มนุษย์เงินเดือน
อุทาหรณ์ “มนุษย์เงินเดือน” ใช้ชีวิตวันหยุดอย่างไร ไม่ให้โดนไล่ออก จากกรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปเหตุการณ์รถเก๋งซีวิคชนกับรถกระบะ จนหนุ่มนักเรียนนอกหัวร้อน แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ใส่อารมณ์เกรี้ยวกราด พูดดูหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ และคนไทย รวมทั้งพูดในทำนองเหยียดหยามคนขับรถกระบะว่า ตนนั้นอายุแค่ 24 ปี แต่มีเงินเก็บในบัญชีเงินฝากออมสิน 1 ล้านบาท ขับรถป้ายแดง เป็นลูกเศรษฐีอยู่บ้านแลนด์แอนด์เฮ้าส์ โดยไม่ฟังแฟนสาวห้ามปราม จนเป็นเหตุให้บริษัทประกาศไล่ออกกะทันหัน โดยผู้เป็นพ่อของหนุ่มคนดังกล่าว ได้แสดงความเห็นว่า เรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับลูกชายของตนเอง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ สอบถามไปแผนกบุคคล บริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง อธิบายถึงกรณีหนุ่มหัวร้อนถูกบริษัทต้นสังกัดไล่ออกทันทีนั้นว่า ทุกๆ บริษัทจะมีกฎระเบียบข้อหนึ่งระบุไว้ว่า พนักงานต้องประพฤติตนเป็นพลเมืองที่ดี อยู่ในระเบียบและกฎเกณฑ์ของสังคม ไม่ประพฤติตนเป็นคนเสเพล เป็นคนอันธพาล กระทำหรือร่วมการกระทำใดๆ อันผิดกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชน รวมถึงการกระทำนั้นต้องไม่กระทบต่อชื่อเสียงของบริษัท อย่างในกรณีของหนุ่มแว่นหัวร้อน ถือว่า
บริษัทติดตามหนี้ เผย “มนุษย์เงินเดือน” ไม่มีอาชีพเสริม ค้างชำระ มากที่สุด!! จากการเสวนาเปิดมุมมอง “เล่าความเสี่ยงหนี้นอกระบบ” จัดโดย “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อไม่กี่วันก่อน คุณชุติเดช ชยุติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส – คอร์ปอเรท ไฟแนนซ์ “เคทีซี” กล่าวตอนหนึ่งว่า “หนี้นอกระบบ” เกิดขึ้นจากการที่บุคคลขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน จึงมีความจำเป็นต้องหันไปพึ่งพาเจ้าหนี้บุคคลนอกระบบ ซึ่งคิดดอกเบี้ยสูงเป็นรายวันหรือรายเดือน นอกจากนี้ หากลูกหนี้ไม่มีเงินชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็อาจใช้วิธีการตามทวงที่รุนแรง ซึ่งต่างจาก “หนี้ในระบบ” ที่เกิดจากการปล่อยสินเชื่อของผู้ประกอบการหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรมและตรวจสอบได้ ภายใต้กรอบการกำกับที่ชัดเจนขององค์กรกลาง และยังมีสิทธิพิเศษที่ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้ขอสินเชื่อ” “ภาครัฐเอง ตระหนักถึงความรุนแรงและความเสี่ยงของปัญหาหนี้นอกระบบ จึงได้หามาตรการดึงลูกหนี้นอกระบบให้เข้ามาอยู่ในระบบถูกต้อง โดยได้ออกสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ หรือ “นาโนไฟแนนซ์” (Nano Finance) เพื่อให้บุคคลธรรมดาที่มีรา
ผลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจของไทย พบว่า คนจนนิยมเล่นหวย ส่วนคนรวยชอบออมเงิน – BBCไทย นอกจากวันสิ้นเดือนที่มนุษย์เงินเดือนหลายคนรอคอยแล้ว ยังมีวันสำคัญอีกสองวันที่มีผู้คนมากมายในประเทศไทยรอคอยนั่นคือทุก ๆ วันที่ 1 และ 16 ของเดือน เพราะนั่นคือวันที่นักเสี่ยงโชคหลายคนมาคอยลุ้นกันว่าพวกเขาจะโชคดีจากการซื้อหวยหรือไม่ ทุกคนคาดหวังว่าเงินที่ได้มาจะช่วยเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาให้สบายขึ้น และช่วยปลดหนี้ที่มีอยู่มากมาย การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง และการเล่นหวยก็เป็นตัวการที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนมีหนี้สิ้นขึ้นมากมายโดยเฉพาะนักเสี่ยงโชคที่เลือกที่จะซื้อหวยแบบใต้ดินมากกว่าสลากกินแบบรัฐบาลแบบถูกกฎหมาย โดยรายงานสถิติกล่าสุดโดย ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ หรืออีไอซี ของธนาคารไทยพาณิชย์ ได้รายงานเรื่องพฤติกรรมการเสี่ยงโชคของคนไทยและพบว่าครัวเรือนรายได้น้อยใช้จ่ายเงินเพื่อ “เล่นหวย” ในสัดส่วนที่สูงกว่าครัวเรือนรายได้สูง และมีเพียง 12 % เท่านั้นที่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลและมีรายได้จากการถูกรางวัล ขณะเดียวกันศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้เปิดเผยยอดคงค้างเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือน หรือ “หนี้ครัวเรือนไทย” ว่ามีการขยับสูงขึ้นม
เบื่ออาชีพมนุษย์เงินเดือน กลับบ้านเกิดทำสวนเกษตรผสมผสานก็รวยได้ เรื่องจริงจากประสบการณ์ตรงของ คุณชาตรี รักธรรม และคุณสุดาวรรณ สิรวณิชย์ สองสามีภรรยาอดีตมนุษย์เงินเดือน ฝ่ายชายเคยเป็นเจ้าหน้าที่เกษตร ฝ่ายหญิงเป็นพนักงานธนาคาร เมื่อ 6-7 ปีที่แล้วทั้งคู่ได้ลาออกจากงานประจำมา มาทำสวนเกษตรผสมผสานเพื่อเลี้ยงชีพบนที่ดินมรดกเนื้อที่ 30 ไร่ ก่อนหน้านี้ คุณสุดาวรรณ เคยให้ชาวบ้านเช่าพื้นที่ดังกล่าวทำปลูกพืชไร่ ทำให้ดินแห้งแล้งเสื่อมสภาพไม่สามารถปลูกต้นไม้ได้ ประกอบกับที่ดินผืนนี้ไม่มีแหล่งน้ำชลประทาน คุณชาตรีที่เรียนจบด้านเกษตรมาโดยตรง จึงตัดสินใจนำกล้วยน้ำว้ากาบขาวสุพรรณบุรีมาปลูกบนพื้นที่ 30 ไร่ เพื่อปรับปรุงดิน เพราะกล้วยปลูกง่าย และมีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถเก็บน้ำไว้ได้ดี ภายในสวนแห่งนี้ คุณชาตรีจะไม่ตัดหญ้า จะปล่อยต้นหญ้าขึ้นปกคลุมดินเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในดิน พอถึงช่วงฤดูแล้ง ต้นหญ้าตายก็กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ตามธรรมชาติ ปรากฏว่า การบริหารจัดการในพื้นที่อย่างเหมาะสม ได้ผลลัพธ์ที่ดี สามารถฟื้นฟูสภาพดินให้ดีขึ้น คุณชาตรีได้แบ่งพื้นที่ปลูกต้นไม้เป็นส่วนๆ คือ ปลูกพืชรายวัน ปลูกพืชรายเดือน ปลูกพื
เลือกตั้งแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้นไหม!?! 2562 “มนุษย์เงินเดือน” ทำมาหากินอะไรดี ………. เดินทางไปไหนก็มีแต่คนถามว่า…เลือกตั้งแล้วเศรษฐกิจจะดีขึ้นไหม? ซึ่งผมก็ให้คำตอบแบบชัดๆ ไม่ได้ว่าจะดีขึ้นหรือไม่ เพราะไม่ทราบจริงๆ แต่กระนั้น ผมก็นำคำถามเดียวกันนี้ไปถามนักธุรกิจบางคนที่พอจะรู้จัก หรือสนิทสนมกันบ้าง เขาก็ตอบกลับมาว่า…ไม่น่าจะดีขึ้นมาก เพราะขนาดยังไม่เลือกตั้ง ยังซัดกันขนาดนี้ และระหว่างช่วงหาเสียงเลือกตั้งล่ะจะซัดกันขนาดไหน ไม่นับถึงตอนระหว่างจัดตั้งรัฐบาล อีกว่าคงจะมีอะไรชุลมุนอีกเยอะ นักธุรกิจคนนั้นย้ำหนักแน่นกับผมว่า…เห็นทีคงจะวุ่นต่อไม่เลิก เพราะฉะนั้น ทางที่ดีเราต้องเตรียมทางหนีทีไล่เอาไว้บ้าง ใครพอจะมีเงินสดอยู่ ก็ต้องบริหารจัดการให้เป็น อย่าไปลงทุนอะไรเยอะ ค่อยๆ ดูค่อยๆ คิด และค่อยๆ วางแผนว่ารัฐบาลใหม่เขาจะนำพาประเทศชาติไปทางไหน ซึ่งผมฟังแล้วเห็นด้วยทุกประการ เพราะอย่างที่ทุกคนทราบดี ตอนนี้ปัญหาเรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญมาก ไปไหนก็มีแต่คนขาย แต่แทบหาคนซื้อไม่ได้เลย และคนที่ขายของอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในออฟไลน์และออนไลน์ ต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า̷
สองสามี – ภรรยา ที่ชอบค้าขายและความท้าทาย เงินเดือนรวมกันเฉียดแสน ตัดสินใจโบกมือลาชีวิตมนุษย์เงินเดือนในเมืองกรุง ออกเดินทางตามความฝัน ด้วยการปักหมุดสร้างสวนไผ่แห่งความสุข 9 ไร่ ที่จังหวัดอุดรธานี เก็บหน่อไม้ขายวันละ 30 กิโลกรัม ขายกิ่งพันธุ์ร่วมด้วย รายได้เดือนละ 75,000 บาท ชีวิตแฮปปี้ ได้อยู่กับลูกชาย 2 คน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ แถมได้กินหลากเมนูอร่อยๆ ทำจากหน่อไม้ตลอดทั้งปี คุณเพ็ญศิริ ลลิตวิภาส หรือคุณโบว์ ภรรยาคุณสมเจตน์ หรือคุณสิงห์ สองสามีภรรยาเจ้าของสวนไผ่ ณ บ้านทุ่ง ที่จังหวัดอุดรธานี เล่าว่า ฝ่ายสามีเคยทำงานด้านคอมพิวเตอร์ 14 ปี รับหน้าที่เป็นอาจารย์สอนระบบเซิร์ฟเวอร์ ณ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เงินเดือนราว 60,000 บาท ส่วนตัวเองจบบัญชี จากโรงเรียนเทคนิคกรุงเทพพณิชยการ ทำธุรกิจส่วนตัว ขายงานศิลปะตุ๊กตาปูนปลาสเตอร์ระบายสี และกระเป๋าผ้าลดโลกร้อน รวมรายได้ 2 คนต่อเดือนก็เกือบ 1แสนบาท อย่างไรก็ตามแม้รายได้จะดี แต่ภรรยาในวัย 37 ปี บอกว่า ไม่ได้ชื่นชอบวิถีชีวิตในกรุงเทพฯ ตรงกันข้ามวางแผนบั้นปลายชีวิตไว้ว่า อยากมีครอบครัวที่อบอุ่น อยากเลี้ยงลูกเอง และที่สำคัญอยากประกอบอาชีพอิสระ นี่คือแรงบ
