ฟ้าทะลายโจร
เปิดเงื่อนไข ยาฟ้าทะลายโจร 3 รายการ บรรจุเข้าบัญชียาหลัก ทานอย่างไร เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานข่าว จากกรณีราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ คณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ เรื่องบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ลงวันที่ 4 มิ.ย. 2564 โดยบัญชีแนบท้ายมีการระบุถึงยาสารสกัดฟ้าทะลายโจรที่ให้ใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด-19 ได้นั้น ตามบัญชีแนบท้ายของประกาศ ระบุ ยาสารสกัดฟ้าทะลายโจรไว้ 3 ตำรับ มีขนาดยาและเงื่อนไขการใช้ที่แตกต่างกัน ดังนี้ รายการที่ 10 ยาสารสกัดผงฟ้าทะลายโจรที่มีสารแอนโดรกราโฟไลด์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 4 โดยน้ำหนัก รูปแบบยาแคปซูลและยาเม็ด เงื่อนไขการใช้ คือ ใช้สำหรับบรรเทาอาการของโรคหวัด (Common Cold) เช่น ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล มีไข้ รับประทานในขนาดยาที่มีปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์ 60-120 มิลลิกรัมต่อวัน โดยแบ่งวันละ 3 ครั้ง รายการที่ 11 ยาสารสกัดจากฟ้าทะลายโจร รูปแบบแคปซูลและยาเม็ด เงื่อนไขการใช้ คือ ใช้กับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง เฉพาะผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่มีการควบคุมปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์ รับประทานในขนาดยาที่มีแอนโดรกราโฟไลด์ 180 มิลลิก
ฟ้าทะลายโจร ถึงเวลาเปลี่ยนความสงสัย ช่วยกันพัฒนา ให้เป็นผลิตภัณฑ์ของชาติ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอก 3 ส่งผลกระทบกระจายวงกว้าง ในขณะที่ประเทศไทยยังไม่สามารถจัดหาวัคซีนมาฉีดให้กับประชาชนได้ทั่วถึง สมุนไพร จึงถูกนำมาพูดถึงกันมาก ทั้งนำมาใช้ในการรักษาและป้องกัน คุณวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า กล่าวว่า เสียดายยาสมุนไพรไทยมาก ในช่วงเกิดโรคระบาดยิ่งน่าเสียดาย รัฐบาลควรทุ่มงบประมาณไปในการวิจัยและจดลิขสิทธิ์โดยเร่งด่วน สมุนไพรไทย เป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ ตำรายาโบราณของไทยเป็นภูมิปัญญาไทยที่บรรพบุรุษไทยสั่งสมมาหลายร้อยปี และเป็นวัตถุดิบยาที่เกิดในสภาพแวดล้อมบนแผ่นดินไทยและเหมาะกับคนไทย คนเอเชียโดยธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ถ้ารัฐบาลไทยนำมาพัฒนาต่อยอด จะช่วยประชาชนได้มากและลดการพึ่งพายาต่างประเทศได้มหาศาล “แต่โครงการดีๆ แบบนี้ ต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ และไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง เนื่องจากการซื้อยาต่างประเทศ เป็นขุมทรัพย์มหาศาลที่หอมหวน ชวนอนุมัติ จะสร้างภูมิปัญญาของชาติ ต้องสร้างจากผู้มีภูมิปัญญาเท่านั้น” คือ คำกล่าวของรองหัวหน้าพรรคกล้า ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นขององค์กรหลักที่ค้นคว้า
ส่องคู่มือ การใช้ยาสมุนไพร ดูแลตัวเองเบื้องต้น เมื่อทราบผลว่าเป็นโควิด จากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิดระลอกสามที่กำลังเกิดขึ้น ณ ขณะนี้ ศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เผยแพร่ คู่มือการดูแลสุขภาพสำหรับประชาชน ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ระลอกสาม ซึ่งในคู่มือนี้ ได้แนะนำ วิธีการดูแลตนเองเบื้องต้นเมื่อทราบผลว่าเป็นโควิด-19 ดังนี้ 1. เตรียมที่พักและอุปกรณ์ให้พร้อม ได้แก่ แยกห้องนอนและห้องน้ำออกจากผู้อื่น (เลือกห้องพักที่โปร่งอากาศถ่ายเท แสงแดดเข้าถึง), แยกของใช้ส่วนตัว จัดหาอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ (ปรอทวัดไข้ แอลกอฮอล์เจล หน้ากากอนามัย สบู่) และอุปกรณ์ทำความสะอาดส่วนตัว (ถุงขยะ ถังขยะ สารฟอกขาว น้ำยาทำความสะอาด) 2. มีการวัดไข้ และสังเกตอาการสม่ำเสมอ หากมีอาการไข้สูง หรือมีอาการหายใจลำบาก ให้แจ้งสถานพยาบาลใกล้บ้าน หรือ อสม. 3. การใช้ยาสมุนไพร 3.1 ยาฟ้าทะลายโจรแคปซูล ครั้งละ 2-4 แคปซูล วันละ 4 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน ทันทีที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโควิด-19 ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร และผู้ที่มีประวัติแพ้ฟ้าทะล
จากวิกฤตระลอกสาม ทำให้หลายคนหันมาสนใจเรื่องการดูแลรักษาตัวเองให้ปลอดภัยจากโรค โดยเฉพาะการใช้สมุนไพรพื้นบ้าน “ฟ้าทะลายโจร” ที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถรับประทานเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันสู้โควิดอย่างได้ผล ซึ่งการใช้ ฟ้าทะลายโจร ยังมีประชาชนสับสนเรื่องขนาดการใช้ ข้อจำกัดในการใช้ และข้อควรระวัง ด้วยเหตุนี้ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นหน่วยบริการเจ้าแรกที่ออกมาให้ความรู้ประชาชนเรื่อง “ฟ้าทะลายโจร” จึงชี้แจงทำความเข้าใจ ดังนี้ ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยสูง หากใช้อย่างปลอดภัย โดยปัจจุบันมีข้อค้นพบเบื้องต้นจากกระทรวงสาธารณสุขว่า การใช้ยาฟ้าทะลายโจร ร่วมกับการรักษามาตรฐานในผู้ป่วยที่มีอาการน้อย มีแนวโน้มช่วยลดความรุนแรงของอาการได้ รวมทั้งการวิจัยสารสกัดฟ้าทะลายโจร ของทางโรงพยาบาลที่พบว่าช่วยลดการแบ่งตัวของไวรัสโคโรน่า 2019 ในเซลล์ปอดได้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ช่วยสนับสนุนการใช้ ดังนั้น จึงแนะนำว่า ควรใช้เมื่อป่วย ไม่ว่าจะป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดา หรือเป็นโควิด-19 ที่อยู่ระหว่างรอเข้ารับการรักษาหรือระหว่างการกักตัวหากมีอาการไข้ หวัด เจ็บคอ ครั่นเนื้อครั่นตัว และไอ สามารถใช้ 2-4 แคปซูล วั
ฟ้าทะลายโจร ดราม่าระลอกใหม่ อภัยภูเบศร งดให้สัมภาษณ์สื่อทุกช่องทาง จากกรณีเมื่อวันก่อน ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ออกมาให้ข้อมูลเรื่อง ฟ้าทะลายโจร กับ การต้านโควิด-19 ในฐานะที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นหน่วยงานแรก ที่ออกมาเปิดประเด็นดังกล่าว ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 โดยใจความสำคัญล่าสุดระบุว่า ทาง อภัยภูเบศร ต้องการให้มีการวิจัยฟ้าทะลายโจร เพื่อให้เกิดผลเป็นที่ประจักษ์ จึงได้เตรียมสารสกัดฟ้าทะลายโจร ส่งให้คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อศึกษากลไกในการต้านโควิด-19 ซึ่งผลการศึกษาเบื้องต้นนั้น พบว่า สารสกัดฟ้าทะลายโจร และ สารแอนโดรกราโฟไลด์ ซึ่งเป็นสารสำคัญในฟ้าทะลายโจร มีความสามารถในการยับยั้งกระบวนการติดเชื้อไวรัสของเซลล์ปอด โดยผ่านกลไกสำคัญ คือ การยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสโควิดในทุกระยะ จึงมีโอกาสจะพัฒนาการใช้ฟ้าทะลายโจร เป็นยาเดี่ยว หรือใช้ควบรวมกับสูตรยามาตรฐานในการรักษาผู้ที่ติดเชื้อโควิด ปัจจุบันผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Natural Products เรียบร้อยแล้ว อ่านข่าวเกี่ยวข้อง : ฟ้าทะลา
ฟ้าทะลายโจร สรรพคุณไม่ธรรมดา อยากให้มีกันไว้ เพื่อดูแลตนเองเป็นเบื้องต้น เมื่อเร็วๆ นี้ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ชี้แจงกรณีมีการแชร์ข้อมูล ฟ้าทะลายโจร ในโลก ที่มีทั้งจริงและเท็จ สร้างความสับสนในเรื่องของสรรพคุณ โดย ภญ.ดร.สุภาภรณ์ ปิติพร ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร กล่าวว่า ในฐานะที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นผู้ให้ข้อมูลเรื่องฟ้าทะลายโจรในการต้านโควิด-19 เป็นหน่วยงานแรก ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 จึงขอไขข้อข้องใจในประเด็นต่างๆ เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ดังนี้ ประเด็นแรก ฟ้าทะลายโจร รักษาโควิด-19 ได้จริงหรือไม่นั้น ต้องบอกว่า โควิด-19 เป็นโรคอุบัติใหม่ ไม่มียา หรือ วัคซีนใดที่จะตอบได้อย่างเต็มปาก ว่ารักษาหรือป้องกันได้จริง แต่จากการวิจัยเอกสารที่มีการทำการศึกษาวิจัยมากมายหลายฉบับ ทำให้เรามั่นใจว่าฟ้าทะลายโจร มีประโยชน์ในการนำมาใช้กับผู้ป่วยโควิดและได้ส่งมอบเอกสารให้กับทางกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในการระบาดระลอกแรก จนนำไปสู่การใช้ฟ้าทะลายโจร ไปรักษาผู้ป่วยโควิดรายที่มีอาการน้อยและไม่มีอาการ ในโรงพยาบาลสังกัด กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งพบว่า ผู้ที่มีอาการน้
อภัยภูเบศร ย้ำ ฟ้าทะลายโจร ยังไม่มีงานวิจัยรองรับ ใช้แทนวัคซีนป้องกันโควิด จากกรณีมีการแชร์ต่อในโลกโซเชียล ถึงการใช้ ฟ้าทะลายโจร เป็นทางเลือกในกรณีที่ยังไม่แน่ใจประสิทธิผลของวัคซีนนั้น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นหน่วยงานแรกที่ให้ข้อมูล ฟ้าทะลายโจรกับโควิด-19 ตั้งแต่แรก ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ว่า การเปรียบเทียบการใช้ฟ้าทะลายโจร กับ วัคซีน ในแง่ของการป้องกันการติดเชื้อโควิดนั้น ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เพราะถึงแม้ฟ้าทะลายโจร จะมีงานวิจัยสนับสนุนว่าน่าจะมีผลต่อภูมิคุ้มกัน ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินของโรคโควิด-19 แต่ยังเป็นงานวิจัยในระดับหลอดทดลอง ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการแนะนำให้ประชาชนใช้เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ในขณะที่วัคซีนมีการศึกษาวิจัยในคนแล้ว ตามที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานต่างๆ ให้ข้อมูล และล่าสุด ทาง ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ข้อมูลกรณีดังกล่าวเพิ่มเติมว่า ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรที่มีการใช้กว้างขวางในประเทศไทย จีน และในหลายประเทศในยุโรป ในประเทศไทยเองนั้น มี
อภัยภูเบศร หอบฟ้าทะลายโจรตำรับพื้นบ้าน โชว์นายกฯ เผยผลวิจัย เพิ่มภูมิสู้ไวรัส เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ร่วมจัดนิทรรศการร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อประชาสัมพันธ์งาน มหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-6 กันยายน ณ อิมแพค เมืองทองธานี โดยโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้นำสมุนไพร ฟ้าทะลายโจร มานำเสนอ ภายหลังจากที่มีงานวิจัยจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกชี้ชัดว่า อาจมีศักยภาพในการรักษาโรคโควิด-19 พญ.โศรยา ธรรมรักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า จากงานวิจัยสมุนไพรฟ้าทะลายโจร ของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ที่พบว่า การใช้ฟ้าทะลายโจรอาจมีศักยภาพในการรักษาโควิด-19 นั้น ไม่มีการศึกษาเรื่องฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกัน ทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จึงได้มีการรวบรวมองค์ความรู้ตำรับยาพื้นบ้าน และพบว่า ในตำรับพื้นบ้านมีการใช้ ฟ้าทะลายโจร กับพริกไทยดำ กินเพื่อป้องกันหวัดมานาน โดยมีการปรับสัดส่วนของพริกไทยตามความร้อนเย็นของร่างกาย อาจจะกินฟ้าทะลายโจรอย่างเดียวหากร่างกายร้อนมาก จึงนำมาสู่การวิ
วางแผนผลิต “ฟ้าทะลายโจรน้ำเชื่อม”สำหรับเด็ก รับมือโควิด ระลอกสอง ข่าวรายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าการวิจัย “ฟ้าทะลายโจร” เพื่อการยับยั้งเชื้อไรวัสโควิด -19 ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว หัวหน้าศูนย์หลักฐานเชิงประจักษ์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ได้ศึกษาวิจัยสารสกัด “ฟ้าทะลายโจร” ในหลอดทดลอง พบว่ามีฤทธิ์ฆ่าเชื้อและยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อโควิด แต่ไม่พบว่าฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ป้องกันเซลล์ไม่ให้ติดเชื้อ ปัจจุบันกำลังศึกษาในผู้ป่วยโควิด-19 ในผู้ป่วย 5 รายพบว่า อาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยังเป็นช่องว่างในงานวิจัย คือ การศึกษาฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกันที่จำเพาะเจาะจงกับการเกิดติดเชื้อโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 โดยมีความเป็นไปได้ว่า ฟ้าทะลายโจร น่าจะออกฤทธิ์ไปด้านนี้ เนื่องจากมีงานวิจัยก่อนหน้าหลายฉบับว่า ฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกัน และปรับภูมิคุ้มกัน โดยมีผลเพิ่มการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันหลายชนิดในร่างกาย เช่น กระตุ้นการสร้างแอนติบอดี การจับกินเชื้อของเม็ดเลือดขาว และเพิ่มการทำงานของอินเตอร์เฟอรอน ซ
“ฟ้าทะลายโจร” ยับยั้งโควิด แค่ผลวิจัยในหลอดทดลอง วันนี้ปลูกพึ่งตัวเองไปก่อน จากกรณีที่มีการแถลงข่าว ผลการวิจัยยาฟ้าทะลายโจร ต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยกรมการแพทย์แผนไทยฯ กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยผลวิจัยระบุ ฟ้าทะลายโจร สามารถยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้โดยการฆ่าไวรัสโดยตรง และยับยั้งไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวนในเซลล์นั้น ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานยุทธศาสตร์ด้านการแพทย์แผนไทยและสมุนไพร รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ว่า ถือเป็นข่าวดีของประเทศไทย ที่มีสมุนไพรพื้นบ้านสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ต้นเหตุโรคโควิด-19 ได้ แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาดังกล่าว เป็นการศึกษาในเบื้องต้นใน “หลอดทดลอง” เท่านั้น หากจะยืนยันว่า ฟ้าทะลายโจรมีผลต่อผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือไม่นั้นต้องทำการศึกษาต่อในคน “จากการวิจัยของกรมการแพทย์แผนไทย ร่วมกับ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่ระบุว่า สารสกัดหยาบของฟ้าทะลายโจรมีฤทธิ์ทำลายไวรัสก่อโรคโควิด-19 ส่วนสารแอนโดรกราโฟไลด์มีฤทธิ์ต้านการแบ่งตัวของไวรัสชนิดนี้ แต่ไม่มีผลในการป้องกันเซลล์ไม่ให้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ แต่อย่างไ
