ร้านสะดวกซัก
GQ ร่วมกับ Otteri เเละ SC Grand ส่งต่อเสื้อยืดแห่งความยั่งยืนผ่าน มูลนิธิกระจกเงา ถึงมือผู้รับเป็นที่เรียบร้อย เสื้อยืดแห่งอนาคตจากความร่วมมือระหว่าง GQ Apparel ผู้นำนวัตกรรมเครื่องแต่งกาย, Otteri ร้านสะดวกซัก และ SC Grand แบรนด์ผู้ผลิตสิ่งทอรีไซเคิลชั้นนำ ที่ได้นำเอาส่วนหนึ่งของเสื้อผ้าจากโครงการ Wash & Share “ซักเพื่อให้” ครั้งที่ 2 มาคัดแยกและปั่นจนกลายเป็นเส้นด้ายใหม่ ก่อนจะถักทอให้กลายเป็นผ้าผืนใหม่ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล 100% และนำมาตัดเย็บเป็นเสื้อสุดพิเศษเพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เสื้อตัวนี้ผลิตจากสิ่งทอรีไซเคิล 100% ลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดการใช้น้ำได้มากกว่า 2,700 ลิตร มูลนิธิกระจกเงา ได้รับเสื้อยืดที่แบรนด์ GQ บรรจงดีไซน์เป็นพิเศษทั้งหมด 500 ตัวเเละได้ส่งต่อให้กับผู้ด้อยโอกาสที่ขาดแคลน ผู้อาศัยในถิ่นทุรกันดารและผู้ประสบภัยพิบัติต่างๆ ได้สวมใส่เป็นที่เรียบร้อย
อ๊อตเทริ-OR เหมือนเนื้อคู่ เป็นคนตัวใหญ่ ที่หยิบยื่นโอกาสให้คนอื่น คุณกวิน นิทัศนจารุกุล ผู้ก่อตั้ง Otteri wash and dry กล่าวในงานสัมมนา พลิกเกมไว โอกาสใหม่ SMEs ช่วง “SMEs Showcase Talk : ผู้ประกอบการ การบริหารธุรกิจในสถานการณ์วิกฤต” ว่า ปัจจุบันร้านสะดวกซัก Otteri wash and dry เปิดให้บริการ 750 สาขาทั่วประเทศ ในปีนี้ตั้งเป้าขยายสาขาด้วยเงินทุนตัวเอง 100-120 สาขา และยังเปิดรับนักลงทุนที่สนใจแฟรนไชส์ปีละ 250-380 สาขา คุณกวิน เผยว่า อุปสรรคของการทำธุรกิจร้านสะดวกซักที่เจอตั้งแต่ก้าวแรก คือความคิดและการทำงานบนอีโก้ตัวเอง เพราะคิดว่าธุรกิจนี้ง่ายและคิดว่าเข้าใจผู้บริโภคเป็นอย่างดี ไม่ได้วิเคราะห์ตลาด จึงทำให้สาขาแรกเจ๊งทันที หมดเงินไปหลักล้านบาท กระทั่งมีโอกาสได้เข้าเรียนที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ สอนวิธีการทำธุรกิจให้เป็นแฟรนไชส์ ทำให้คุณกวินเข้าใจธุรกิจมากขึ้น จึงได้เริ่มสร้างร้านสะดวกซัก Otteri wash and dry ขึ้นมา เปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ซึ่งแต่ละช่วงเวลาจะมีกลุ่มลูกค้าไม่เหมือนกัน อย่างโลเกชั่นมหาวิทยาลัย กลุ่มลูกค้าคือนิสิตนักศึกษา จะออกมาซักผ้าทั้งวัน ถ้าร้
ถอดความสำเร็จ “อ๊อตเทริ” ร้านสะดวกซักที่เคยเจ๊ง ก่อนเติบโตเกือบ 600 สาขา พูดถึงร้านสะดวกซัก ชั่วโมงนี้ต้องยกให้ Otteri wash and dry ของ คุณกวิน นิทัศนจารุกุล ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ที่ยืนหยัดสร้างความสะดวก 24 ชั่วโมง ดูแลความสะอาดเสื้อผ้าของลูกค้ามานานกว่า 5 ปี เปิดให้บริการแล้วเกือบ 600 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งจุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้มาจากการที่ชายหนุ่มเคยยึดอาชีพเป็นเซลส์ขายเครื่องนอน และเครื่องซักผ้ามาก่อนนั่นเอง จุดเริ่มต้น Otteri wash and dry คุณกวิน เล่าว่า เส้นทางธุรกิจขายเครื่องซักผ้าไม่ได้ราบรื่นเพราะถูกดิจิทัลดิสรัปต์ และอาลีบาบา ค้าปลีกยักษ์ใหญ่เข้ามาบุกตลาด เพื่อทางรอดจึงรีบเปลี่ยนแผนธุรกิจจาก B2B เป็น B2C คือการเปิดร้านสะดวกซักที่เห็นไอเดียมาจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ ชายหนุ่ม ได้ฉวยโอกาสเริ่มธุรกิจนี้ เป็นผู้เล่นรายแรกและเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ในเวลาเดียวกัน ทำให้การเปิดร้านสาขาแรก เจ๊งไม่เป็นท่า “ผมใช้อีโก้มากเกินไป คิดว่าลูกค้าต้องมาซักผ้าด้วยเครื่องหยอดเหรียญ แต่ไม่ใช่เลย แรงงานในนิคมอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นคนประหยัด ซักผ้าด้วยมือกันทั้งนั้น ทำให้เจ๊งทันที แต่ผมไม่ห
แฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก ยังไปได้อีกยาวๆ ใครคิดลงทุน ต้องคำนึง 2 ปัจจัยสำคัญ คุณอมร อำไพรุ่งเรือง ผู้ชำนาญการด้านแฟรนไชส์ ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า 2 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจร้านสะดวกซัก เติบโตมากกว่า 200 เปอร์เซ็นต์ แต่จำนวนร้านมีไม่มากแค่หลักพัน ซึ่งถือว่าน้อยมากแต่เมื่อเทียบกับร้านสะดวกซื้อ เยอะมากเลย ฉะนั้น จึงเชื่อว่า แฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก ยังไปได้อีกยาวๆ “ร้านสะดวกซัก มีการลงทุนตั้งแต่หลักหมื่นถึงแสนต้นๆ ไปจนถึงหลักล้าน ส่วนตัวมองว่าธุรกิจนี้ ในตลาดยังไม่มีใครโดดเด่น แต่ถ้าใครคิดจะทำเองโดยไม่ซื้อแฟรนไชส์ ก็ย่อมได้ เพราะหัวใจหลักของร้านสะดวกซัก มีอยู่ไม่กี่ประเด็น คือ สมรรถนะของเครื่องซักผ้า วิธีการ คุณภาพ และ บริการ ที่ปัจจุบันแต่ละแบรนด์ ยังไม่มีความแตกต่างกันมากนัก” คุณอมร บอก และว่า ในส่วนของการบริการ นับเป็นจุดที่ทำให้ ร้านสะดวกซัก มีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง ซึ่งแต่ละแบรนด์ ต่างพยายามทำออกมา เช่น นั่งรอผ้าซักแล้วมีกาแฟทาน มีหนังให้ดู มีที่พักผ่อนหย่อนใจ ฯลฯ ดังนั้น ใครที่อยากลงทุน แฟรนไชส์ร้านสะดวกซัก ต้องพิจารณาว่าแต่ละแบรนด์ มี “เซอร์วิสพลัส” อะไรบ้าง “อีกประเด็น ที
ร้านสะดวกซัก โตไม่หยุด จับตาปีหน้าเข้ายุคทองของไทย มีถึง 4,000 สาขา ความเฟื่องฟูของร้านสะดวกซัก ที่กระจายตัวอยู่ทุกพื้นที่ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อีกทั้งมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนสาขาขึ้นเรื่อยๆ เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า ร้านสะดวกซักกำลังเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างฉุดไม่อยู่ โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2564 ไทยจะมีร้านสะดวกซักถึง 2,400 สาขา และปีหน้าจะเติบโตทะยานเกือบ 4,000 สาขา เรียกได้ว่าช่วงเวลานี้ คือยุคทองของร้านสะดวกซักที่น่าจับตาเป็นอย่างมาก คุณสุกรี กีไร ผู้จัดการฝ่ายขายอาวุโสประจำภูมิภาคอินโดจีน บริษัท อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ซิสเต็มส์ แอลแอลซี (Alliance Laundry Systems LLC) ผู้นำด้านการผลิตเครื่องซักผ้าอบผ้าอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ให้ข้อมูลว่า ธุรกิจร้านสะดวกซักเพิ่งเข้ามาในไทยได้ไม่กี่ปี แต่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยมีลักษณะการขยายตัวจากเมืองใหญ่ไปสู่นอกเมือง ซึ่งเป็นเส้นทางการเติบโตอย่างมั่นคงและเป็นรูปแบบเดียวกันกับหลายประเทศที่ธุรกิจร้านสะดวกซักได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย และประเทศต่างๆ ใน
โตสวนกระแส ลอนดรี้บาร์ ขยายสาขา 90 สาขา ภายในสิ้นปี ตอบโจทย์นักลงทุน-ผู้ใช้บริการ ด้วยแนวคิด อยากให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลอนดรี้บาร์ แฟรนไชส์ร้านสะดวกซักอันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีสาขามาแล้วกว่า 600 สาขาทั่วโลก ทั้งในมาเลเซีย บรูไน ตุรกี รวมถึง ประเทศไทย ที่มี คุณชานนท โตวิกกัย ผู้บริหาร และ คุณพิมลวรรณ ชีวเกรียงไกร ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลอนดรี้บาร์ ไทย จำกัด ช่วยกันดูแลธุรกิจ ล่าสุด คุณพิมลวรรณ ได้เผยถึง ผลประกอบการที่เติบโตอย่างดี สวนกระแสโควิด-19 กับคอนเซ็ปต์ ตอบโจทย์นักลงทุน ด้วยโมเดลธุรกิจที่น่าสนใจและการให้บริการที่ครบวงจร และยังตอบโจทย์คนซัก ผู้รักความสะอาด สะดวก สบาย ด้วยการให้ น้ำยา ฟรี ทุกรอบการซัก ผ่านเครื่องจ่ายน้ำยาอัตโนมัติ เธอยังเผยอีกว่า ภายในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะสามารถขยายสาขาได้กว่า 90 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองต่างจังหวัด อาทิเช่น เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง พิษณุโลก ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี โคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ ชลบุรี ระยอง พัทยา เป็นต้น “ธุรกิจสะดวกซัก เริ่มเป็นที่นิยมในเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 3-4 ปีมานี้ เพราะ
‘THE M SOUL’ ก้าวสู่ร้านสะดวกซักอันดับหนึ่ง ผู้จัดจำหน่ายเครื่องซักผ้าแบรนด์ดังระดับโลก ‘PRIMUS’ สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า ปฏิเสธไม่ได้ว่าธุรกิจร้านสะดวกซักเป็นอีกธุรกิจประเภทหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมมากสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่หอพักหรือคอนโดฯ ในปัจจุบัน เนื่องจากความจำเป็นด้านพื้นที่ที่พักอาศัยที่ไม่สามารถวางเครื่องซักผ้าได้ หรืออาจซักเองแล้วผ้าไม่สะอาด จึงต้องพึ่งพาธุรกิจประเภทร้านสะดวกซักที่มอบทั้งความสะดวกสบาย และประหยัดเวลา แถมยังสะอาดและหอมอีกด้วย ‘THE M SOUL’ กับการก้าวสู่ร้านสะดวกซักอันดับ 1 The M Soul Laundromat ธุรกิจร้านสะดวกซักที่สร้างร้านสะดวกซักมากที่สุดในประเทศไทย และนอกจากนี้ยังจัดจำหน่ายและติดตั้งระบบพร้อมดูแลให้บริการหลังการขายเครื่องซักผ้า-อบผ้าเชิงพาณิชย์ที่เหมาะกับการทำธุรกิจร้านสะดวกซักอีกด้วย โดยบริษัทมีจุดยืนในการดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซักที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจลงทุนด้านร้านสะดวกซัก สามารถสร้างแบรนด์ร้านสะดวกซักได้ในแบบที่คุณต้องการ และที่สำคัญคือไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายปี ทำให้ต้นทุนของการลงทุนในธุรกิจร้านสะดวกซักน้อยลง และไม่มีเงื่อนไขในการลงทุนต่อผู้ประกอบก
เจาะลึก THE M SOUL ร้านสะดวกซักคืนทุนไว ที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้ “ร้านสะดวกซัก” ขั้นกว่าของบริการเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ ธุรกิจที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เพราะการใช้ชีวิตของคนที่เปลี่ยนแปลงไป ชีวิตประจำวัน รวมถึงการทำงานมักจะต้องแข่งขันกับเวลาอยู่เสมอ ดังนั้น สิ่งไหนที่สามารถทุ่นแรงได้และช่วยให้การใช้ชีวิตง่ายดายขึ้นจึงมักเป็นสิ่งแรกๆ ที่ถูกเลือกใช้ ในปัจจุบัน เราต่างเห็นแฟรนไชส์ร้านสะดวกซักอยู่ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ แต่อย่างที่ทราบกันดีว่าระบบของร้านแฟรนไชส์นั้น อาจไม่ได้ทำให้ผู้ลงทุนคืนทุนและสร้างกำไรได้ไวเท่ากับการเปิดร้านเป็นของตนเอง แต่ครั้นจะให้ลงทุนไปเลย ก็อาจเจอกับความเสี่ยงได้จากประสบการณ์ที่ไม่มากพอ “The M Soul” จึงเป็นประสบการณ์การลงทุนครั้งใหม่ที่น่าสนใจ เพราะจะทำให้ใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของร้านสะดวกซักได้ แถมยังคืนทุนไวกว่าเมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น แตกต่างอย่างน่าสนใจ The M Soul แตกต่างและน่าสนใจกว่าธุรกิจร้านสะดวกซักอื่นๆ เพราะมีจุดยืนที่สำคัญคือ “พร้อมซัพพอร์ตให้ทุกคนประสบความสำเร็จในธุรกิจ เปิดโอกาสให้ผู้สนใจลงทุนสามารถสร้างแบรนด์ในแบบที่ต้อ
ร้านสะดวกซัก “ลอนดรี้บาร์” แฟรนไชส์น่าลงทุน พื้นที่ 40 ตร.ม. ก็เปิดได้ คืนทุนไวใน 3 ปี เมื่อผู้คนเริ่มใช้ชีวิตแบบคนเมือง พักอาศัยอยู่บนคอนโดมิเนียม หอพัก อพาร์ตเมนต์ มากขึ้น ทำให้พื้นที่การใช้ชีวิตแคบลง บวกกับการแข่งขันทุกอย่างมีเวลาจำกัดและเร่งรีบ ความสะดวกสบายจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนเรียกหา เช่น การซักผ้า จากซักมือ ก็เปลี่ยนมาใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เป็นตัวช่วยทุ่นแรง เพราะสะดวกและรวดเร็ว แต่เพราะยังตอบโจทย์เรื่องความสะอาดได้ไม่มากพอ ทำให้ร้านสะดวกซักที่มีเทคโนโลยีล้ำกว่าเข้ามาแทนที่ เพราะตอบโจทย์ได้มากกว่าในเรื่องความสะอาด สะดวก สบาย กลายเป็นทางเลือกใหม่ของผู้บริโภคที่น่าจับตามอง ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีแบรนด์ร้านสะดวกซักอยู่จำนวนไม่น้อย ราว 7-8 แบรนด์ แต่มีผู้เล่นรายใหญ่ที่ทำตลาดจริงจังเพียง 2-3 แบรนด์เท่านั้น ซึ่งแบรนด์น้องใหม่ที่กำลังตีตลาดร้านสะดวกซักในไทย คือ “ลอนดรี้บาร์ (Laundrybar)” แบรนด์ร้านสะดวกซัก 24 ชั่วโมง อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากประเทศมาเลเซีย เปิดตัวเมื่อปี 2556 ถึงปัจจุบัน ปี 2562 ขยายสาขาไปแล้วกว่า 520 สาขา ในมาเลเซีย บรูไน ตุรกี รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งเป็นก
