในทางสถาปัตยกรรม คือ การใช้ไม้พาเลทในงานออกแบบที่อยู่อาศัยอย่างสวยงาม ทันสมัย ให้อยู่ได้จริงจังกันไปเลย อยากจะเล่าถึง Casa Manifesto ในชิลีค่ะ บ้านหลังนี้โด่งดังมากทีเดียว เป็นบ้านอยู่สบายขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นด้วยแนวคิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง โดยเน้นการใช้วัสดุเหลือใช้ 2กลุ่มหลักๆ ในอุตสาหกรรมชิปปิ้ง คือ ตู้คอนเทนเนอร์สำหรับขนส่งสินค้าที่เก่าจนปลดระวางการใช้งานแล้ว และไม้พาเลทซึ่งเป็นแผ่นรองรับสินค้าในระหว่างการขนส่งที่เหลือใช้แล้วเช่นกัน วัสดุ 2 ชนิดนี้กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ในงานสถาปัตยกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมระดับโลก และยังไม่มีทีท่าว่าจะตกกระแสลงง่ายๆ และนั่นก็เป็นปัญหาที่ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์เก่ามีราคาแพงเกินกว่ามูลค่าแท้จริงของมัน เช่นเดียวกับไม้พาเลทที่เมื่อก่อนเป็นของทิ้งขว้าง ขยะเศษไม้ไร้ประโยชน์ เดี๋ยวนี้มีราคาแผ่นละเหยียบร้อย ใครอยากทราบราคาความเคลื่อนไหวของวัสดุเก่าทั้ง 2 ประเภท ก็ลองใส่ชื่อเข้าไปในเสิร์ชเอนจิ้นของกูเกิ้ลดู ก็จะรู้ว่าตลาดสินค้าเก่าพวกนี้คึกค
หรูไหมคะ? เป็นบ้านสามล้อก็จริง แต่ไม่ใช่บ้านคนจนแน่ๆ เพราะลักษณะโครงสร้าง วัสดุที่ใช้ รูปแบบความสวยงามโดยรวม น่าจะใช้เงินหลายบาทอยู่ บ้านสามล้อหลังนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันของ 2 บริษัทสถาปนิกใหญ่ของจีน ได้แก่ People’s Architecture Office (PAO) และ People’s Industrial Design Office (PIDO) ความคิดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างบังเอิญ แต่ตั้งใจสร้างบ้านเคลื่อนที่บนยานพาหนะสามล้อแบบที่คนจีนคุ้นเคยกันเลยทีเดียว คือเป็นสามล้อชนิดใช้บรรทุกของ มีคนถีบอยู่ข้างหน้า แนวคิดมาจากปัญหาเรื่องขาดแคลนที่อยู่อาศัยในเมืองจีน ซึ่งนับวันมีความต้องการอย่างล้นหลาม ด้วยจำนวนประชากรมากที่สุดในโลกถึง 1,353,480,000 คน (สถิติประชากรโลกล่าสุดเมื่อปี ค.ศ. 2012) นอกจากจำนวนคนแล้ว ปัญหาใหญ่ที่หนักใจที่สุดในการดำรงชีวิตของชาวจีนในเมืองใหญ่ก็คือ ปัญหาค่าครองชีพและราคาอสังหาริมทรัพย์ที่แพงแสนแพงด้วยเงื่อนไขหลายประการ บ้านกับสวนเคลื่อนที่ ออกแบบมาคู่กัน เรื่องหนึ่งก็คือ แม้จีนจะมีแผ่นดินกว้างใหญ่ไพศาลก็จริง แต่ประชากรส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่อาศัยแออัดกันในเมืองใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งงาน และอย่าลืมว่าแม้จะเปิดประเทศแล้ว แต่จีนก็ยังปกครองด้ว
จังหวัดพะเยา ประกอบไปด้วยอำเภอทั้งสิ้น 9 อำเภอ โดยภูซางเป็นหนึ่งในนั้น นอกจากจะมีสิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกอุ่น เต่าปูลู แล้วยังมีสิ่งที่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้น เช่น บ้าน 2 ชั้นหมุนได้ ผู้เขียนจึงต้องไปพิสูจน์ความจริง คุณศิวกร ผาแก้ว เจ้าของบ้านเลขที่ 242 หมู่ที่ 10 ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา เปิดเผยว่า บ้านหมุนสองชั้นหลังนี้ถือว่าเป็นบ้านหมุนสองชั้นหลังแรกของประเทศไทย ออกแบบโดย ดร.ยุทธนา ปิยะตระกูล สถาปนิกชาวจังหวัดเชียงราย ซึ่งได้ทำการจดสิทธิบัตรกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเรียบร้อยแล้ว ตนเองในฐานะเจ้าของบ้านที่ตัดสินใจสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมา เพราะต้องการกลับมาอยู่บ้านเกิดที่พะเยา และจะทำงานช่วยเหลือประชาชนด้านกฎหมาย เนื่องจากตนเองมีอาชีพทนายความอยู่แล้ว เมื่อมีที่ดินเป็นของตนเองจำนวน 7 ไร่ แต่ใช้พื้นที่สร้างบ้านเพียง 40-50 ตารางเมตร คุณศิวกร ผาแก้ว เจ้าของบ้าน “ผมรู้จักกับ ดร.ยุทธนา และท่านช่วยออกแบบและควบคุมการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ ใช้เงินสดไปทั้งสิ้น 2 ล้าน 5 แสนบาท เป็นบ้านสองชั้น สองห้องนอน มีพื้นที่ว่างใช้งานได้ทั้งสองชั้น หมุนได้รอบตัว 360 องศา” คุณศิ
มองไปรอบตัวทุกวันนี้ สินค้าจำนวนไม่น้อยต่างเกาะติดเทรนด์ D.I.Y. (Do It Yourself) หรือทำเองได้ไม่ยากเย็น ซึ่งกลายเป็นกระแสที่มาแรงต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคหลายต่อหลายคนรู้สึกชื่นชอบที่ได้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สิ่งของต่างๆ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ก็ใช่ว่า ทุกๆ คนจะปลาบปลื้มกับเทรนด์ D.I.Y. เสมอไป บางครั้งกลับกลายเป็นภาระที่ทำให้เสียเงิน เสียเวลามากกว่าเดิม ไม่เชื่อก็ลองถามพวกที่ไม่มีความถนัดทาง “ช่าง” เอาเสียเลย แค่ประกอบชั้นวางหนังสือเล็กๆ ก็ทำเอาหงุดหงิดจนแทบจะทุ่มทิ้งไปพร้อมกับความรู้สึก “ช่างมันเหอะ” บีบีซี ระบุว่า การที่หลายๆ คนไม่มีความถนัดงานช่าง รวมถึงไม่ชอบทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นธุรกิจของผู้ประกอบการชาวไอริชที่มองเห็นโอกาสนี้ กระทั่งผันตัวเองเป็นเศรษฐีที่มีธุรกิจในหลายประเทศ โออิซิน ฮานราฮัน นักธุรกิจวัย 31 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัท แฮนดี้ เป็นคนที่มองเห็นโอกาสธุรกิจจากกลุ่มลูกค้าที่ไม่ปลื้มกระแส D.I.Y. ทำให้ปิ๊งไอเดียบริการช่างมืออาชีพ รับจ้างทำงานที่หลายๆ คนช่างมันเหอะ จนกลายเป็นบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็วจนน่าอิจฉา
เดือนที่แล้วมีโอกาสได้ไปเห็นสวนผักในบ้านของคนสวิสฯ และฝรั่งเศสมา เลยพบคำตอบว่าทำไมชาวยุโรปถึงได้ผูกพันกับฤดูร้อนและการทำสวนกันนักหนา หน้าร้อนอันแสนสั้นเพียงสามสี่เดือนนั้น ดูเหมือนจะเป็นความสำราญเล็กๆ ที่ทุกคนโหยหา แทบทุกบ้านรอคอยเดือนแดดแจ่ม เพื่อจะได้พรวนดินทำสวนรอบใหม่ หลังจากปล่อยให้หิมะและความหนาวเย็นกลบฝังทุกชีวิตในสวนให้หลับใหล ขอให้มีที่รับแดดเถิด ฉันไม่เห็นบ้านไหนเลยที่ยอมปล่อยให้ระเบียงโล่งว่างเปล่า ถ้าไม่มีกระถางเจอราเนียม พิทูเนีย และไม้ดอกไม้ใบแสนสวยอื่นๆ ตรงนั้นก็จะเป็นสวรรค์ของพืชผักสวนครัว บรรดาเครื่องเทศสมุนไพรสารพัดที่จำเป็นต้องใช้ในการปรุงอาหาร ฉะนั้น ข่าวที่ว่า เทรนด์มาแรงในสหรัฐอเมริกายามนี้คือการปลูกผักสวนครัวนั้น คนฝั่งยุโรปเขามิได้ตื่นเต้นกระดี๊กระด๊าไปด้วยเลย เพราะพวกเขาปลูกผักสวนครัวเป็นวัฒนธรรมประจำชีวิตมาตั้งแต่ยุคกลางโน่น ข่าวเล่าว่า ผักที่ชาวอเมริกันนิยมปลูกกันฮิตสุดขีดก็คือ มะเขือเทศ แตงกวา และถั่ว มีตัวเลขที่น่าสนใจว่าขณะนี้ครัวเรือนชาวอเมริกันปลูกพืชผักสวนครัวกันถึง 37 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรทั้งหมด และมีสถิติการปลูกเพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึงปีล
