ปล่อยกู้
บสย. เตรียม 1 หมื่นล. ปล่อยกู้อาชีพอิสระ-เป้าวินมอ’ไซค์ 5 พันคัน นายรักษ์ วรกิจโภคาทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า ในการปล่อยสินเชื่อกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ บสย. หารือกับธนาคารออมสิน และธนาคารพันธมิตรไว้แล้ว โดยเริ่มเปิดตัวกับธนาคารออมสินก่อนในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ รูปแบบคือ บสย. เข้าไปค้ำประกันสินเชื่อดังกล่าวให้ธนาคารออมสิน เพื่อให้ออมสินปล่อยสินเชื่อกลุ่มวินมอเตอร์ไซค์ โดยต้องเป็นการนำเงินซื้อมอเตอร์ไซค์ใหม่ 5 หมื่นบาทต่อคัน วางเป้าหมายปล่อยสินเชื่อระยะแรกไว้ 5,000 คัน จากจำนวนวินมอเตอร์ไซค์จดทะเบียนใหม่ปีละ 3 หมื่นคัน “วงเงินสินเชื่อระยะเริ่มต้น 5,000 คัน ใช้เงินประมาณ 250 ล้านบาท ถือว่าไม่มาก หลังจากนั้นหากมีการเดินบัญชีกับธนาคาร 6 เดือนจะขยายวงเงินกู้ฉุกเฉินให้ เพื่อนำไปใช้ในการตกแต่งรถยนต์ให้มีความปลอดภัย นำไปซื้อหมวกกันน็อก หรือนำไปใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นกับชีวิตประจำวัน” นายรักษ์ กล่าว นายรักษ์ กล่าวว่า เท่าที่ บสย. ลงพื้นที่พบปะวินมอเตอร์ไซค์พบว่าสนใจสินเชื่อดังกล่าวพอสมควร เพราะดอกเบี้ยถูกกว่าไฟแนนซ์มาก โดยขณะนี้ไฟแนนซ์คิดดอกเบ
รอคิวข้ามคืน ปล่อยกู้แท็กซี่หมื่นล้านวันแรกแน่น ยันไม่ใช้งบรัฐ อุตตม โผล่เปิดงาน! ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.2561 เวลา 08:30 น. ที่อาคารอิมแพคฟอรัม เมืองทองธานี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ เปิดให้ผู้ประกอบอาชีพขับรถแท็กซี่ จองสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ฮัก TAXI เสริมแกร่งแท็กซี่ไทย เป็นวันแรกปรากฏว่า มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมากกว่า 5,000 ราย โดยคิวแรกมาต่อแถวจองสิทธิตั้งแต่ 23:00 น. กว่า 100 คัน ทั้งนี้ โครงการฮัก TAXI เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ขับแท็กซี่ส่วนบุคคลกู้เงินเพื่อซื้อรถใหม่ไปใช้ประกอบอาชีพ 7 แสน – 1 ล้านบาท ต่อราย โดยธนาคารเตรียมวงเงินไว้ 1 หมื่นล้านบาท ดอกเบี้ย 0.42% ต่อเดือน หรือ 2.5% ต่อปี ให้กู้เต็มวงเงิน 100% ของราคารถรวมทั้งอุปกรณ์ที่ติดตั้งในตัวรถ ไม่ต้องดาวน์ ทำให้สามารถผ่อนชำระน้อยกว่าการจ่ายค่าเช่าแท็กซี่รายวัน เฉลี่ยวันละประมาณ 400-500 บาท โดยวันนี้เปิดให้จองสิทธิ์เป็นวันแรกที่เมืองทองธานี ปรากฏว่า มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้เข้าจองสิทธิ์ต้องเตรียมเอกสาร ได้แก่ บัตรประชาชน กับใบขับขี
ธนาคารออมสิน ดีเดย์ 4 ธ.ค. คลอดดอกเบี้ยเงินฝาก-กู้อัตราพิเศษ ชงคลังเป็นของขวัญส่งท้ายปี เปิดแผนปีหมูรุกสินเชื่อรายย่อย-เอสเอ็มอีหวังโต 4-6% ธนาคารออมสินจ่อคลอดดอกฝาก-กู้อัตราพิเศษ – นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมออกผลิตภัณฑ์เงินฝากและเงินกู้อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อเป็นของขวัญให้กับประชาชนส่งท้ายปี ตามนโยบายของรัฐบาล โดยจะได้ข้อสรุปในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ พร้อมกับนำเข้าประชุมคณะกรรมการธนาคาร ก่อนจะนำเสนอกระทรวงการคลังเพื่อออกเป็นแพ็กเกจต่อไป พร้อมกันนี้ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายขยายสินเชื่อในปี 2562 เติบโต 4-6% หรือเติบโต 1-1.5 เท่าของจีดีพี จากปัจจุบันมีฐานสินเชื่อ 2.1 ล้านล้านบาท และเงินฝาก 2.3 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกันมองว่าในปีหน้าจะมีความต้องการสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น จากการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาล ทำให้สถาบันการเงินต้องมีการระดมเงินฝากเพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อ ส่วนทิศทางการปล่อยสินเชื่อของธนาคารออมสิน จะเน้นลูกค้ารายย่อยและเอสเอ็มอีที่มีรายได้ 20-30 ล้านบาท ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่ซึ่งโดยปกติสถาบันการเงินขนาดใหญ่ปล่อยกู้อยู่แล้ว สำหรับปัจจัยเสี่ยง
ธปท. เปิดทางปล่อยกู้ไม่ผ่านแบงก์ ทำแพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นตัวกลางปล่อยกู้ ให้กู้เฉพาะบุคคลธรรมดาที่มีโครงการธุรกิจ เปิดทางปล่อยกู้ไม่ผ่านแบงก์ – นางฤชุกร สิริโยธิน รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภายในปี 2561 ธปท. จะออกเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์สำหรับธุรกรรมสินเชื่อระหว่างบุคคลกับบุคคล (P2P Lending Platform) โดยผู้จัดทำแพลตฟอร์มดิจิทัลจะเป็นตัวกลางการปล่อยกู้ มีรายได้ค่าธรรมเนียม ที่เก็บจากผู้ให้กู้และผู้มาขอกู้ผ่านแพลตฟอร์ม โดยต้องเป็นนิติบุคคลจดทะเบียนในไทยมีผู้ถือหุ้นคนไทยไม่น้อยกว่า 75% มีทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 5 ล้านบาทขึ้นไป มีระบบให้ข้อมูลลูกค้าประกอบการตัดสินใจการกู้ รวมถึงกำหนดวงเงินผู้ให้กู้พิจารณาปล่อยกู้ ทั้งนี้ เบื้องต้นผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม จะต้องเข้ามาทดสอบใช้ในระบบแซนบล็อกของ ธปท. จนกว่าธปท. จะแน่ใจว่าระบบที่ดีมากพอ ก็จะปล่อยให้สามารถบริการธุรกรรมได้ โดย ธปท. จะเสนอชื่อผู้ประกอบการให้กระทรวงการคลังออกใบอนุญาตการประกอบธุรกิจนอกแซนบล็อกของธปท. ต่อไป สำหรับผู้กู้เงินนั้น จะให้เฉพาะบุคคลธรรมดาที่มีโค
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม C โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว คุณวรมิตร ครุฑโต รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนา “ทางเหลือ-ทางรอด SMEs ยุค 4.0” ซึ่งจัดโดย “เส้นทางเศรษฐี” นิตยสารรายเดือน เฟซบุ๊กแฟนเพจ และเว็บไซต์ เพื่อผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม ว่า ปัจจุบัน เอสเอ็มอี แบงก์ มีเงินทุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการกู้ยืม 50,000 ล้าน โดยผู้ประกอบการสามารถกู้ยืมได้ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้าน ดอกเบี้ย 3% ใน 3 ปีแรก สามารถกู้ได้ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา โดยใช้ บสย. ในการค้ำประกัน และหากอยากกู้มากกว่านี้ ทางธนาคารสามารถประสานงานติดต่อกับสินเชื่อเจ้าอื่นให้ท่านได้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME Bank เป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาลที่จัดขึ้นมาเพื่อดูแลผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะ ทางธนาคารมองว่า การที่จะนำเงินไปลงทุนในกิจการของท่านอย่างเดียวนั้น ไม่ใช่ทางรอด ทางรอดที่สำคัญนอกจากเงินคือการเปลี่ยนแนวคิดของท่าน ทำแล้วมันเกิดผลและไปเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์เพื่อเป็นการต่อยอดให้ธ
คุณกิตติพันธ์ อนุตรโสตถิ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2561 คาดหมายว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากปี 2560 ซึ่งเติบโตได้ดีจากภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวเป็นหลัก ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ อีกทั้งภาครัฐกำลังเดินหน้าโครงการการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) โดยมุ่งสร้างพื้นที่ภาคตะวันออกให้เป็นแหล่งลงทุนหลักของประเทศ ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยรุดหน้าไปเร็วมาก จากการลงทุนเพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย แบ่งเป็น 5 อุตสาหกรรมดั้งเดิม ที่ยังไม่ตกเทรนด์ และ 5 อุตสาหกรรมใหม่ ที่เป็นแรงขับเคลื่อนใหม่ให้เศรษฐกิจไทย ซึ่งคาดว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาได้มาก ก่อให้เกิดการจ้างงาน และการผลิตขยายตัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเอสเอ็มอีที่เป็นห่วงโซ่อุปทานให้ธุรกิจขนาดใหญ่ การลงทุนจะฟื้นตัวเข้มแข็งขึ้น เกิดการกระจายตัวมากขึ้น ดึงให้ความเชื่อมั่นสูงขึ้นและผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตดีขึ้นอย่างชัดเจน คุณกิตติพันธ์ เผยว่า ผลประกอบการของธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ในปี 2
คุณชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้เล็งเห็นถึงข้อจำกัดของผู้ประกอบการ SMEs รายย่อยในด้านหลักทรัพย์ในการค้ำประกัน รวมถึงขาดสภาพคล่องในการดำเนินงานจากการขายสินค้าให้ภาครัฐหรือเอกชน แต่ยังไม่ได้รับเงิน จึงมอบหมายให้สถาบันการเงินของรัฐ ออกผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือ SMEs ภายใต้ “โครงการสินเชื่อพิเศษเสริมสภาพคล่อง SMEs” ประกอบด้วยสถาบันการเงิน 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทสไทย (ธพว.) และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) ซึ่งในการนี้ ทางธนาคารออมสิน จึงได้ริเริ่มออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อพิเศษ เรียกชื่อว่า “สินเชื่อหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องเพิ่มเครดิตการค้า” เป็นสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนที่ให้การสนับสนุนผุ้ประกอบการที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยการเปลี่ยนสัญญาซื้อขายและลูกหนี้การค้าเป็นเงินสด โดยมีการเตรียมวงเงินสำหรับสินเชื่อนี้ไว้ที่ 5,000 ล้านบาท มีวงเงิน Pre-Finance เพื่อนำไปใช้ในการผลิตสินค้าและการก่อสร้าง สามารถเบิกสูงสุดได้ถึงร้อยละ 50 ของงวดงาน รวมกันไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าสัญญา และมี
นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารอนุมัติปล่อยสินเชื่อปี 2560 ได้แล้วกว่า 3 หมื่นล้านบาท มีการเบิกจ่ายสินเชื่อได้ 2.1 หมื่นล้านบาท คาดว่าทั้งปีจะปล่อยสินเชื่อได้ 4.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีโครงการสินเชื่อประชารัฐเข้ามาเพิ่มเติมอีก 1.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะปล่อยได้หมดภายในเดือนก.ย. นี้ “เอสเอ็มอีแบงก์ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อให้ได้ทั้งปี 3 หมื่นล้านบาท มาวันนี้ปล่อยได้มากกว่าเป้าหมายที่หมายตั้งไว้ และทั้งปีคาดว่าจะปล่อยได้ 4.5 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายตั้งไว้ 50% และการเบิกจ่ายสินเชื่อก็ไม่มีปัญหาทำได้ตามแผนที่ตั้งไว้”นายมงคล กล่าว ด้านหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอลของธนาคารในช่วงครึ่งปีแรก 2560 อยู่ที่ 1.73 หมื่นล้านบาท หรือ 17% ของหนี้ทั้งหมด สิ้นปีคาดว่าจะอยู่ที่ 1.66 หมื่นล้านบาท หรือประมาณ 16% เนื่องจากมีการฟ้องดำเนินคดีกับหนี้เสียจำนวน 2,500 ล้านบาท ซึ่งกว่า 90% ยอมความในชั้นศาลและจะกลับมาเป็นหนี้ปกติ โดยหนี้เอ็นพีแอลส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่ปล่อยก่อนปี 2558 เพราะหนี้ใหม่ที่ปล่อยหลังปี 255
แบงก์พาณิชย์รับเอสเอ็มอีไซซ์เอสมีความเสี่ยงเพิ่ม ห่วงกลุ่ม “อาชีพอิสระ-ค้าปลีก-ร้านขายวัสดุก่อสร้าง” เหตุยอดขายลด แข่งขันรายใหญ่ยาก พบโอกาสผิดนัดชำระหนี้เพิ่ม ตั้งการ์ดตรวจข้อมูลลูกค้าเดินสายตรวจสอบพื้นที่ทั้งก่อนและหลังปล่อยกู้ถี่ ยิบ “กรุงไทย-ทหารไทย” เผยยอดอนุมัติสินเชื่อลดเหลือ 50% จากเดิมแตะ 60% นายลือชัย ชัยปริญญา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงานด้านกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย หรือ KTB กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นในกลุ่มเอสเอ็มอีไซซ์เอส หรือเอสเอ็มอีที่มียอดขายไม่เกิน 20 ล้านบาท โดยจะมีกระบวนการคัดกรองสินเชื่อมากขึ้น ทั้งการคัดเลือกกลุ่มอาชีพ การดูข้อมูลลูกค้าอย่างละเอียด การลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งก่อนและหลังให้สินเชื่อ เพื่อทำให้แน่ใจว่าลูกค้าที่ได้รับสินเชื่อเป็นลูกค้ากลุ่มที่ไม่มีความเสี่ยง ทั้ง นี้จากการคัดกรองมากขึ้นส่งผลให้ยอดการอนุมัติ(Approve)สินเชื่อใหม่ของ ธนาคารที่ให้กับกลุ่มเอสเอ็มอีไซซ์เอสลดลงด้วยโดยปัจจุบันยอดการอนุมัติสิน เชื่อใหม่เฉลี่ยอยู่ที่ 50% หากเทียบกับปลายปี 2558 ที่ธนาคารมียอดอนุม
