ลำไย
ความฮอตแรงของสาวลำไย ไหทองคำ นอกจากส่งผลให้ค่าตัว 150 บาท ตอนนี้ค่าตัวพุ่งพรวดแล้ว เจ้าตัวยืนยันบอกไม่แพง เงินที่ได้ให้แม่หมด โดยแต่ละวันรับงานมากสุด 6 งาน ชีวิตเปลี่ยนไปมาก ได้นอนโรงแรมแพงๆ อาบน้ำอุ่นในโรงแรมนานมาก แม่กับหนูชอบมาก โดยลำไยยังได้เล่าย้อนไปถึงชีวิตในอดีตที่ไม่หรูหราและติดดินสุด ซึ่ง ‘ลำไย ไหทองคำ’ เผยว่าในอดีตเคยเดินขายของกับยาย ขายดอกไม้ ขายลูกอม ถั่วคั่ว ถุงละ 10 บาท ตามร้านข้าวต้มในกรุงเทพฯ ทั้งย่านรองเมือง พรานนก ก็มีคนมาไล่บ้าง แถมตอนนั้นต้องเช่าห้องเช่าอยู่เดือนละ 2 พันกว่าบาท โดยแม่มาทำงานร้านลาบยโส ก็เลยมาเช่าห้องพักอยู่ตรงนั้นเลย โดยลำไยเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่อนุบาล 2 ก็ขายตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงมัธยมฯ แต่ด้วยความที่เจ้าของร้านชอบเล่นดนตรี ลำไยชอบร้องเพลง เลยได้มาสนิทสนม คนยโสฯบ้านเดียวกันกับพ่อ เลยชวนมาอยู่ด้วยความสงสาร จนทุกวนนี้เป็นนักร้องดัง ทำงานหนักเลิกงานตี 4 เหนื่อยแต่มีชีวิตที่เปลี่ยนไปแล้ว งานนี้เลยขอพามาดูห้องพักหลังเล็กๆในร้านลาบยโส แต่อบอวลไปด้วยความรักของสาวลำไยกัน ที่มา NGOA TV ที่มา ข่่าวสดออนไลน์
ความฮอตของลูกทุ่งสาว ‘ลำไย ไหทองคำ’ จากเพลงยอดฮิตอย่าง ‘ผู้สาวขาเลาะ’ ได้ส่งให้ชื่อของลำไยกลายเป็นที่รู้จัก แถมยังส่งผลให้ค่าตัวจากงานละ 150 บาท ได้พุ่งพรวดไปหลายเท่าตัว ห้องเช่าราคา 2 พันกว่าบ้านที่ลำไยเคยเช่าอยู่ในร้านลาบ จากการทำงานอย่างหนักของลำไย พร้อมเก็บเงินจากน้ำพักน้ำแรง เพื่อสร้างฝันที่วาดไว้ด้วยการซื้อบ้านหลังใหญ่ให้แม่และครอบครัว โดยระบุว่า #homenew ซึ่งก่อนหน้านี้ลำไยและครอบครัวได้ช่าห้องพักในร้านลาบยโสเป็นที่พัก ก่อนเริ่มขยับขยาย ถือเป็นอีกก้าวเล็กๆของนักร้องสาวตัวเล็ก แต่มากความสามารถในยุคนี้พ.ศ.นี้ ที่มา lamyaihaitong
เมื่อวันที่ 9 ก.ค. ผู้บริหารสถานบันเทิงร้าน “ตะวันแดง พัทยาวาไรตี้” ตั้งอยู่ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เปิดแถลงถึงกรณีได้รับความเสียหายผลและกระทบทางธุรกิจ หลังจัดการแสดงคอนเสิร์ตศิลปินหมอลำชื่อดัง “ลำไย ใหทองคำ” และ “อาร์ม ชุติมา” แต่ได้ทำผิดเงื่อนสัญญาการแสดงสดไปเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมี นายณัฐฎ์เสฏฐ์ สัจจะมโน ผู้บริหารของร้าน พร้อมด้วยนายพชรกร นิลแก้ว ที่ปรึกษา ร่วมแถลง นายณัฐฎ์เสฏฐ์กล่าวว่า ทางร้านได้ทุ่มงบประมาณจำนวนมาก เพื่อเปิดสถานบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบและให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนพ.ค.ที่ผ่านมา โดยมีแผนจัดคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังทั่วฟ้าเมืองไทย เพื่อดึงดูดความสนใจของลูกค้า ซึ่งในแผนงานนี้ได้กำหนดว่าจะนำศิลปินหมอลำชื่อดังในปัจจุบันอย่าง “ลำไย ใหทองคำ” และ “อาร์ม ชุติมา” มาเปิดการแสดงในคืนวันที่ 1 ก.ค.ในช่วงเวลา 00.30-02.00 น.ที่ร้าน จึงประสานงานกับโบรกเกอร์และบริษัทของศิลปินตั้งแต่เดือนมี.ค. โดยตกลงค่าจ้าง 75,000 บาท ในการส่งศิลปิน 2 คนนี้พร้อมทีมงานมาเปิดแสดงอย่างอลังการ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการประชาสัมพันธ์ โปรโมต และเตรียมความพร้อมในการจำหน่ายบัตรเข้าช
“เมืองไพลิน” ในอดีตเคยเป็นค่ายอพยพของเขมรแดง เรียกว่า “ฐานภูลำเจียก” และเคยเป็นเหมืองพลอยสีน้ำเงิน (บลู แซฟไฟร์) หรือ “พลอยไพลิน” ที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก แต่ทุกวันนี้เมืองไพลินไม่เหลือพลอยให้ขุดอีกแล้ว เมืองไพลินได้เปรียบในด้านทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางหุบภูเขาสูง มีแหล่งน้ำอุดมสมบรูณ์ มีสภาพภูมิอากาศที่ดี เอื้อต่อการเติบโตของไม้ผล ทำให้เมืองไพลินกลายเป็นแหล่งปลูกลำไยที่สำคัญของประเทศกัมพูชา หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต ลำไยสดจะถูกส่งออกผ่านชายแดน ที่ด่านช่องพรม บ้านโอร์สะกรอม เพื่อนำมาขายล้งจีนที่ฝั่งไทย ผ่านทางด่านถาวรบ้านผักกาด อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี โดยใช้ระยะทางขนส่งสินค้า ประมาณ 17 กิโลเมตร หากใครมีโอกาสผ่านไปแถวด่านถาวรบ้านผักกาด คงจะเคยสังเกตเห็นรถบรรทุกจากฝั่งเขมรที่บรรจุสินค้าลำไยสด รวมทั้ง มันสำปะหลัง และข้าวโพด มาส่งขายพ่อค้าในฝั่งไทยแทบทุกวัน ลุงแยม หรือ “ซา จำเจริญ” เกษตรกรชาวกัมพูชา เจ้าของสวนลำไยสองพี่น้อง ในพื้นที่ฝั่งไทยที่อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี และเป็นผู้ปลูกลำไยมากที่สุดในเมืองไพลิน เนื้อที่ปลูกลำไยมากกว่า 125 ไร่ ปัจจุบัน สวนลำไยในเมืองไพลินแห่งนี้ มีต้นทุนก
ลำไย เป็นผลไม้เศรษฐกิจอีกตัวที่ทำรายได้ก้อนโตให้กับบ้านเรา และเวลานี้ใช่จะปลูกกันเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือเท่านั้น ยังได้กระจายไปตามจังหวัดต่างๆ ทั้งภาคตะวันออก อีสาน และใต้ ดังนั้น เมื่อเวลาผลผลิตออกสู่ตลาดมากๆ ก็ทำให้ราคาตกต่ำ เกษตรกรและกลุ่มวิสาหกิจต่างๆ จึงคิดค้นนำลำไยมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งทำได้หลายอย่าง ทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค เพราะลำไยทั้งเนื้อและเมล็ดสามารถนำมาแปรรูปและสกัดไปใช้ประโยชน์ได้ ยกตัวอย่างกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปอาหารทาป่าเปา ตำบลทาปลาดุก อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน ที่มีคุณพจนพรรณ สุทธิดุก เป็นประธาน ได้นำเนื้อลำไยตกเกรดมาทำเป็นหมูทุบลำไย ซึ่งเป็นเจ้าเดียวในประเทศไทยที่ทำหมูทุบลำไย และได้คัดสรรเป็นโอท็อป 5 ดาว ปี 2555 ใครรับประทานแล้วต่างติดใจเพราะนอกจากเนื้อหมูจะนุ่มแล้ว ยังได้กลิ่นของลำไยด้วย ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ คุณโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ได้นำสื่อมวลชนจากส่วนกลางไปเยี่ยมชมกิจการแปรรูปลำไยและมะม่วงที่จังหวัดลำพูนและเชียงใหม่ ทางกลุ่มแปรรูปอาหารทาป่าเปาก็ได้นำสินค้ามาโชว์ด้วย ใช้เนื้อลำไยสีทองอบแห้ง คุณพจนพรรณ เล่าว่า กลุ่มมีสมาชิก
ในเขต 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย พะเยา ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ ตาก แพร่ และน่าน เป็นแหล่งผลิตลำไยที่สำคัญของประเทศ มีเกษตรกรผู้ปลูก 156,596 ราย พื้นที่ปลูก 854,371 ไร่ ลำไยที่ให้ผล 831,866 ไร่ ปริมาณผลผลิต 673,850 ตัน และตลาดมีความต้องการ 367,337 ตัน ดังนั้น จึงเกิดปัญหาราคาตกต่ำ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน และภาครัฐต้องให้การช่วยเหลือทุกปี ตั้งแต่ ปี 2547-2557 ทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการส่งออก โดยลำไยในฤดู มีปัญหาด้านการตลาด เพราะผลผลิตออกพร้อมกัน ล้นตลาด ราคาตกต่ำ และในส่วนของลำไยนอกฤดูนั้น มีปัญหาด้านการผลิต เนื่องจากการบังคับให้ลำไยออกดอก ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แนวทางการแก้ไขที่ยั่งยืนจำเป็นต้องมีการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตเข้ามาดำเนินการ เพื่อทำให้เกษตรกรชาวสวนลำไยได้รับผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้น เทคโนโลยีการบริหารต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตลำไย ว่าที่ร้อยตรี ดร. สมสวย ปัญญาสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 6 จังหวัดเชียงใหม่กล่าวว่า การทำให้เกษตรกรชาวสวนลำไย ได้รับผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นนั้น จำเป็นต้องปรับเปลี่ย
