พยาบาล
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่สำนักงานก.พ. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหากลุ่มพยาบาลประกาศจะลาออก เนื่องจากไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการว่า จากการหารือร่วมกับรมว.สาธารณสุข (สธ.) ปลัดสธ. รองปลัดสธ. อุปนายกสภาการพยาบาล เลขาธิการก.พ. ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) กระทรวงการคลัง ได้ข้อยุติที่น่าจะแก้ปัญหาได้ โดยไม่ลำบากกับภาระงบประมาณและไม่เดือดร้อนกับพยาบาล ซึ่งมีหลายทางเลือก แต่ไม่ขอเผยรายละเอียด แต่จะนำเสนอครม.ด้วยวาจาในวันที่ 16 พ.ค. หากครม.มีมติไปในแนวทางใดก็จะทำเอกสารกลับมาให้ครม.มีมติอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจใช้เวลาสักนิด แต่ไม่น่ายุ่งยากเมื่อครม.เห็นทางออกและบอกทางออกให้แล้ว เมื่อถามว่าทางเลือกที่เสนอเกี่ยวกับการเพิ่มอัตราข้าราชการหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เราเอาคำขอของสธ.เป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาข้อเสนอของบุคคลใดเป็นตัวตั้ง หรือองค์กรอื่นใด เรื่องนี้เริ่มต้นจากคำขอสธ. ฉะนั้นสธ.ขอมา 10,992 อัตรา แต่ก็ให้กระทรวงไปคิดต่อว่าจะใช้ร่วมกับอัตรา
วันที่ 14 พฤษภาคม น.ส.รุ่งทิวา พนมแก พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ รพ.ร้อยเอ็ด ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายพยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราว ประจำภาคอีสาน กล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี(ครม.) ไม่อนุมัติการบรรจุตำแหน่งข้าราชการสำหรับพยาบาล จำนวน 10,992 อัตราใน 3 ปี โดยให้กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) บริหารจัดการตำแหน่งว่าง ว่า ขณะนี้เครือข่ายฯต่างๆอยู่ระหว่างเตรียมหารือร่วมกันว่าจะมีการเคลื่อนไหวต่อประเด็นนี้อย่างไร โดยคาดว่าผลการหารือจะชัดเจนได้ภายในวันที่ 15 พฤษภาคมเบื้องต้นอาจมีการรวบรวมรายชื่อเพื่อขอความเห็นใจจาก ครม. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในการเปลี่ยนแปลงมติครม. เพื่อขอให้อนุมัติตำแหน่งให้ ตำแหน่งเหล่านี้เป็นอัตราที่ไม่ได้มาก เมื่อเทียบกับจำนวนพยาบาล และประชาชนที่เข้ารับบริการ เนื่องจากภาระงานของพยาบาลทุกวันนี้มากมายจริงๆ “กรณีที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)ระบุว่า ไทยมีสัดส่วนพยาบาลสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่องค์การอนามัยโลกกำหนด 1.4 คน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวรวมทั้งประเทศ คือ เป็นพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน คิดสัดส่วนที่พยาบาล 1 คนต่อคนไข้ 400 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรพ.เอกชน แต่จริงๆปัญหาส่
อาชีพการเกษตรเป็นอาชีพที่มีเสน่ห์ จึงเป็นแรงดึงดูดใจให้ผู้คนหลากหลายอาชีพหันมาสนใจ แม้แต่พยาบาลสาว ยังต้องลาออกมาทำการเกษตร อย่างเช่น คุณการต์รวี บัวบุญ หรือ น้องอ้น อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองทุ่ม อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม 44120 โทร. (085) 421-7734 อีเมล [email protected] ให้ข้อมูลว่า เดิมมีอาชีพรับราชการเป็นพยาบาล โดยจบการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี พยาบาลวิชาชีพ (4 ปี) จากนั้นรับราชการอยู่หลายแห่งเป็นเวลารวม 8 ปี (ศูนย์มะเร็งลพบุรี 2 ปี, โรงพยาบาลวาปีปทุม 3 ปี, โรงพยาบาลมหาสารคามอินเตอร์ 1 ปี, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2 ปี) จบปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และกำลังศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาเดียวกันและที่เดียวกัน และเพิ่งลาออกจากพยาบาลเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา คุณการต์รวี เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่ 22 ไร่ ทำนา 10 ไร่ สระน้ำ 4 ไร่ ที่เหลือเป็นที่ดอน โดยได้ทำการเกษตรหลายอย่าง ดังนี้ 1. เลี้ยงเป็ดไข่ (พันธุ์กากีแคมป์เบล, ซีพีซุปเปอร์) 500 ตัว ให้ไข่แล้ว 200 ตัว ซื้อวัตถุดิบมาผสมอาหารเอง เช่น กากปาล์มน้ำมัน กากถั่วเหลื
