ปลูกกัญชา
สภาเกษตรกร รุกเต็มสูบ ขับเคลื่อนปลูกพืชกัญชาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ล้อมคอกไม่ให้ถูกทุนใหญ่ฮุบ วันที่ 1 พฤษภาคม 2562 ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นครราชสีมา มีการลงนามบันทึกข้อตกลงการนำผลงานวิจัยด้านการเกษตรสู่ภาคปฏิบัติกับผู้บริหาร มทส. ว่าที่ร้อยตรีสมพูนทรัพย์ กล้าวิกรณ์ เลขาธิการสภาเกษตรกรแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า พันธกิจเร่งด่วน สภาเกษตรกรแห่งชาติได้ขับเคลื่อนวาระสำคัญเป็นที่สนใจและสังคมตื่นตัวกันมาก กรณีนำพืชกัญชา ซึ่งถือเป็นยาเสพติดประเภท 5 รัฐบาลเปิดโอกาสให้นำมาวิจัยทางการแพทย์ เพื่อผลิตยารักษาโรคต่างๆ พี่น้องเกษตรกรส่วนหนึ่งยังเข้าใจคลาดเคลื่อน คิดไปเองสามารถปลูกพืชกัญชาได้เสรีและบางรายมีข้อกังวลใจ เกรงการปลูกพืชกัญชาเพื่อการแพทย์จะตกไปอยู่กับทุนใหญ่ที่ผูกขาดการค้าของประเทศ สภาเกษตรกรมิได้นิ่งนอนใจ ได้เป็นสื่อกลางสร้างความรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับพืชกัญชาอย่างถูกต้อง โดยนำผู้ป่วยที่ต้องการใช้กัญชามาเป็นยารักษาโรคไปขึ้นทะเบียนกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หากต้องการปลูกสร้างรายได้ต้องศึกษาข้อกฎหมายที่เป็นเพียงบทนิรโทษกรรมก่อน การปลูกต้องอยู่ในการควบคุมของหน่วยงานที่เกี่ยวข
อนุทิน ประกาศลั่น พร้อมสู้คดีให้ อ.เดชา ศิริภัทร จ่อโดนจับคดีปลูกกัญชารักษาโรค กรณีตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 7 ตรวจค้นในที่ทำการมูลนิธินิธิข้าวขวัญ ต.สระแก้ว อ.เมืองสุพรรณบุรี จับกุมนายพรชัย ชูเลิศ เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ พร้อมของกลาง กัญชา 200 ต้น น้ำกัญชาสกัด กัญชาบดแห้งและเมล็ดกัญชาตากแห้งบรรจุถุง เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา ทั้งที่อยู่ในช่วงนิรโทษกรรม( 25 ก.พ – 25 พ.ค 2562) และเตรียมออกหมายเรียกนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ เพื่อแจ้งข้อหาร่วมกันผลิตกัญชาและครอบครองกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต หลายฝ่ายแสดงความวิตกและห่วงใยกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นและจับกุมกัญชาในมูลนิธิข้าวขวัญ ที่มีนายเดชา ศิริภัทร เป็นประธาน เนื่องจากเชื่อว่าการมีกัญชาไว้ในครอบครองนั้นเพื่อเป็นการค้นคว้าและรักษาผู้ป่วย โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ได้มีบุคคลและองค์กรจำนวนมากได้เขียนแสดงความคิดเห็น ล่าสุด นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ชูนโยบาย กัญชาเสรี ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา โพสต์เฟซบุ๊กความว่า เพราะปัญหาของประชาชน รอไม่ได้ ผมขอรับผิดชอบ เป็นผู้ประกันตัว และ
ยังปลูกกัญชาไม่ได้! กรมส่งเสริมการเกษตรเบรก สหกรณ์-วิสาหกิจชุมชน ชี้ต้องได้รับอนุญาต วันที่ 20 มี.ค. นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยกรณีการนำกัญชามาปลูกเพื่อใช้ทางการแพทย์ ว่า กัญชา ยังเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ยังปลูกและขายไม่ได้ แต่สามารถทำได้ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ การแพทย์ การรักษาผู้ป่วย หรือการศึกษาวิจัยและพัฒนา รวมถึงการเกษตร พาณิชยกรรม วิทยาศาสตร์ หรืออุตสาหกรรม เพื่อประโยชน์ ทางการแพทย์ด้วย และต้องได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ อย. โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ นายสำราญ กล่าวต่อว่า แต่สำหรับวิสาหกิจชุมชนที่จะได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาได้นั้น จะต้องมีสัญญากับหน่วยงานของรัฐ หรือ สถาบันอุดมศึกษาที่มีหน้าที่ศึกษาวิจัย หรือจัดการเรียนการสอน เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ หรือเภสัชศาสตร์ และหน่วยงานนั้น ได้รับใบอนุญาตจาก อย. นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ที่มีหน้าที่ในการรับจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน และจะไม่รับจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนที่ต้องการปลูกกัญชาโดยเฉพาะ เนื่องจากขัดต่อประกาศของคณะกรรมการส่งเส
เกษตรกรรายย่อยมีลุ้น! อย. เผยเงื่อนไขปลูก “กัญชา” ร่วมสภาเกษตรกรฯ หลังจากเริ่มมีการเปิดให้ผู้ครอบครองกัญชาเข้าแจ้งขึ้นทะเบียนการครอบครองได้ ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทั่วประเทศ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยครอบคลุม 3 กลุ่ม คือ กลุ่มองค์กรวิจัย สถาบันการศึกษา หน่วยงานรัฐ แพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย ฯลฯ กลุ่มผู้ป่วย และกลุ่มบุคคลอื่นๆ นอกเหนือจาก 3 กลุ่ม หากเข้าแจ้งภายใน 90 วัน จะได้รับการนิรโทษกรรม ไม่ต้องถูกดำเนินคดี ส่วนจะขออนุญาตปลูก ผลิต หรือใช้กัญชาทางการแพทย์ต้องเข้าสู่กระบวนการขออนุญาตตามกฎหมาย ปรากฏว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้มีข้อเสนอว่า หากเกษตรกรรายย่อยต้องการปลูก สามารถร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติเพื่อขออนุญาตร่วมกันได้หรือไม่นั้น ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า สามารถดำเนินการได้ตามกรอบเงื่อนไขของกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 โดยหากเกษตรกรที่จะปลูกกัญชาเพื่อทางการแพทย์และต้องการร่วมกับสภาเกษตรกรแห่งชาติ ก็ต้องมาพิจารณาว่า ทางสภาเกษตรกรฯ มีความร่วมมือก
รัฐมนตรีสาธารณสุข เตรียมปลูกกัญชา ถูกกฎหมาย ต้นแรกของประเทศ พรุ่งนี้ วันที่ 26 ก.พ. นพ.โสภณ เมฆธน ประธานบอร์ดองค์การเภสัชกรรม(อภ.) กล่าวว่า ในวันที่ 27 ก.พ.นี้ ศ.นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) จะเป็นประธานตรวจเยี่ยมอภ.และเปิดโครงการผลิตสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ของอภ.ระยะที่ 1 พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่ปลูกกัญชาทางการแพทย์ที่ถูกกฎหมายแห่งแรกของอาเซียนแบบ INDOOR ด้วยระบบ Aeroponics ซึ่งในเบื้องต้นใช้พื้นที่ในการปลูก 100 ตารางเมตร โดยใช้งบลงทุนอยู่ที่ 10 ล้านบาท ที่ คลอง 10 อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
เผยแล้ว! สิทธิการขออนุญาต ปลูกกัญชา ให้เฉพาะ “คนสัญชาติไทย” เท่านั้น! ปลูกกัญชา สัญชาติไทย – เมื่อวันที่ 11 ม.ค. นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปรามปรามยาเสพติด กล่าวถึงความคืบหน้า การนำกัญชาใช้ทางการแพทย์ ว่าขณะนี้รอตัวร่างพ.ร.บ.ยาเสพติดฯที่มีการเปลี่ยนแปลงตามประมวลยาเสพติดในสาระสำคัญกัญชายังเป็นยาเสพติดที่ผิดกฎหมายส่วนการผ่อนปรนเพื่อให้นำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หรือการศึกษาวิจัยได้ สำหรับประเด็นการนำเข้า ส่งออก จำหน่ายครอบครอง อยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางการแพทย์เภสัชกรเป็นผู้ได้รับอนุญาต แต่ในกรณีการขออนุญาตปลูกที่เป็นบุคคลจะต้องเป็นการรวมตัวกันเป็นลักษณะสหกรณ์การเกษตรวิสาหกิจชุมชน หรือวิสาหกิจสังคมที่จดทะเบียนและต้องดำเนินการกับหน่วยงานของรัฐและที่สำคัญผู้ที่จะดำเนินการได้ จะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทยเท่านั้น หากดำเนินการในรูปแบบของสหกรณ์ ก็ต้องมีบุคคลที่ต้องมีสัญชาติไทยอย่างน้อย 2 ใน 3 ส่วนการดูแลและจัดการหน่วยงานรัฐจะต้องจัดวางระบบก่อนอนุญาตให้บุคคลและวิสาหกิจชุมชนเข้าไปดำเนินการ เลขาธิการป.ป.ส.กล่าวอีกว่า ขณะนี้คณะกรรมการพ
ครม.เผย ผ่านแล้ว พรบ.กัญชา คนป่วยมีไว้ไม่ผิด แต่อย่าเอาไปปลูกไว้หลังบ้าน! เมื่อ วันที่ 13 พ.ย. ที่ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ พ.ศ. … ที่รมว.สาธารณสุข รับมาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณา หรือที่เรียกกันว่า พ.ร.บ.กัญชา โดยมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมให้ เพื่อส่งกลับไปให้สนช.พิจารณาในสัปดาห์หน้า – ผ่านแล้ว พรบ.กัญชา! นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า สาระสำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติม คือ ห้ามมิให้ผลิต นำเข้า หรือส่งออกยาเสพติดประเภท 5 เว้นแต่ได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต เฉพาะกรณี จำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ห้ามมิให้ผู้ใดจำหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เว้นแต่ได้รับใบอนุญาต และกำหนดให้การมียาเสพติดให้โทษในประเภท5 ไว้ในครอบครอง ไม่เกินจำนวนที่จำเป็น สำหรับการใช้รักษาโรคเฉพาะ หรือสำหรับปฐมพยาบาล ในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และให้ใช้ยาเสพติดให้โทษประเภท 5 ได้ หากเป็นการรั
หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 61 ที่ผ่านมา พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบโดยร่างกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด 3 ฉบับ ซึ่งหนึ่งในสามฉบับนั้นคือ ร่างประมวลกฎหมายยาเสพติด ที่มีการเสนอแก้ไขสาระสำคัญเกี่ยวกับการควบคุมสารเสพติด โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดมีหน้าที่ และอำนาจกำหนดมาตรการในการควบคุมยาเสพติดต่างๆ แบ่งประเภทของยาเสพติดให้โทษออกเป็น 5 ประเภท และแบ่งประเภทของวัตถุออกฤทธิ์ออกเป็น 4 ประเภท กำหนดการอนุญาตเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ ซึ่งหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขออนุญาต การอนุญาต และการดำเนินการในเรื่องต่างๆ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง หรือ ประกาศ โดย พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า “การผ่านร่างกฎหมายนี้เป็นประเด็นสำคัญที่มีการจับตา เนื่องจากกัญชา ซึ่งเป็นสารเสพติดประเภท 5 จากที่เคยมีการอนุญาตให้สามารถปลูก สกัด และทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้ ยกเว้นการเสพ ทำให้ไม่สามารถวิจัยในคนได้ เมื่อ ครม. ผ่านร่างกฎหมายนี้ ก็จะทำให้สามารถศึกษาวิจัยทางการแพทย์ในคนได้” นอกจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ยัง
วันที่ 5 พ.ค. นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม(อภ.) และที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า หลังจากนพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข(สธ.) ลงนามแต่งตั้งตนเป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาการนำกัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ล่าสุดได้นัดประชุมครั้งแรกขึ้น ในวันที่ 10 พ.ค.61 ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) โดยจะหารือในกรอบ 5 ขั้น เริ่มจาก 1. ศึกษาสายพันธุ์ในการนำมาใช้สกัดสารเพื่อใช้ทางการแพทย์ โดยอาจเป็นสายพันธุ์ไทย หรือสายพันธุ์ที่พัฒนาจากไทยขึ้นมาอีกหรือไม่ 2.ต้องหาวิธีว่าจะสกัดสารอย่างไรให้ได้คุณภาพ 3.จัดหารูปแบบการผลิตออกเป็นผลิตภัณฑ์ว่าจะเป็นรูปแบบใด 4.ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แบบใดบ้าง เบื้องต้นเป็นความหวังรักษาอาการทางสมอง เช่น โรคลมชัก พาร์กินสัน รวมทั้งบรรเทาความเจ็บปวดจากโรคมะเร็ง และ 5. แนวทางการควบคุม มาตรการทางกฎหมาย “โดยจะเริ่มจากระดับห้องทดลอง เพื่อให้เป็นแผนงานนำร่อง หรือเป็นต้นแบบ (Pilot Plant) ซึ่งจุดนี้จะทำงานควบคู่ไปกับการปรับแก้กฎหมายยาเสพติด ซึ่งคาดว่าเมื่อทดลองได้ในระดับหนึ่ง กฎหมายก็จะมีการปรับแก้แล้วเสร็จ ก็สามารถนำมาใช้ศึกษาวิจัยในมนุษย
เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) ได้เดินทางศึกษาดูงาน เรื่อง กัญชาทางการแพทย์ที่ประเทศแคนาดา ทั้งนี้ พบว่า เฟซบุ๊ก นพ.โสภณ เมฆธน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด อภ.) ได้เผยแพร่ภาพและเรื่องราวเกี่ยวกับการเดินทางไปดูงานในครั้งนี้ ซึ่งพบว่า เป็นการปลูกในโรงเรือนขนาดใหญ่ เพื่อนำไปใช้ในกระบวนการสกัดเป็นยา เพื่อบำบัด รักษาโรค ทั้งนี้ นพ.โสภณ เปิดเผยถึงการศึกษาดูงานว่า การปลูกกัญญาเพื่อรักษาโรค ที่แคนาดา เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เปิดดำเนินการมาได้ประมาณ 4-5 ปี โดยมีการปลูกภายในโรงเรือน เนื่องจากแคนาดาเป็นประเทศเมืองหนาว แต่กัญชาเป็นพืชเมืองร้อน จึงต้องมีการควบคุมอุณหภูมิและแสงไฟให้เหมาะสม ในการควบคุมคุณภาพของสารสำคัญในกัญชาให้เท่ากัน และมีการพัฒนาสายพันธุ์ ซึ่งทางนั้นระบุว่าสายพันธุ์ที่ดีที่สุดคือกัญชาสายพันธุ์ประเทศไทยที่ให้สารสำคัญได้มากและมีคุณภาพ ซึ่งจะมีสารสำคัญอยู่ 2 ตัวในการนำมาใช้ทางการแพทย์คือ สาร Cannabidiol (CBD) และ สาร Tetrahydrocannabinol (THC) ซึ่งมีผลต่อการรักษาที่แตกต่างกัน สำหรับการนำมาใช้ทางการแพทย์ จะใช้ต้นกัญชาตัวเมียคือ ใช้ส่วนของดอก โดยส่งไปให้
