ภัยแล้ง
แล้งรุนแรง! โคราชประกาศ พื้นที่ภัยพิบัติฝนแล้ง เกษตรเสียหาย 119,851 ไร่ วันที่ 4 ส.ค. คุณปิยะฉัตร อินสว่าง รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานประชุมคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ที่ห้องประชุมนางสาวบุญเหลือ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อพิจารณาประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ฝนแล้ง ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา คุณปิยะฉัตร เปิดเผยว่า จังหวัดนครราชสีมาได้ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ฝนแล้ง จำนวน 2 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอครบุรี จำนวน 3 ตำบล 19 หมู่บ้าน มีราษฎรได้รับความเดือดร้อน 1,020 ราย พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 7,770 ไร่ และอำเภอพระทองคำ จำนวน 5 ตำบล 74 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 13,568 ราย “พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 112,087 ไร่ รวม 2 อำเภอพื้นที่การเกษตรเสียหายสิ้นเชิง 119,851 ไร่ ส่วนอำเภอที่เหลือได้สั่งการให้ทางเกษตรจังหวัดสำรวจความเสียหายเพื่อประกาศให้ความช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรต่อไป” คุณปิยะฉัตร กล่าว
‘บิ๊กป๊อก’ หวั่น! ปีนี้เจอภัยแล้งหนัก จะมีน้ำใช้ ถึงพฤษภา ปีหน้า หรือเปล่า? เมื่อวันที่ 30 กค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงปัญหาภัยแล้งว่า ล่าสุดเท่าที่ติดตามมีฝนตกในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นในอ่างเก็บน้ำ ที่เหลือเป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ถ้าฝนตกลงมาอีก เช่น ฝนตกใต้เขื่อน จะทำการระบายน้ำให้น้อยลง ถ้าตกเหนือเขื่อน อาจต้องกักเก็บน้ำ หรือ ปล่อยน้ำแต่จะปล่อยอย่างไร ในส่วนนี้ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำ (สทนช.) ต้องดูในรายละเอียดว่าน้ำที่มีนั้นจะอยู่ได้ถึงเดือนพ.ค.ปี 63 หรือไม่ อย่างไรก็ตามในขั้นนี้เป็นเรื่องของพื้นที่ ได้ให้ ผวจ. ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์น้ำเป็นพื้นที่แล้ว ซึ่งในขั้นแรกต้องแจ้งเตือนประชาชนว่าหน้าแล้งนี้ควรปลูกพืชอะไร นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวต้องเตรียมนำเครื่องมือช่วยเหลือประชาชน ทั้งน้ำอุปโภค บริโภค และทางการเกษตร หากมีเหตุจำเป็น อีกทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด ยังมีงบประมาณที่จะใช้ได้ หากคิดว่าต้องมีมาตราการช่วยเหลือเช่น การขุดเจาะบาดาล และขั้นสุดท้ายหากประชาชนได้รับความเสียหาย จะมีการเยียวยา ต้องรีบสำรวจ
สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ปรับลดเป้าส่งออกข้าวปีนี้ลงไม่เกิน 9 ล้านตัน ชี้ ปัญหาภัยแล้งหากรุนแรง คาดจะกระทบผลผลิตในภาพรวม และมีโอกาสฉุดราคาข้าวหอมมะลิให้มีราคาสูงขึ้นเป็น 36,000 บาทต่อตัน ส่งผลกระทบการส่งออกข้าวในภาพรวมของไทยหืดขึ้นคอแข่งยากในตลาดโลก หั่นส่งออกข้าวปีนี้ไม่ถึง 9 ล้านตัน – นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยสถานการณ์การส่งออกข้าวไทยเดือน มิ.ย. 2562 ว่า ไทยส่งออกข้าวปริมาณ 5.78 แสนตัน ต่ำสุดในรอบปีตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่การส่งออกข้าวตกต่ำที่สุด ส่งผลให้ช่วงครึ่งแรกไทยสามารถส่งออกข้าวได้เพียง 4.36 ล้านตัน ลดลง 19.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ดังนั้น สมาคมจึงปรับลดคาดการณ์ส่งออกข้าวปี 2562 ลง จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 9.5 ล้านตัน ลดเหลือไม่เกิน 9 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 4,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประเมินหากสถานการณ์ภัยแล้งปีนี้มีความรุนแรงคาดว่าจะกระทบต่อผลผลิตข้าวในภาพรวม ซึ่งกรณีร้ายแรงสุดหากฝนไม่ตกในเดือนส.ค. จะส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวหอมมะลิลดลงเหลือ 4-4.5 ล้านตัน หรือหายออกจากตลาดประมาณ 40-50%
สุดช้ำ! ลำสะแทด โคราชแห้งขอด ผู้ประกอบการล่องแพกว่า 40 ราย ขาดรายได้ แพจอดเกยตื้น การท่องเที่ยวซบเซา วอนภาครัฐช่วยเหลือด่วน วันที่ 24 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณท่าแพ วิสาหกิจชุมชนล่องแพ บ้านดอนมัน ม.6 ต.โคกกลาง อ.ประทาย จ.นครราชสีมา พบแพขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับบริการนักท่องเที่ยว จำนวน 7 ลำ จอดเกยตื้นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำลำสะแทด หลังจากปริมาณน้ำแห้งขอด ทำให้ผู้ประกอบการล่องแพได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่สามารถให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้ นายทวีศักดิ์ จอดนอก อายุ 26 ปี เจ้าของแพนำเที่ยวรายหนึ่ง กล่าวว่า ตนได้ลงทุน 1 แสนบาทต่อเป็นแพท่องเที่ยว 1 ลำ เพื่อนำมาใช้บริการนักท่องเที่ยว โดยคิดค่าบริการเที่ยวละ 2,000 บาท ซึ่งแต่ละวันสามารถบริการนักท่องเที่ยวได้ 2 รอบ ทำให้มีรายได้ 4,000 บาท แต่ปัจจุบันนี้ปริมาณน้ำในลำสะแทดกลับแห้งขอด บางช่วงเห็นเนินดินไม่สามารถล่องแพได้ จึงไม่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการ ส่งผลกระทบทำให้ผู้ประกอบการล่องแพ 38 ราย และผู้ประกอบการแพท่องเที่ยว 7 ลำ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ไม่สามารถดำเนินกิจการล่องแพได้ “ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว ปริมาณน้ำในลำสะแทดจะ
“ประยุทธ์” ห่วงแล้ง รับหลายเขื่อนวิกฤต-ขอ ปชช. ช่วยเก็บผักตบคนละ 3 ต้น ไม่ต้องรอเงินจากรัฐ วันที่ 12 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยในการเป็นประธานเปิดงาน “สร้างรู้ สื่อสาร การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฤดูฝน ปี 2562” ว่า เนื่องจากชุมชนเมือง และการขยายตัวของอุตสาหกรรม ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านคุณภาพน้ำทวีความรุนแรงมากขึ้น ไทยต้องให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ เพื่อให้เกิดความมั่นคง เพิ่มผลิตผลในเรื่องการจัดการและการใช้น้ำทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต เพิ่มระดับการฟื้นตัว และลดความเสียหายจากภัยพิบัติด้านน้ำ ที่ผ่านมารัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการบริหารจัดการน้ำมาโดยตลอด โดยจัดสรรงบประมาณจำนวนมากในการแก้ไขปัญหาและจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม ทั้งนี้ การสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต ได้ดำเนินการก่อสร้างแหล่งน้ำระบบกระจายน้ำใหม่ พัฒนาและฟื้นฟูแหล่งน้ำพื้นที่เกษตรน้ำฝน เพิ่มประสิทธิภาพแหล่งน้ำเดิม และพัฒนาแหล่งน้ำรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษ อุตสาหกรรมใหม่ ผลลัพธ์ที่ได้ประชาชนได้รับประโยชน์ 4.35 ล้านครัวเรือน มีพื้นที่รับประโยชน์ 3.15 ล้านไร่ และได้ปริมาณน้ำ 4,318 ล้าน ลบ.ม. ก
บิ๊กตู่ ขอเกษตรกรพื้นที่น้ำน้อย งดทำนาปรัง หลังรบ.ประกาศพื้นที่ภัยแล้ง 4 จังหวัด บิ๊กตู่ ขอเกษตรกรพื้นที่น้ำน้อย – เมื่อเวลา 13.15น. วันที่ 9 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ถึงสถานกาณ์ภัยแล้งว่า ครม.รับทราบการประกาศพื้นที่ภัยแล้งใน 2 ภาคคือภาคตะวันออกเฉียงเหรือและภาคตะวันออก รวม 4 จังหวัด ได้ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ ตราด ชลบุรี สิ่งที่ตนเป็นกังวลในตอนนี้คือปัญหาเรื่องน้ำ โดยเฉพาะปรากฎการณ์เอลนีโญ ฤดูฝนสั้นลง ฝนตกน้อยลง ซึ่งต้องรอกรมอุตุนิยมวิทยาประเมินสภาพอากาศในฤดูฝนหน้า ตรงนี้เราต้องเตรียมการถ้าไม่เตรียมการเราก็ลำบาก อันแรกคือเรื่องของน้ำอุปโภค บริโภค มีปัญหาน้ำประปาไม่เพียงพอ ตนให้ขุดบ่อบาดาลเพิ่มเติม หรือให้มีการขนย้ายให้บริการประชาชนหลายพื้นที่ โดยที่ผ่านมาเราทำมาเยอะแล้ว แต่ยังไม่พอ ต้องทำให้ดีขึ้น ต้องทำระบบการบริหารจัดการน้ำให้ดีขึ้นกว่าเดิมนอกจากนี้ เรื่องน้ำเพื่อการเกษตรปัญหาเยอะ เพราะมีทั้งน้ำในพื้นที่ชลประทานหลาย 10 เขื่อนมีปริมาณน้ำน้อยลง ขณะเดียวกันภาคเกษตรยังไม
อาหารสด-ผักสดราคาพุ่งกระฉูด ดันเงินเฟ้อมี.ค.ขยายตัว 1.24% ชี้ภัยแล้งปีนี้มีแนวโน้มรุนแรงต้องติดตามใกล้ชิด คาดทั้งปีคงเงินเฟ้อเฉลี่ย 1.2% อาหารสด-ผักแพงดันเงินเฟ้อพุ่ง – น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรืออัตราเงินเฟ้อเดือนมี.ค. 2562 ว่า ยังคงขยายตัวสูงขึ้นเป็นเดือนที่ 3 ที่ 1.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเดือนมี.ค. 2562 สูงขึ้นมาจากกลุ่มอาหารสด ผักสด ที่ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ส่งผลให้มีสินค้าเกษตรได้รับความเสียหายและออกสู่ตลาดน้อย จึงดึงให้ราคาดัชนีผู้บริโภคเพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาสินค้ากลุ่มพลังงานกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 เดือน สูงขึ้น 2.07% ตามราคาพลังงานโลก รวมไตรมาสแรกของปี 2562 เงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 0.74% ชะลอตัวเล็กน้อยจาก 0.80% ในไตรมาส ก่อนหน้า โดยปัจจัยสำคัญของการขยายตัวของเงินเฟ้อในไตรมาสนี้ มาจากการสูงขึ้นของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสด ข้าวสารเจ้า เนื้อสุกร ปลาและสัตว์น้ำ ไข่ไก่ ผักสด รวมทั้งกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหาร
“ขอนแก่น” เจอปัญหาภัยแล้ง-โรคระบาด ทำ “มะนาว” ราคาพุ่งลูกละ 5 บาท ที่ตลาดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ผักชนิดต่างๆ เริ่มมีการปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น หลังสภาพอากาศที่แล้งและร้อนจัด ประกอบกับมีน้ำในการใช้เพาะปลูกน้อยลง ส่งผลกระทบต่อสินค้าทางการเกษตร มีการเจริญเติบโตช้า ได้ไม่ผลผลิตเท่าที่ควร บางส่วนได้รับความเสียหายลำต้นแห้งตายจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเฉพาะมะนาวซึ่งเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ช่วงนี้จึงให้ผลิตออกสู่ตลาดน้อยลง ทำให้มีราคาที่สูงขึ้น จาดเดิมเคยขายอยู่ที่ราคาลูกละ 1-2 บาท ปรับราคาขึ้น ลูกละ 4-5 บาท เช่นเดียวกับผักอีกหลายชนิด ที่พาเหรดปรับขึ้นราคากันเป็นจำนวนมาก นางวงเดือน พรมวิเชียร แม่ค้าขายผักสดในตลาดบางลำภู กล่าวว่า ตนได้ไปซื้อมะนาวจากตลาดศรีเมืองทอง ซึ่งเป็นตลาดค้าสดประเภทผัก ในช่วงสัปดาห์นี้ราคามะนาวเริ่มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 100-200 บาทต่อกระสอบ ซึ่งแต่ละปีราคามะนาวก็จะแตกต่างกันออกไป ตามเกรดและขนาดของลูกมะนาว รวมไปถึงขึ้นอยู่ตามฤดูกาล ซึ่งถ้าเป็นมะนาวในช่วงฤดูแล้ง ก็จะมีราคาสูงกว่าฤดูอื่นๆ เนื่องจากมะนาวเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก ผลผลิตของมะนาวในช
สทนช.ชี้พื้นที่นอกเขตชลประทาน 11 จังหวัด 1.5 แสนไร่ เสี่ยงขาดน้ำ เตือนเกษตรกรงดปลูกพืช นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่า สถานภาพอากาศ พบปรากฎการณ์เอลนิโญ กำลังอ่อน จะยังคงต่อเนื่องไปจนถึงเดือน เม.ย.62 และเข้าสู่สภาวะเป็นกลาง ซึ่งประเมินสภาพอากาศใกล้เคียงปี 2550 ซึ่ง สทนช. ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตาม วิเคราะห์สภาพอากาศ และฝน เพื่อเตรียมความพร้อมมาตรการป้องกันต่างๆ ตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ฤดูร้อน โดยชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำในช่วงต้นฤดูแล้ง พร้อมจัดทำข้อมูลปริมาณน้ำต้นทุนในบริเวณพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ แบ่งเป็น การอุปโภค บริโภค ในเขตพื้นที่ให้บริการของการประปา โดยในส่วนการประปานครหลวงมีปริมาณน้ำเพียงพอตลอด ปี’62 ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ต้องหาแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มเพื่อสำรองในฤดูแล้ง เพื่อเตรียมมาตรการรองรับ โดยอาจจะมีการขุดน้ำ การต่อท่อลำเลียงน้ำ เป็นต้น ส่วนภาคการเกษตร พื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร นอกเขตชลประทาน จำนวน 11 จังหวัด 26 อำเภอ 71 ตำบล พื้นที่รวม 151,552 ไร่ ได้แก่ ภาคเหนือ 5 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ กำแพง
