มันสำปะหลัง
รัฐออกมาตรการ แก้ไขปัญหารายได้เกษตรกร คาด ปีหน้าปีทอง มันสำปะหลัง-ยางพารา เมื่อวันที่ 28 กันยายน คุณรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ปัญหารายได้เกษตรกรของรัฐบาลว่าที่ผ่านมาได้มีการออกมาตรการมาดูแลอย่างต่อเนื่อง ดังเห็นได้จากการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวและปาล์มที่ได้รับการอนุมัติจากครม.ไปแล้ว ยังจะมีการพิจารณามาตรการประกันรายได้ชาวสวนยางเป็นลำดับต่อไป และเมื่ออังคารที่ผ่านมา ครม.ได้เห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรเสนอใน 2 เรื่องคือ 1. การแก้ไขพ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. 2542 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการบรรเทาภาระหนี้เกษตรกรทั้งระบบ การปรับแก้จะเป็นการให้อำนาจกองทุนฟื้นฟูฯ สามารถรับภาระชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของเกษตรกรที่มีบุคคลค้ำประกันได้ด้วย จากเดิมที่ให้เฉพาะที่มีทรัพย์สินค้ำประกัน 2. การขยายระยะเวลาแก้ไขปัญหาหนี้สินเกษตรกรตามโครงการปรับโครงสร้างและระบบการผลิตการเกษตร และโครงการแผนฟื้นการเกษตรออกไปอีก 5 ปี ซึ่งจะเป็นการต่อลมหายใจให้แก่เกษตรกร 3.4 หมื่นราย มากไปกว่านั้นครม.ยังได้เห็นชอบให้กระทรวงการคลังเบิกงบกลาง ปี 2562 จำนวน 10,000 ล้านบาทให้กับธน
ชงของบกลาง 286 ล้าน อุ้มเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบด่าง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) ครั้งที่ 3/2562 ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในการของบประมาณกลางเพื่อชดเชยให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังที่ได้รับผลกระทบจากโรคใบด่าง ประมาณ 286 ล้านบาท โดยคาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มโครงการระหว่าง 1 ต.ค. 2562 ถึง 30 ก.ย. 2563 นี้ ปัจจุบัน ปัญหาโรคใบด่างในมันสำปะหลัง มีการระบาดไปแล้ว 11 จังหวัด หรือประมาณ 45,400 ไร่ ผลผลิตต่อไร่ปัจจุบัน 3.6 ตัน อย่างไรก็ดี สำหรับงบประมาณที่ขอมาชดเชยนั้นแบ่งเป็น ค่าจ้างเหมาในการทำลายมันสำปะหลังในพื้นที่ที่ติดโรคใบด่างไร่ละ 3,000 บาท วงเงิน 136 ล้านบาท และอีก 136 ล้านบาท เป็นวงเงินสำหรับจ่ายชดเชยให้กับเกษตรกรไร่ละ 3,000 บาท และอีก 14 ล้านบาท เป็นค่าบริหารจัดการ สำหรับเงื่อนไขผู้เข้าร่วมโครงการนั้น ต้องแจ้งการพบโรคใบด่างตั้งแต่ 1 ต.ค. 2562-30 มิ.ย. 2563 และแปลงมันที่ปลูก ต้องขึ้นทะเบียนปลูกมันสำปะหลังปลูกตั้งแต่ 1 เ
เกษตรกรกลุ่มอ้อย ยางพารา มันสำปะหลัง ร้อง รมต.เกษตร เร่งช่วยเหลือ เกษตรกรกลุ่มอ้อย ยางพารา มันสำปะหลัง ประสบปัญหาหนัก ราคาตกต่ำต่อเนื่อง ภัยแล้ง ต้นทุนการผลิตพุ่ง แถมซ้ำเติมด้วยมาตรการจำกัดการใช้ 3 สารเคมีกำจัดศัตรูพืช วอนขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หันมาช่วยเหลือเกษตรกร นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายยางและสถาบันเกษตรกรยางพาราแห่งประเทศไทย (สยยท.) เปิดเผยว่า ปัญหาของราคายางตกต่ำเกิดขึ้นจากตลาดการซื้อขายยางล่วงหน้าจากประเทศจีน เกิดการบิดเบือนในราคาต้นทุนที่แท้จริง จึงอยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ไขปัญหาในระยะยาวมากกว่าการจัดการในระยะสั้น ด้วยนโยบายประชานิยม อาทิ การประกันราคายาง แต่อยากให้สานต่อแนวคิดของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการส่งเสริมให้แต่ละกระทรวงนำ ยางพารา ไปใช้ในการดำเนินงานต่าง ๆ รวมทั้งนำ พระราชบัญญัติควบคุมยางและพระราชบัญญัติของกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2542 เข้ามาบังคับใช้อย่างจริงจัง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือเกษตรกร และควบคุมการส่งออกได้อย่างแท้จริง นอกจากนี้ ภาครัฐ ควรเปลี่ยนแนวคิดใหม่ โดยส่งเสริมให้เกษตรกรพึ่งพาตนเอง
นับเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ หลังคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้เปิดตัววอฟเฟิลกรอบ และมันอบกรอบแปรรูปจากมันสำปะหลัง ผลงานวิจัยจากโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 โดย รศ.ดร.อนุวัฒน์ แจ้งชัด คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมไทยว่า ปัจจุบันมีจำนวนบริษัทอาหารที่จดทะเบียน 8,000 บริษัท 1,800 รายเป็นกลุ่มเครื่องดื่ม สร้างมูลค่าการส่งออกและรายได้ให้กับประเทศปีละ 102,000 ล้านบาท ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมอาหารมีความสำคัญต่อประเทศอย่างยิ่ง ซึ่งโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างในการพัฒนาอุตสาหกรรม ใช้มันสำปะหลังซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีจำนวนมากในประเทศไทยเป็นตัวขับเคลื่อนด้วยศักยภาพของคณะอุตสาหกรรมเกษตรช่วยต่อยอด พัฒนาตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ด้าน รศ.ดร.ปรารถนา ปรารถนาดี หัวหน้าโครงการแปรรูปมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ประจำปีงบประมาณ 2561 เปิดเผยว่า โครงการนี้ทำต่อเนื่องจากปี
นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในงานจัดการประชุมมันสำปะหลังนานาชาติ (World Tapioca Conference 2018) ในวันที่ 27 มิ.ย. นี้ ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ จะมีการหารือระหว่างไทยกับกัมพูชา ลาว เวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศผู้ค้ามันสำปะหลังรายใหญ่ของโลกและมีส่วนแบ่งในตลาดโลกรวมกว่า 80% เพื่อร่วมมือในการรักษาเสถียรภาพและพยุงราคามันโลก ป้องกันปัญหาการตัดราคากันเองและถูกกดราคาจากประเทศนำเข้า พร้อมกับหารือจีน ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ของโลกที่มีส่วนแบ่งนำเข้า 70-80% ของปริมาณผลผลิตมันสดจากประเทศผู้ส่งออก 278 ล้านตัน และมีส่งออกทั่วโลก 43.7 ล้านตัน ในปี 2560 สำหรับแนวโน้มราคามันโลกยังสูงต่อเนื่อง จากความต้องการในตลาดโลกมีต่อเนื่อง ทำให้ราคาส่งออกมันเส้น อยู่ที่ตันละ 252 เหรียญสหรัฐ เพิ่มจาก 170 เหรียญสหรัฐ ในปี 2560 และแป้งมันตันละ ราคา 540 เหรียญสหรัฐ จาก 360 เหรียญสหรัฐ จึงทำให้การส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังของไทย 4 เดือนแรกปีนี้ ที่มีปริมาณ 3.6 ล้านตัน ลดลงจากปีก่อน 8% แต่มูลค่าได้ 1,178 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 26% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนราคามันสดในประเทศอยู่ที่กก.ละ 2.9
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว. พาณิชย์ กล่าวภายหลังการเข้าพบของเกษตรกรกลุ่มข้าวโพด และมันสำปะหลัง ว่า กลุ่มเกษตรกรเข้าพบเพื่อรายงานสถานการณ์ราคา และผลผลิตสินค้าเกษตรพืชไร่ โดยต่างพึงพอใจกับราคา และนโยบายการดูแลของรัฐบาล ที่ทำให้ราคาสินค้าเกษตรดังกล่าวดีขึ้น เศรษฐกิจฐานราก และเกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น โดยราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ในปัจจุบันปรับขึ้นมาอยู่ที่ กิโลกรัม (ก.ก.) ละ 9.50-9.60 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงมาก ส่วนหัวมันสำปะหลังสด เชื้อแป้ง 25% ราคาขึ้นมาอยู่ที่ก.ก.ละ 2.40-2.50 บาท แต่ทั้งนี้ ตนขอให้เกษตรกร เร่งเพิ่มผลผลิตต่อไร่ และลดต้นทุนการผลิตด้วย เพราะนโยบายการช่วยเหลือจากรัฐนั้น เป็นเพียงการเข้ามาช่วยบรรเทา ไม่ได้ยั่งยืนตลอดไป ดังนั้นหากเกษตรกรสามารถทำได้ ก็จะช่วยให้ราคาสินค้าเกษตรมีเสถียรภาพมากขึ้น และมั่นใจว่าปีนี้แนวโน้มราคาจะยังคงดีต่อเนื่อง และไม่เกิดปัญหาภัยแล้งขึ้น เพราะสภาพอากาศดี น่าจะทำให้ผลผลิตแอกมาก ซึ่งอาจจะส่งผลต่อราคาสินค้าเกษตรให้ไม่สูงมากนัก แต่จะดูแลไม่ให้ราคาตกต่ำ และอยากให้เกษตรกรเร่งเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร และพัฒนาสินค้าตัวเองด้วย นอกจากนี้ นานสนธิรัตน์ยังกล่าวถ
สุดทึ่งเกษตรกรปลูกมันสำปะหลังในจังหวัดอุบลราชธานี 9 ราย ได้ใบรับรองส่งสินค้าไปขายในอเมริกาและกลุ่มอียู หลังร่วมกับกรมวิชาการเกษตร และบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด ผลิตมันสำปะหลังออร์แกนิกได้เป็นผลสำเร็จเป็นแห่งแรกของประเทศและของโลก ปัจจุบันผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในและต่างประเทศ เร่งสร้างเครือข่ายขยายพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังออร์แกนิกให้ได้ 20,000 ไร่ในเร็วนี้ ที่ไร่มันสำปะหลังอินทรีย์ต้นแบบบ้านหนองแปน ตำบลนาดี อำเภอนาเยีย จังหวัดอุบลราชธานี ของ คุณชุมพล เวชสิทธิ์ ข้าราชการบำนาญ ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ร่วมกับกลุ่มบริษัท อุบลไบโอเอทานอล จำกัด มอบใบรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ไทย (ORGANIC THAILAND / USDA / EU ORGANIC) ให้กับเกษตรกรรุ่นที่ 1 ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจำนวน 9 ราย มีพื้นที่เพาะปลูกรวมกันกว่า 30 ไร่ ดร.สุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร มอบใบรับรองให้เกษตรกร หลังจากนั้น มีการเสวนาเส้นทางความสำเร็จการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ ให้ความรู้กับเกษตรกรรุ่นที่ 2 จำนวน 34 ราย พื้นที่เพาะปลูกอีก 150 ไร่ และเกษตรกรรุ่นที่ 3 ที่ทยอยสมัครเข้าร่วมโครงการในฤดูกา
กรมวิชาการเกษตรหนุนชาวไร่เมืองดอกบัวขยายพื้นที่ปลูก “มันสำปะหลังอินทรีย์” ดึงโรงงานแป้งมันร่วม แจมรองรับผลผลิต ชี้ความต้องการหัวมันอินทรีย์สดปีละกว่า 80,000 ตัน มุ่งเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกร พร้อมขยายช่องทางทำเงินเพิ่มรายได้ นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า จากการที่กรมวิชาการเกษตรได้มอบหมายให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 4 (สวพ.4) จังหวัดอุบลราชธานี ร่วมกับสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี สถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และโรงงานแป้งมันอุบลเกษตรพลังงาน ในเครือกลุ่มบริษัทอุบลไบโอเอทานอล ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาการผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์นำร่องในพื้นที่ 3 อำเภอ ของจังหวัดอุบลราชธานี ได้แก่ อำเภอนาเยีย พิบูลมังสาหาร และวารินชำราบ โดยมุ่งผลักดันให้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปรับเปลี่ยนการผลิตเข้าสู่ระบบอินทรีย์ เพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตมันสำปะหลังอินทรีย์ หรือออร์แกนิก (Organics) ป้อนเข้าสู่โรงงานแป้งมันที่มีความต้องการหัวมันอินทรีย์สด ปีละกว่า 80,000 ตัน ซึ่งสามารถแปรรูปเป็นแป้งมันได้ ประมาณ 20,000 ตัน ขณะนี้แปลงเกษตรกรต้นแบบผลิ
เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ปราจีนบุรี รายงานว่าจากการสำรวจนานาทรรศนะของเกษตรกรพบว่าเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังมีเฮ ปีนี้ราคาหัวมันสดราคาสูง เกษตรกรต่างเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิต-เร่งปลูกรอบใหม่อีก หวั่นราคาตก แต่ละพื้นที่เร่งไถมันยกใหญ่ ปีนี้พอยิ้มได้ โดยลงพื้นที่ตรวจสอบลานมัน ป.รุ่งเรือง พบเกษตรกรชาวไร่มันนำหัวมันสำปะหลังสดมาขายและปลูกใหม่ นายเรืองฤทธิ คมคายอายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่97/1หมู่ 3 ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ปีนี้ราคามันราคาค่อนข้างสูง ไม่เหมือน2-3 ปีที่ผ่านมา ราคาไม่ถึงบาท ปีนี้ราคามันสำปะหลังสูงขึ้นเล็กน้อย ก.ก.ละ 2 บาทกว่า ส่งผลให้เกษตรกรพอลืมตาอ้าปากได้ ตนปลูกมัน 200 กว่าไร่ ตอนนี้เร่งไถเก็บผลผลิตแล้ว 40 ไร่ เพื่อแข่งขันกับคนอื่น และจังหวัดอื่นๆ เช่นเดียวกันและจะต้องเร่งรีบปลูกมันสำปะ ต่ออีกรอบในฤดูกาลหน้าบ้างแล้ว เกษตรกรชาวสวนปาล์ม ในพื้นที่พบว่าราคาตกต่ำสุดๆ พอๆ กับสวนยางพารา พบนายสถิตย์ นาจำปา อายุ 50 ปี เลขที่ 166 หมู่ 16 ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า ปีนี้ราคาปาล์มตกต่ำเหลือแค่กิโลกรัมละ 3.50 บาท และมีแนวโน้มว่าราคาจ
ทางเดินชีวิต…สู่แนวคิดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง คุณจันทร์ นาชัยดุลย์ 117 หมู่ที่ 7 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม 44130 โทรศัพท์ (086) 237-2683, (082) 836-8780 มีอาชีพทำไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูงเพราะใช้สารเคมี พร้อมทั้งได้ประกอบอาชีพเสริมเป็นช่างไม้ โดยรับเหมาก่อสร้างในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง เป็นผู้รับเหมาซึ่งต้องรับผิดชอบและดูแลลูกน้องทุกคน ทำให้ไม่มีเงินเหลือเก็บเพราะกำไรเล็กน้อย เงินที่ได้ก็ต้องนำมาลงทุนและเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือนทำให้ต้องกู้เงินและมีหนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คุณจันทร์ได้รับชมข่าวสารจากโทรทัศน์ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมทั้งเข้ารับการอบรมกับทางอำเภอในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำให้เกิดแนวคิดการดำเนินชีวิตตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงคือ ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก เงินที่หาได้มาก็ใช้แต่ในสิ่งจำเป็น และเหลือเก็บเป็นเงินออม ทำให้ไม่ต้องดิ้นรนเพื่อการอยู่รอดเพราะอยู่บ้านก็มีข้าวกิน ปัจจุบันไม่มีหนี้สิน มีเงินออม มีความสุขอยู่กับครอบครัว และได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ครูเกษตรชุมชนเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ตามแนวทางปรัชญาขอ
