ยาเสพติด
กัญชา – ทุกฝ่ายเห็นพ้อง ปลดล็อกกัญชาเพื่อการแพทย์ สนช.เดินหน้า คาดปี 2562 แล้วเสร็จ แพทย์-เภสัช การันตี ผลข้างเคียงน้อยกว่ายาเคมี ลดเหลื่อมล้ำทุกคนเข้าถึง กัญชา – เมื่อวันเวลา 09.30 น. วันที่ 30 ต.ค. ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดสัมมนา “สนช.ปลดล็อกกัญชาเป็นยารักษาโรค” โดยมี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. นายสมชาย แสวงการ เลขานุการวิปสนช. และผู้ริเริ่มเสนอแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ตามมาตรา 133 ของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยมีสาระสำคัญ ปลดล็อกกัญชาเพื่อใช้ทางการแพทย์ พร้อมมาตรการควบคุม มีสนช.ลงชื่อสนับสนุน 44 คน และ น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ ประธานกมธ.การสาธารณสุข โดยมีสมาชิกสนช. ตัวแทนจากส่วนราชการ เครือข่ายผู้ใช้กัญชาแห่งประเทศไทย ตลอดจนนักกฎหมาย ร่วมสัมมนา นายพรเพชร เผยว่า กัญชาเป็นยาเสพติดประเภท 5 เป็นอุปสรรคต่อการค้นคว้าวิจัย ซึ่งสามารถใช้ทางการแพทย์ได้ สนช.เห็นว่า ถ้าแก้กฎหมายกัญชาสามารถทำได้ แต่ต้องใช้เวลา ต้องฟังความเห็นประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบ “ถ้าเสนอร่างกฎหมายวาระแรก รับหลักการได้ในเด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่ผ่านมาเกิดกระแสข่าวคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถอดกัญชาออกจากบัญชียาเสพติดประเภท 5 มาเป็นยาสมุนไพรเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัยรักษาโรคมะเร็ง ประกอบกับมีการเผยแพร่ประกาศของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งประกาศไปตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการควบคุมกัญชา แต่เนื้อหาเป็นเรื่องการควบคุมกัญชง ซึ่งเป็นชนิดย่อยของกัญชา โดยกัญชงมีการนำไปใช้ประโยชน์ในเรื่องอุตสาหกรรมสิ่งทอ ส่วนประเทศไทยมีการศึกษาวิจัยเพื่อนำมาใช้เครื่องนุ่งห่ม เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยได้ออกประกาศเรื่อง ระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 12) กำหนดเพิ่มเติมเงื่อนไขของกัญชา ให้ยกเว้นเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากเปลือกแห้ง ฯลฯ เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 โดยการปลูกพืชกัญชง รวมทั้งการผลิต การจำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการควบคุมยาเสพติดให้โทษเป็นรายๆ ปรากฏว่ากลับมีการสื่อสารและเข้าใจผิดว่ามีการปรับเปลี
