ผลไม้ไทย
ทุเรียนใต้ได้ฤกษ์บุกตลาดจีน ปิดทองหลังพระฯ ทำโครงการทุเรียนคุณภาพ ดันเกษตรกร 3 จว.ใต้ปลูกทุเรียนเกรดสูง ดึงซีพีช่วยหนุนส่งขายจีน สร้างรายได้กว่า 160 ล้าน นับว่าเป็นเรื่องโชคดีที่แม้ว่ายังอยู่ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ทุเรียนไทยก็ยังสามารถส่งออกไปขายยังต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นผู้รับซื้อหลักได้ รวมถึงทุเรียนใน 3 จังหวัดภาคใต้ คือ ยะลา นราธิวาส และปัตตานี ซึ่งจะเริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ทั้งนี้ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าการเกษตรให้มีคุณภาพตามศาสตร์พระราชาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือโครงการทุเรียนคุณภาพ โดยการให้ความรู้กับเกษตรกรตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ดูแลต้นจนถึงการเก็บผลผลิตเพื่อจำหน่าย ให้ทุเรียนมีคุณภาพมาตรฐานส่งออกไปยังประเทศจีน สร้างรูปแบบการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ สามารถพึ่งพาตนเองได้ นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวว่า จังหวัดได้ร่วมกับปิดทองหลังพระฯ ทำโครงการทุเรียนคุณภาพ มาตั้งแต่ปี 2561 โดยปีนี้มีเ
แพทย์เตือน กินทุเรียนไม่ยั้ง 4-6 เม็ด เทียบกินอาหาร 2 มื้อ ทำร่างกายรับพลังงานสูง นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ทุเรียนจัดอยู่ในอาหารกลุ่มผลไม้ ที่มีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ รวมทั้งเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรต หากต้องการกินทุเรียนให้ได้รับประโยชน์และคุณค่าทางสารอาหารที่เหมาะสม ไม่ควรกินทุเรียนเกินวันละ 2 เม็ด ไม่กินถี่ทุกวัน และลดอาหารกลุ่มข้าวแป้ง ของหวานในมื้อที่กินทุเรียนสูงถึง 520-780 กิโลแคลอรี ซึ่งเทียบเท่ากับกินข้าวมันไก่ 2 จาน หรือเท่ากับการกินอาหาร 2 มื้อ นอกจากนี้คนที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต โรคเบาหวาน โรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูง ควรระมัดระวังเรื่องการกินทุเรียนมากกว่าคนทั่วไป อาจกินได้แต่ต้องกินในปริมาณน้อยกว่าคนปกติและไม่บ่อย เพราะการกินทุเรียนปริมาณมาก หรือกินทุเรียนบ่อยๆ จะส่งผลต่อปริมาณน้ำตาลและไขมันในเลือดของผู้ป่วยได้ “ทั้งนี้ ควรกินทุเรียนสลับกับการกินผลไม้ที่หลากหลายชนิดในแต่ละวัน เช่น กินทุเรียนคู่กับมังคุด เพราะมังคุดเป็นผลไม้ที่มีน้ำในปริมาณมาก จึงทำให้มีฤทธิ์เย็นช่วยต้านความร้อนที่เกิดจากกินทุเรียนได้ รวมทั้งยังมีเส้นใยอาหารสูง และสารต้านการอักเสบ ช่
พาณิชย์เดินเกมยึดตลาดผลไม้โลก จัดงาน‘จีน-ญี่ปุ่น-ฮ่องกง-อาเซียน’ หนึ่งในภารกิจสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ คือการดูแลราคาสินค้าเกษตร ให้มีเสถียรภาพ โดยเฉพาะการผลักดันให้สินค้าเกษตรของไทย ให้ขยายตลาดไปต่างประเทศ ผลไม้ไทย 4 ชนิด คือ ทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ถือเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญ ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ มีแผนผลักดันสู่ต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง รายงานของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ในภาพรวมของไม้ผลภาคใต้ทั้ง 14 จังหวัด คาดว่าจะมีผลผลิตรวม 712,002 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีผลผลิต 529,385 ตัน หรือเพิ่มขึ้น 35.20% ผลผลิตทยอยออกตั้งแต่ปลาย มิ.ย. และออกมากที่สุดในเดือนส.ค. ส่วนผลผลิตผลไม้ภาคตะวันออก รวม 4 ชนิด 886,535 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีจำนวน 667,025 ตัน เพิ่มขึ้น 219,510 ตัน หรือ 32.91% ผลผลิตออกมากช่วงกลางเดือน เม.ย. ต่อเนื่องถึงกลางเดือน พ.ค. เป็นหน้าที่ของกรมที่จะต้องจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพื่อรองรับผลผลิตไม้ผลทั้ง 4 ชนิด และไม้ผลอื่นๆ เช่น มะพร้าว มะม่วง ส้มโอ กล้วยหอม กล้วยไข่ เป็นต้น ทั้งออฟไลน์-ออนไลน์ เน้นชูอัตลักษ
