ปลดหนี้
ผักกินใบและลำต้นใช้เวลาปลูกไม่นาน อย่าง “ต้นหอม” หรือ “หอมแบ่ง” ติดทำเนียบผักขายดี เรียกว่าแทบจะทุกตลาดสด และตลาดติดแอร์ต้องมีผักชนิดนี้ติดไว้เพื่อบริการลูกค้า เพราะเกือบจะทุกเมนูของอาหารไทยมักมีต้นหอมเป็นส่วนประกอบ บางครั้งก็ทานเป็นเครื่องเคียง นับเป็นผักที่สร้างรายได้ให้ผู้ปลูกทุกวัน คุณโสภณวิชญ์ แซ่ลิ้ม หรือคุณวัน เกษตรกรหนุ่มวัย 37 ปี ชาวราชบุรี อยู่เลขที่ 6 ต.แก้มอัน อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เท้าความกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า เกิดและเติบโตมาในครอบครัวปลูกอ้อย จนกระทั่งราวปี 2540 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ขายอ้อยไม่ได้ เนื่องจากโรงงานน้ำตาลปิดตัวลง ทางบ้านเลยลดปริมาณการปลูกอ้อย แล้วหันมาปลูกพืช ผักสวนครัว เช่น หัวไชเท้า คะน้า มันสำปะหลัง รวมถึงต้นหอม เพื่อทดแทนรายได้ที่หายไป สำหรับพื้นที่ปลูกอ้อยของคุณวันราว 500 ไร่ ช่วงวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง ชายหนุ่ม เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า ช่วงนั้นเรียนอยู่มัธยมศึกษาตอนปลาย ยังไม่ได้เข้ามาช่วยงานที่บ้านเต็มตัว กระทั่งเรียนจบปี 2546 มารู้ว่าคุณพ่อเป็นหนี้ทั้งในระบบและนอกระบบ เบ็ดเสร็จ 20 ล้านบาท เลยตั้งปณิธานไว้ว่าในฐานะลูกชายคนที่ 2 ของบ้านจะต้องปลดหนี้ค
เกียรติศักดิ์ คำวงษา หรือ เฟลม หนุ่มอนาคตไกล วัยเพียง 21 ปี สามารถพลิกชีวิตจากติดลบ ครอบครัวมีหนี้สิน 50 ล้านบาท ในห้วงเวลาไม่กี่ปี ทะยานสู่การเป็นเจ้าของกิจการที่มีมูลค่าหลายสิบล้านบาท ในขณะที่ยังเป็นนักศึกษา อะไรคือปัจจัยและเป็นแรงขับเคลื่อนให้เด็กหนุ่มก้าวขึ้นมาเป็นนักธุรกิจ Gen Z ที่น่าจับตามองได้ขนาดนี้ เฟลม เผยว่า เกิดในครอบครัวแม่รับราชการ พ่อรับเหมาก่อสร้าง แต่แล้วคุณพ่อเสียชีวิต ครอบครัวมีหนี้สิน 50 ล้านบาท ต้องดิ้นรนด้วยตัวเองในขณะที่เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ตอนนั้นรู้ซึ้งถึงคำว่าอัตคัดและขาดแคลนมาก มื้อเย็นแต่ละวันได้กินไข่ต้มเพียง 1 ฟอง “ผมลาออกจากโรงเรียนสายสามัญชั้นมัธยมปลาย มาเรียนสายอาชีวะ เลือกเรียนเขียนแบบ เพื่อจะได้ช่วยแม่คุมงานก่อสร้าง ช่วยแม่ตลอด 3 ปีเต็มๆ ช่วยกันใช้หนี้หมด 50 ล้านบาท” หลังจบปวส. เฟลม เรียนต่อคณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและการบริหารกิจการ (BUSEM) มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ช่วงปี 2 เขาเกิดไอเดีย ทำไร่กาแฟชะมด จากที่ดินมรดก นับเป็นผลิตผลจากฟาร์มเลี้ยงชะมดแบบเปิดแห่งแรกและแห่งเดียวในไทย “ครอบครัวมีที่ดิน 400 ไร่ บนเนินเขา จ.นครพนม ใช้ปลูกกาแฟมาหลายสิบปี เป็นไ
วันที่ 27 ตุลาคม นายปัง เสนเพ็ง เกษตรกรบ้านอ้วน ตำบลหาดแพง อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม กล่าวว่า เดิมตนเองเคยรับราชการเป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลอยู่ 1 สมัย พอหมดวาระก็ออกมาประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งในสมัยที่เป็นสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล ก็มีโอกาสได้ไปเรียนรู้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่บ้านเพ จังหวัดระยอง ตลอดจนได้เข้ารับการอบรมมาตลอด จึงได้น้อมนำมาปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเองที่มีอยู่ 17 ไร่ โดยมีการแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน คือ ขุดบ่อเพื่อกักเก็บน้ำจำนวน 2 ไร่ พื้นที่ปลูกพืชผัก ผลไม้ ไม้ยืนต้น ที่อยู่อาศัย โรงเรือนเลี้ยงสัตว์จำนวน 8 ไร่ และที่เหลืออีก 7 ไร่ ใช้ในการปลูกข้าวไว้รับประทาน โดยผลจากการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในครั้งนี้ เริ่มออกผลแล้ว ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตต่างมาใช้ในครัวเรือนและมาจำหน่ายได้เป็นบ้างส่วนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมะละกอ กล้วย ไผ่เลี้ยง ข่า ปลายอน ปลาตะเพียน กบ เป็ด สุกร และวัว โดยรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 400-500 บาท ซึ่งถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ที่มาช่วยสร้างให้ตนเองและครอบครัวมีรายได้มา
