พรรคการเมือง
พรรคประชาชาติ เปิดนโยบาย 3,000 บาทถ้วนหน้า ดูแลผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป – รพ.รักษาหนี้ มั่นใจมีงบดำเนินการ พรรคประชาชาติ – เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 5 มี.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติงานพรรคประชาชาติ ซ.สรงประภา 30 พรรคประชาชาติ จัดแถลงข่าวเรื่องการขับเคลื่อนนโยบาย การฟื้นฟู และการพัฒนาสังคม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า นโยบายของพรรคไม่ได้ใช้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นนโยบายของคนทั้งประเทศ และต้องการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ 5 ด้าน คือ ด้านสิทธิเสรีภาพ ด้านอำนาจ ด้านศักดิ์ ด้านความเป็นธรรม และด้านพื้นที่ ด้วยการปรับโครงสร้างงบประมาณของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาเอากระทรวง ทบวง กรม มาเป็นฐานในการให้งบประมาณ แทนที่จะดูจากความจำเป็น พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำ แก้ได้โดยนโยบายรัฐสวัสดิการ คือให้สิทธิเสมอกัน พรรคประชาชาติพร้อมผลักดันนโยบาย 3,000 บาทถ้วนหน้า มั่นใจว่าจะมีงบประมาณเพียงพอสำหรับใช้จ่ายตามนโยบาย ทั้งนี้ พรรคเห็นว่าเรื่องสิทธิเสมอกันเป็นเรื่องสำคัญ เราจึงสนับสนุนการเป็นรัฐสวัสดิการ ไม่ใช่สังคมสงเคราะห์ ซึ่งความคุ้มค่ากับงบประมาณ อะไรที่ลงทุ
ผู้สมัครปชป. ขายที่ดิน 40 ไร่ นำเงิน 8 ล้านบาท เป็นสินบนผู้แจ้งเบาะแส ซื้อเสียงเลือกตั้ง 8 ล้านบาท – เมื่อที่ 4 มี.ค. ที่ห้องประชุมศรีโคตรบูรณ์ โรงแรมพักพิงอิงโขง นายธเทวินทร์ ตติยะรัตน์ดิลก ผู้สมัคร ส.ส. นครพนม เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ ได้แถลงข่าวเปิดตัวผู้สมัคร พร้อมพูดถึงการเมืองไทยปีที่ 87 นายธเทวินทร์ เผยตอนหนึ่งว่า “การเมืองไทย มีการยึดอำนาจรัฐประหารมาแล้ว 13 ครั้ง มีรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พ.ศ.2560 (ฉบับปราบโกง) เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ศึกเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ที่จะถึงนี้ ถือเป็นสงครามซื้อเสียงเต็มรูปแบบ คือเงินไม่มา กาไม่เป็น เพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ ตนมีแนวคิดจะให้สินบนนำจับ กรณีที่มีการจับการทุจริตเลือกตั้งได้ ให้คดีละ 8 ล้านบาท โดยจะใช้เงินตนเป็นสินบนนำจับ สำหรับการมีผู้นำเงินซื้อเสียง 300 บาท หรือ 500 บาท มาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองนครพนม เราจะกันตัวไว้เป็นพยาน เพื่อดำเนินคดีกับผู้สมัครเลือกตั้ง ส.ส.พรรคนั้น ให้ได้รับใบแดง และให้ได้รับโทษถึงขั้นติดคุก และตายในคุกทุกคดี และเสนอให้ยุบพรรคการเมืองนั้นด้วย “เงินรางวัลจำนวน 8 ล้านบาท เป็นเงินส่วนตั
ชัชชาติ ลั่น ได้เป็นรัฐบาล ยกเลิกจำนำข้าว ยอมรับบัตรคนจน มีส่วนเป็นประโยชน์! วันที่ 23 ก.พ. ที่ตลาดสะพานขาว นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หนึ่งในแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่หาเสียงตลาดผลไม้สะพานขาว ตลาดมหานาค กรณีถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือไม่ ว่า ไม่ยกเลิก เพราะมีการเตรียมงบประมาณไว้แล้วและบัตรดังกล่าวมีข้อดีเพราะมีข้อมูลบุคคล แต่อนาคตจะเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่าย โดยสามารถนำไปซื้อของต่างๆได้ เราต้องไว้ใจวิจารณญาณของประชาชน และต่อจากนี้อาจนำบัตรต่างๆ มารวมในบัตรประชาชนเพื่อความสะดวก ไม่แบ่งแยกคน ส่วนบัตรอื่นๆ เช่น เบี้ยผู้สูงอายุ ก็ไม่ยกเลิก แม้เราไม่ใช่รัฐสวัสดิการเต็มตัวเพราะเก็บภาษีได้ค่อนข้างต่ำ แต่เราจะใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพให้เกิดประโยชน์ระยะยาวที่สุด ส่วนนโยบายจำนำข้าวจะทำต่อหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า พรรคคงไม่ทำแล้ว ทีมนโยบายด้านการเกษตรจะแถลงแนวทางในสัปดาห์หน้าว่าเป็นอย่างไร เราไม่อยากให้คนเลือกเพราะให้เงินเยอะและราคาเท่าไรเพราะเป็นการแก้ปัญหาระยะสั้น แต่อยากให้เลือกเพราะเป็นผู้บริหารแก้ปัญหาในอนาคตได้ และที่ไม่ทำโครงการด
กลาโหม แจงยิบหลังพรรคการเมืองหาเสียงชูนโยบาย ตัดงบกลาโหมฯ ยันโปร่งใส ผ่านคณะรัฐมนตรี-รัฐสภา เหมือนทุกกระทรวง ไม่มีอะไรลับ-นัยยะพิเศษ ทหารก็เสียภาษีเหมือนประชาชน วอนนักการเมืองอย่าพูดลอยๆ งบกองทัพ / เวลา 14.00 น. วันที่ 20 ก.พ. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงชี้แจงงบประมาณกระทรวง ภายหลังจากที่หลายพรรคการเมืองเสนอนโยบายตัดงบประมาณเหล่าทัพว่า กระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานความมั่นคงตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ โดยพ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 กำหนดให้มีภารกิจป้องกันประเทศ รักษาความมั่นคงภายในประเทศ รักษาผลประโยชน์ของชาติ พัฒนาประเทศ และช่วยเหลือประชาชน อีกทั้งยังทำงานในบทบาทสนับสนุนรัฐบาลด้วย เช่นการแก้ไขปัญหายาเสพติด การตัดไม้ทำลายป่า และการลักลอบนำเข้าของผิดกฎหมายพืชผลการเกษตร ทั้งนี้ขนาดกองทัพเติบโตมาจากภัยคุกคามต่างๆ ซึ่งสมัยก่อนมีคอมมิวนิสต์ รัฐบาลในสมัยนั้นจึงกำหนดให้มีกำลังทหารมากขึ้นโดยเพิ่มอัตราการเกณฑ์ทหารมากขึ้น สังคมจะเป็นตัวกำหนดขนาดของกองทัพเพื่อตอบสนองภัยคุกคามทำให้กองทัพมีขนาดใหญ่มากขึ้น จึงต้องมีการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งกองทัพไม่ได
“เรืองไกร” ร้องกกต.ยุบพลังประชารัฐ ชี้ผิดชัดถึง 3 ประเด็น มั่นใจทษช.ไม่ถูกยุบ เหตุ กกต.ทำข้ามขั้นตอน นายทะเบียนพรรคการเมืองไม่ได้รวบรวมหลักฐานเสนอให้กกต.มีมติ พร้อมอ้างคำวินิจฉัยศาลรธน.ยกคำร้องยุบปชป.เป็นแนวทาง พลังประชารัฐ – เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 18 ก.พ. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เปิดเผยภายหลังยื่นหนังสือถึงกกต. ว่า ขอให้กกต.ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จาก 3 ประเด็นที่ยื่นมาก่อนหน้านี้ โดยกกต.ต้องใช้มาตรฐานเดียวกับที่ยื่นยุบ ทษช. อีกทั้งได้เห็นคำร้องยุบ ทษช.ที่กกต.ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้วอ้างเหตุย้อนแย้งกันเอง โดยกกต.อ้างเพียงว่า กกต.ไม่รับพิจารณาแคนดิเดตนายกฯของพรรค แต่กลับใช้ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 ว่า ทษช.กระทำการเป็นปฏิปักษ์ ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค ขณะเดียวกันกลับใช้มาตรา 14 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. รับรองส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรค นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องที่ตนให้สอบพปชร. 3 เรื่อง ล้วนเป็นความผิดที่เข้าข่ายยุบพรรคชัดเจนยิ่งกว่า โดยกรณ
‘เสธ.แมว’ ลุย! ส่องพรรคดัง โทรหาชาวบ้าน ให้เลือก ถ้ายังอยากใช้บัตรคนจนต่อ! เสธ.แมว พรรคดัง บัตรคนจน – จากกรณีที่มี หมอลำชื่อดังชาวสกลนคร เปิดเผยว่า ได้รับโทรศัพท์สอบถามผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และบอกให้ไปเลือกพรรคการเมืองหนึ่ง เพื่อจะได้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อไป จนทำให้เกิดความไม่พอใจ ในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต และการจูงใจให้ไปลงคะแนน จนไปแจ้งความลงบันทึกประจำไว้เมื่อวันที่ 13 ก.พ.นั้น เมื่อวันที่ 15 ก.พ. พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย และหัวหน้าศูนย์ต่อต้านการทุจริตการเลือกตั้ง(ศตท.) ที่มีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นผอ. กล่าวว่า จะทำการติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับกลโกงเลือกตั้งทุกรูปแบบ เข้าใจพี่น้องประชาชนทุกท่านว่า หากพบการกระทำที่อาจก่อให้การเลือกตั้ง บริสุทธิ์ ยุติธรรม ก็หวั่นเกรง จะได้รับผลกระทบ อะไรตามมา จึงอยากรณรงค์ให้ผู้ที่พบเห็น การกระทำที่ไม่ปกติ จนอาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่บริสุทธยุติธรรม ให้หาพยานหลักฐานทั้งเอกสาร หรือบุคคลเบื้องต้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพหรืออัดเสียงไว้เป็นหลักฐาน ทีมงานตาสับปะรด ซึ่งเป็นผู
ตามคาด! กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญแล้ว พิจารณายุบ ไทยรักษาชาติ เมื่อเวลา 12.43 น. วันที่ 13 ก.พ. พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง เป็นผู้นำคำร้องมายื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ หลังที่ประชุมกกต.มีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาว่าสมควรยุบพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ เนื่องจากเข้าข่ายเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง ตามมาตรา 92 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ประชุมกกต.ได้พิจารณาในประเด็นนี้ ก่อนมีกระแสข่าวว่า ที่ประชุมมีมติให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าสมควรยุบพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ ก่อน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกกต. จะชี้แจงผ่านไลน์มายังผู้สื่อข่าวว่า “ฝากเรียนทุกท่านที่รออยู่ด้วยว่า กำลังพิจารณาอยู่ ยังไม่แล้วเสร็จ ถ้าผมหรือเลขาธิการมิได้ให้ข่าว กรุณาอย่าถือว่าเป็นข่าวจริงนะครับ อย่างน้อยที่สุดถ้าการพิจารณาแล้วเสร็จ จะเรียนให้ทราบ ถ้ามิใช่แถลงข่าวก็เป็นเพรสครับ” นอกจากนี้ ยังมีเอกสารชี้แจงจากสำนักงานกกต. ระบุว่า ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการพิจารณาของกกต. กรณียุบพรรคการเมือง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อบางฉบับว่า “มติกกต.สั่งยุ
เลขา กกต. แถลงย้ำชัด พรรคการเมืองถอนชื่อ แคนดิเดตนายกฯ ไม่ได้! วันที่ 8 ก.พ. พ.ต.อ. จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า พรรคการเมืองที่เสนอชื่อ นายกรัฐมนตรี ต่อ กกต. แล้ว ไม่สามารถถอนชื่อออกได้ โดย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มาตรา 13 วรรค 2 ระบุว่า พรรคการเมืองจะถอนหรือเปลี่ยนแปลงรายชื่อบุคคลที่พรรคเสนอให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้ก็ต่อเมื่อผู้ถูกเสนอชื่อ ตาย หรือ ขาดคุณสมบัติเท่านั้น และต้องถอนก่อน เวลา ปิดรับสมัคร 16.30 น. โดยพรรคการเมือง จะไม่สามารถถอนเพราะเหตุผลอื่นได้ ที่มา : ข่าวสดออนไลน์
