ฝนถล่ม
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศสภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน กับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม จนถึง วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561) ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 29 มกราคม 2561 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลงกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนในช่วงวันที่ 29-30 มกราคม ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 30-31 มกราคม และอุณหภูมิจะลดลง ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรควรระวังความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 31 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2561
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศสภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนกับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม จนถึง วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561) ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 26 มกราคม 2561 ระบุว่าในช่วงวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 31 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2561 ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแร
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศ “สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนกับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 ก.พ. 2561)” ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 25 มกราคม 2561 ระบุว่าในช่วงวันที่ 25-28 มกราคม 2561 ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทย เข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมทั้งภาคใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันด
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบถึงวันที่ 6 ตุลาคม 2560) ฉบับที่ 8 ลงวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ระบุว่า ในวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ประเทศไทยเริ่มมีแนวโน้มฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ลุ่มไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีกำลังอ่อนลง ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย มีกำลังอ่อนลง คาดว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่างๆ มีดังนี้ ในวันที่ 5 ตุลาคม 2560 ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา กาญจ
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน เพชรบูรณ์ และอุตรดิตถ์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย อุดรธานี บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมหาสารคาม อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท และนครสวรรค์ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกห
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนลดลง สำหรับภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกชุก และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณที่ราบลุ่ม ที่ลาดเชิงเขาระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ และขอนแก่น อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม. ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี และนครสวรรค์
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่าประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดพะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และลพบุรี ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักได้บางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดพะเยา แพร่ น่าน สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ค
วันที่ 2 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่ฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ จ.สงขลา ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมตลาดน้ำบ้านพรุ ซึ่งตั้งอยู่ภายในสวนสาธารณะพรุค้างคาว เขตเทศบาลเมืองบ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งของ อ.หาดใหญ่ จนจมทั้งตลาด ทั้งบริเวณท่าน้ำ ที่นั่งรับประทานอาหาร เรือขายอาหารทุกลำ ลานจอดรถ ลานกิจกรรม Adventure ซึ่งจมอยู่ในน้ำทั้งหมด ต้องปิดตลาดน้ำในวันเสาร์ชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและปรับสภาพแวดล้อมที่ได้รับความเสียหาย ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็น (4ต.ค) ที่ผ่านมา ฝนตกในหลายพื้นที่ บางแห่งตกหนัก ทำให้น้ำท่วมถนนหลานเส้นทาง โลกโซเชียลมีการรายงานสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ พัฒนาการ 18.59 น. “สดน้ำท่วมถนนพัฒนาการ ” จากแยกพัฒนาการ-คลองตัน ฝนตกหนักน้ำท่วมถึงขอบฟุตบาท 19.25 น. ถนนพัฒนาการ และนี่คือช่วงพัฒนาการ 35 ” นึกว่าเดินอยู่ริมหาด ” เครดิต AfterNoon Tvd 20.16 น. บางนาตราด (ขาเข้า) ก็ท่วม บริเวณทางแยกเข้าเคหะบางพลี อ.บางพลี cr.หล่อ หลบใน เวลา 18.54น. ถ.พัฒนาการ ขาออก ลงมาจากสะพานข้ามแยกคลองตัน! น้ำท่วมหมดทุกช่องทาง
