สมุนไพรไทย
เปิด เหตุผล ที่ ตลาดสมุนไพร ได้รับความนิยม ต่อยอดโอกาสดีๆ ทางธุรกิจ ของผู้ประกอบการแปรรูปสมุนไพร! สมุนไพร – ท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 ใน 3 ปีที่ผ่านมา ได้นำมาซึ่งโอกาสของ สมุนไพรไทย โดยเฉพาะ ฟ้าทะลายโจร ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่า เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเติบโตของไวรัส หรือมีประโยชน์ในการรักษา นั้นได้รับความนิยมอย่างมาก จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ ฟ้าทะลายโจร กลายเป็นสินค้าขาดตลาด จึงทำให้เทรนด์การบริโภคของผู้คนรุ่นใหม่ได้มองว่า สมุนไพร คือทางเลือกสำหรับการดูแลสุขภาพที่ปลอดภัย ไม่มีอันตราย เพราะทุกอย่างล้วนมาจากธรรมชาติ กลายเป็นความต้องการ ที่ผู้ประกอบการต่างก็เล็งเห็นโอกาสที่จะเข้ามาสร้างรายได้ แล้วเหตุผลอะไรบ้าง ที่ทำให้ สมุนไพรไทย ได้รับความนิยม จนผู้ประกอบการหลายๆ คน อยากที่จะเข้ามาทำตลาด? เว็บไซต์ ธนาคารกรุงเทพ ได้เผยไว้ ดังนี้ 1. ผู้คนเริ่มหันกลับมาให้ความสนใจในเรื่องของสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 2. ความเชื่อมั่นของผู้คน ว่าสมุนไพรนั้น จะช่วยบำรุงร่างกายได้เป็นอย่างดี ไม่มีสารตกค้าง เพราะเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมมาตั้งแต่โบราณ 3. ในปัจจุบันนี้เ
“ทรีนีตี้” จับมือ “ไทย ฟรีซ ดราย” สนับสนุนธุรกิจการ แปรรูปสมุนไพรไทย และอาหารเพื่อสุขภาพ รับเทรนด์คนรักสุขภาพมาแรงหลังวิกฤตโควิด-19 วันที่ 25 ตุลาคม 2565 นายชาญชัย กงทองลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ทรีนีตี้ วัฒนา (TNITY) เปิดเผยว่า ทรีนีตี้ วัฒนา ได้สนับสนุน บริษัท ไทย ฟรีซ ดราย จำกัด หรือ TFD ผู้ดำเนินธุรกิจแปรรูปสมุนไพรไทย และอาหารเพื่อสุขภาพ โดยสนับสนุนในรูปแบบการให้สินเชื่อพร้อมสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ TFD ในสัดส่วน ร้อยละ 26.25 ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2564 “บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ ที่ปัจจุบันผู้บริโภคเริ่มหันมาใช้สมุนไพรไทย และลดการพึ่งพายาแผนปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งเห็นได้ชัดในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ธุรกิจ Preventive Herbal Medicine หรือสมุนไพรเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันสำหรับการรักษา และป้องกันโรคได้รับความนิยมมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมองว่า TFD มีศักยภาพด้านการผลิตโดยใช้กระบวนการแปรรูปแบบฟรีซดรายที่มีเทคโนโลยีการผลิตที่คิดค้น โดยบริษัท รวมถึงยังเพิ่งสร้างเครื่องจักรที่มีกำลังการผลิตปริมาณมากขึ้น เพื่อขยายกำลังการผลิต และเพื่อรองรับการรับจ้างผล
เปิดประวัติ ทิพย์เกสร แบรนด์ยาดมสมุนไพร-รักษาโรค ส่งต่อสูตรลับ ตำรับยา รุ่นสู่รุ่นมากว่า 90 ปี แตกไลน์ แฉล้ม เจาะตลาดสตรี คงคอนเซ็ปต์ ยาดี ราคาไม่แพง หากจะพูดถึง ยาสมุนไพรไทย ในตลาดนั้นมีมากมายหลากหลายแบรนด์นัก หนึ่งในแบรนด์ที่เรียกว่า อยู่ยงคงกระพัน มานานกว่า 90 ปี อย่าง ทิพย์เกสร รู้ไหมว่ากว่าจะมาเป็น ทิพย์เกสร อย่างทุกวันนี้ เกิดมาจาก การสูญเสียมารดาและน้องน้อยอันเป็นที่รัก ของ หมอมิ่ง เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ หมอติ-อนุสิฐษ์ แฉล้ม เจ้าของรุ่นที่ 3 ได้เล่าให้ฟังว่า ทิพย์เกสร ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 100 กว่าปีก่อน โดย หมอมิ่ง แนบเนียน ที่ประสบกับเหตุการณ์สูญเสียมารดาและน้องที่อยู่ในครรภ์ของมารดาไป เมื่อตอนท่านอายุได้ 10 ขวบ เนื่องจากเด็กในท้องขวางท้องทำให้คลอดยาก “สมัยเมื่อ 100 กว่าปีก่อน การแพทย์และสาธารณสุขในไทยยังไม่เจริญเท่าไหร่ เวลาป่วย จะคลอด จะอะไรก็ต้องพึ่งพวกหมอตำแย หมอสมุนไพร อะไรประมาณนี้ แล้วแม่ของคุณตา (หมอมิ่ง) กำลังจะคลอดน้องของคุณตา แต่เด็กขวางท้องทำให้คลอดยาก ย่าทวดก็เหนื่อยอ่อนกับการเบ่งเด็กออกแล้ว สุดท้ายท่านก็สิ้นใจไปพร้อมกับน้องไปต่อหน้าต่อตาของคุณตาเ
จาก ผักเชียงดา สู่ NARAH ธุรกิจผู้ป่วยเบาหวาน ปักธงโกอินเตอร์สำเร็จ! แม้ว่า สมุนไพรไทย จะได้รับการยอมรับด้านสรรพคุณ แต่การจะส่งออกสินค้าไปขายในตลาดโลกได้นั้น สิ่งสำคัญยิ่งกว่า จำเป็นต้องมี “มาตรฐานสากล” เป็นเครื่องการันตี ดั่งในรายเอสเอ็มอี จ.เชียงใหม่ แบรนด์ “NARAH” (นราห์) สามารถพาสมุนไพรไทยปักธงในตลาดโลกสำเร็จ โดยมีธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank คอยสนับสนุนพาเข้าถึงแหล่งทุน “กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ” ช่วยลดต้นทุนธุรกิจ พร้อมยกระดับสร้าง “มาตรฐานระดับสากล” คุณธีรพงศ์ เธียรพัฒนพล ประธานกรรมการบริหาร และผู้ก่อตั้ง บริษัท นราห์ อินดัสตรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สมุนไพร แบรนด์ “NARAH” เล่าแรงบันดาลใจธุรกิจ เกิดจากตัวเองมีปัญหาสุขภาพเป็น “โรคเบาหวาน” ซึ่งเป็นโรคเดียวกันที่เคยคร่าชีวิตคุณพ่อของเขามาแล้ว “ภาพในอดีตที่ผมจำได้ คือ คุณพ่อต้องกินยาเป็นกำๆ จากคนร่างใหญ่กลายเป็นซูบผอม สุดท้ายก็เสียชีวิต ผมไม่อยากจะเป็นเหมือนพ่อ เลยกลับมาศึกษาเรื่องสมุนไพรจริงจัง เพื่อรักษาตัวเอง จนพบ ผักเชียงดา ที่มีสรรพคุณลดน้ำตาลในเลือด เมื่อใช้กับ
พกติดกระเป๋าไว้เลย! แพทย์แผนไทย แนะ 3 สมุนไพร สำหรับเดินทางไกล ช่วงสงกรานต์ ถึงวันสงกรานต์ ประชาชนได้หยุดยาว บางส่วนใช้เวลาอยู่บ้านไม่ออกเดินทาง บางส่วนเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านเกิด หรือแวะเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งการเดินทางกลับบ้านของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์แต่ละปี มักประสบกับปัญหาด้านสุขภาพต่างๆ เช่น ช่วงการจราจรติดขัด มีอาการเมารถ เมาเรือ คลื่นไส้ วิงเวียนศีรษะ นั่งรถนาน มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือนอกจากนี้ อากาศที่ร้อน สลับ แอร์เย็นบนรถ อาจเกิดการเจ็บไข้ ไม่สบายในระหว่างการเดินทาง กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงได้แนะนำสมุนไพรให้ประชาชนพกติดตัว เพื่อรักษาอาการดังกล่าวเบื้องต้น ดังนี้ ยาขิง เป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ และหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อและร้านขายยาทั่วไป มีสรรพคุณ ป้องกันการเมารถ เมาเรือ คลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ และช่วยขับลม บรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขนาดและวิธีใช้ คือ ตามฉลากข้างขวดยา หรือรับประทานครั้งละ 1-2 กรัม ก่อนการเดินทาง 30 นาที-1 ชั่วโมง หรือเมื่อมีอาการ นอกจากนี้ ยังสามารถดื่มเป็นน้ำขิงก่อนการเดินทางก็ได้ ข้อควรระวัง ไม่ควรใช้ในผู้ที่ใช
สมุนไพรไทย อนาคตสดใส ผู้เชี่ยวชาญ แนะวิธีเพิ่มคุณค่า ส่งสินค้าสู่ตลาดโลก เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2565 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสำนักพัฒนาและส่งเสริมธุรกิจบริการ จัดสัมมนาในหัวข้อ “BCG ECONOMY โมเดลเศรษฐกิจใหม่กับโอกาสของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย” ภายใต้โครงการ “พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพร สู่ตลาดต่างประเทศ” เพื่อเสริมองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ และโอกาสทางการค้าในตลาดต่างประเทศ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากสยามพิวรรธน์, ไลน์ ประเทศไทย, แบรนด์ REUNROM และแบรนด์ SATIRA มาร่วมแบ่งปันแนวคิด ในการเพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย และโอกาสของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย สู่ตลาดโลก ผ่านช่องทางตลาด ทั้งห้างสรรพสินค้า อีคอมเมิร์ซ และโซเชียลคอมเมิร์ซ นางปารีสา จาตนิลพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจค้าปลึก บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล โฮลดิ้ง จำกัด ชื้ให้เห็นว่า สมุนไพรไทยมีจุดเด่นชัดเจน และได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับผู้บริโภคหันมาสนใจ
“เมาท์ เซโพลา” แบรนด์ผลิตภัณฑ์สปาที่เริ่มต้นจากศูนย์ สู่การแจ้งเกิดบนเวทีโลก ด้วย “สมุนไพรไทย” เมาท์ เซโพลา – ในวงการอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพและความงามของประเทศไทย “Mt.Sapola” (เมาท์ เซโพลา) ถือเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์สปา-สมุนไพรเป็นอย่างมาก คุณต่าย – อัมพร หริพจน์พรกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท หริกุล กรุ๊ป จำกัด เจ้าของ “Mt.Sapola” ธุรกิจสินค้าสมุนไพรและสปาครบวงจร ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจของเธอว่า ด้วยความที่เธอเป็นเด็กต่างจังหวัด จึงอยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากกว่าเด็กในเมือง จึงมีความผูกพันและสนใจเกี่ยวกับสมุนไพรรอบๆ ตัวเป็นอย่างมาก เพราะสมุนไพรไทยมีสรรพคุณหลากหลาย ทั้งรักษาโรค ประทินผิว เสริมความงาม “พี่สนใจเรื่องสมุนไพรมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ เพราะสมุนไพรไทยมีสรรพคุณดีๆ มากมายเลยนะ ก็มีความคิดว่าอยากเอาสมุนไพรไทยมาทำเป็นสินค้าขาย พอแต่งงานแล้วที่บ้านสามีก็ทำเกี่ยวกับเครื่องมือวิทยาศาสตร์ พี่ก็มีโอกาสได้ทำงานเกี่ยวกับการสก
พาณิชย์-DITP ชี้โอกาส SMEs สมุนไพรไทย สู่ตลาดโลก ด้วยโมเดล BCG จาก PATOM SME ดัง สวนสามพราน กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เดินหน้าจัดโรดโชว์ “BCG Model” สร้างธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน ชี้ช่องโอกาสของสมุนไพรไทยในตลาดโลก ที่มีมูลค่าตลาดสูงถึง 54,739 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2564 และคาดการณ์ว่าในปี 2569 มูลค่าตลาดจะสูงถึง 70,000 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าสุขภาพและความงามที่มีส่วนผสมของสมุนไพรไทย เข้าร่วมกิจกรรมโรดโชว์ โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่ตลาดต่างประเทศปี 2565 จัดขึ้นที่ PATOM ORGANIC VILLAGE สวนสามพราน นครปฐม นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มุ่งสร้างเศรษฐกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนผ่านการนำแนวคิดของโมเดลเศรษฐกิจใหม่ หรือ BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) มาใช้เป็นแนวทางการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทย โดยภาครัฐได้ตั้งเป้าหมายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ BCG ว่าจะสามารถเพิ่
แจกวิธีทำ น้ำขิง สามสูตร สมุนไพรมีคุณค่า ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ขิง นอกจากจะเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์แล้ว ด้วยสรรพคุณยังสามารถนำมาปรับใช้ดูแลสุขภาพ เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงได้ด้วย โดย สถาบันการแพทย์แผนไทย ได้แนะนำสูตร น้ำขิง ด้วยกันถึงสามสูตร ให้ลองนำไปทำกัน ดังนี้ ส่วนผสมน้ำขิง สูตร 1 ขิงสด (ไม่แก่นัก) 2 ถ้วย น้ำสะอาด 9 ถ้วย น้ำตาลทราย 1 ½ ถ้วย วิธีทำ 1. ปอกเปลือกขิงออก แล้วนำไปล้างน้ำ จากนั้นทุบให้พอแหลก 2. ตั้งน้ำให้เดือด นำขิงลงไปต้ม ประมาณ 15-30 นาที 3. เสร็จแล้วกรองเอากากออก เติมน้ำตาล ชิมรสตามต้องการ แล้วให้รีบยกลงกรองใส่ขวด นึ่ง 20-30 นาที เมื่อเย็นแล้วให้เก็บใส่ตู้เย็น ทริก : การต้มถ้าเดือดนานเกินไปกลิ่นหอมของขิง ซึ่งเป็นน้ำมันหอมระเหยจะระเหยออกไปหมด ทำให้น้ำขิงที่ได้ไม่มีกลิ่นหอมชวนดื่ม เมื่อจะดื่มน้ำขิงให้เติมน้ำแข็ง การเตรียมน้ำขิง : ควรใช้ขิงไม่แก่นัก เพราะขิงแก่จัดจะมีสารชนิดหนึ่งมีกลิ่นฉุนและรสเผ็ดจัด เมื่อเตรียมเป็นน้ำขิงแล้ว รสชาติจะไม่กลมกล่อม ขนาดรับประทาน : วันละ 150 ml ส่วนผสมน้ำขิง สูตร 2 ขิงสด (ขิงหั่นขนาด 1 นิ้ว 5-
สมุนไพรไทย ต้านซึมเศร้า มีผลวิจัยยืนยัน ทั้ง ขมิ้นชัน บัวบก น้ำมันรำข้าว ฟักทอง โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้ความรู้เรื่องสมุนไพรต้านซึมเศร้า โดย ภญ.อาสาฬา เชาวน์เจริญ เภสัชกรชำนาญการ กล่าวว่า โรคซึมเศร้า กำลังเป็นปัญหาสำคัญในสังคมยุคปัจจุบันมากขึ้น และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สมุนไพรจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่สามารถใช้ป้องกันหรือบรรเทาอาการดังกล่าวได้ จึงขอยก 4 สมุนไพร ที่มีข้อมูลว่าสามารถช่วยต้านโรคซึมเศร้า และหาได้ง่ายคือ หนึ่ง ขมิ้นชัน มีการศึกษาทางคลินิกในผู้ป่วยซึมเศร้า เปรียบเทียบการใช้สารสกัดขมิ้นชัน 500 มก. หลังอาหารเช้าและเย็น และยาต้านซึมเศร้า (Fluoxetine 20 mg) เป็นเวลา 6 สัปดาห์ เปอร์เซ็นต์การตอบสนองผลการรักษาของผู้ป่วย ยาต้านซึมเศร้า 64.7% สารสกัดขมิ้นชัน 62.5% และเมื่อใช้ร่วมกันทั้ง ยาต้านซึมเศร้า และสารสกัดขมิ้นชัน จะให้ผลตอบสนอง 77.8% ปัจจุบันขมิ้นชัน จะมีทั้งแบบสกัดและแบบผงแห้ง โดยขนาดการรับประทานแบบผงแห้งคือ ยาแคปซูลขมิ้นชัน 2 แคปซูล หลังอาหาร เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน อย่างไรก็ตาม มีข้อควรระวังในการใช้ในผู้ป่วยโรคนิ่วในถุงน้ำดี หญิงตั้งครรภ์ ยกเว้นภายใต้การดู
