พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
นายกฯ เผยกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกาศวันที่ 6 พ.ค. วันหยุดราชการ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. เวลา 14.30 น.ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงหมายกำหนดการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกว่า ถือเป็นงานพระราชพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ของคนไทย ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 6 เมษายน มีพิธีพลีกรรมตักน้ำทุกจังหวัด โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน จากนั้นวันจันทร์ที่ 8 – อังคารที่ 9 เมษายน พิธีเสกน้ำที่ต่างจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และวันพฤหัสบดีที่ 18- ศุกร์ที่ 19 เมษายน พิธีเสกน้ำรวมที่วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งเรื่องของน้ำนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงรับสั่งว่าขอให้เป็นน้ำที่สะอาด โดยต้องมีการพิสูจน์ คัดกรองต่างๆให้ดี ให้บริสุทธิ์ สะอาด ถือเป็นมงคลเพราะทรงใช้สำหรับสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และวันจันทร์ที่ 22 – อังคารที่ 23 เมษายน จะเป็นพิธีจารึกพระสุพรรณบัฏ ซึ่งทั้งหมดนี้คือกิจกรรมในเดือนเมษายน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากนั้นในวันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม
รัฐบาลเตรียมกราบบังคมทูลเชิญ “พระเทพฯ” เป็นองค์ประธานจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 2 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงการดำเนินการของรัฐบาล หลังจากสำนักพระราชวังมีประกาศแจ้งว่าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามพระราชประเพณี ว่า ตนได้ออกแถลงการณ์สำนักนายกรัฐมนตรีไปแล้วในวันนี้ (2 ม.ค.) หลังจากทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ตนได้เคยเกริ่นไปก่อนหน้านี้แล้วว่ารัฐบาลได้เตรียมการชั้นต้นมาบ้างแล้ว มีการพูดคุยกันภายใน โดยสุดแล้วแต่ว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อใด ดังนั้นในขณะนี้ถือว่ามีความชัดเจนออกมาแล้ว อย่างที่ตนเคยบอกแล้วว่าต้องมีการเตรียมการพระราชพิธีที่เป็นทางการตามจารีตประเพณี คือในวันที่ 4-6 พ.ค.นี้ตามหมายกำหนดการที่ทรงโปรดเกล้าฯมาแล้ว แต่ก่อนหน้านั้นรัฐบาลต้องเตรียมการเป็นการภายใน ทั้งเรื่องการจัดเตรียมพระราชพิธีที่เกี่ยวข้องหลายอย่าง เป็นการเตรียมเพื่อให้นำมาใช้ได้ในช่
