สร้างบ้าน
ภาษีที่ดินในญี่ปุ่นนั้นมีราคาสู ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดการออกแบบที่อยู่อาศัยให้สอดคล้องกับที่ดินผืนเล็กๆเพื่อเลี่ยงการรับภาระทางภาษีที่สูงนั่นเอง ทำให้แม้สภาพที่ดินอาจจะแคบมากจนไม่เอื้ออำนวยในการสร้างที่พักอาศัยให้ตอบโจทย์หรือหากดูที่ดินเปล่าอาจเห็นว่าเหมือนจะสร้างบ้านให้น่าอยู่ได้ยากแต่ที่ดินเล็กหน้าแคบระดับ 2 เมตร ก็ไม่อาจทำลายจินตนาการของสถาปนิก ซึ่งสามารถออกแบบอาคารพักอาศัยทรงแคบขึ้นมาได้ เช่นในคลิปนี้ที่สถาปนิกญี่ปุ่นสามารถออกแบบที่อยู่อาศัยทรงตึกแคบที่มีพื้นที่หน้ากว้างเพียง2เมตร ขึ้นมาได้ จนเรียกว่าเป็นบ้าน “ทรงแคบ” ที่น่าอยู่ไม่น้อย อย่างไรก็ตามบ้านหลังนี้ถูกประยุกต์ใช้เป็นทั้งที่อยู่อาศัยและเป็นออฟฟิศทำงานด้วย เห็นเล็กจิ๋วๆกระทัดรัดแบบนี้ แต่น่าอยู่ไม่เบา เพราะมีทั้งสวน ทั้งห้องอ่านหนังสือเล็กๆ งานนี้บรรยายไปคงไม่เห็นภาพต้องชมคลิป อย่างเดียว! ที่มา : ประชาชาติออนไลน์
หนทางสู่ความร่ำรวยของแต่ละคน อาจไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เศรษฐี มหาเศรษฐี มักจะตอบเหมือนกันก็คือ พวกเขาเริ่มจากทำสิ่งที่ตัวเองรัก หรือถนัด แล้วจากนั้น “เงิน” มันจะตามมาเอง เช่นเดียวกับ “มาร์นี่ อุสเลอร์” หญิงอเมริกันวัย 36 ที่สร้างตัวจากการทำงานด้วยรายได้ชั่วโมงละ 11 ดอลลาร์ (401 บาท) จนกระทั่งทุกวันนี้เธอเป็นเจ้าของธุรกิจรับสร้างบ้านที่สร้างรายได้ให้เธอถึงปีละ 7,000,000 ดอลลาร์ หรือราว 250,000,000 บาท ก็เพราะเธอค้นพบว่า นี่คืองานที่เธอรัก และมีความถนัดที่สุด มาร์นี่ เล่าว่า เธอเริ่มซื้อบ้านหลังแรกเมื่อปี พ.ศ.2547 ตอนอายุ 24 ปี เป็นบ้านพักในเมืองเบทานี บีช รัฐเดลาแวร์ สหรัฐอเมริกา ที่ครอบครัวเธอเคยไปเที่ยวพักตอนเธอเป็นเด็ก โดยใช้เงินเก็บทั้งหมดที่เธอมีวางดาวน์ไป 18,000 ดอลลาร์ (ราว 642,600 บาท ) เป็นเงินเก็บที่มาร์นี่ เล่าว่า “มาจากการทำงานด้วยค่าแรงชั่วโมงละ 11 ดอลลาร์ (ราว 400 บาท) และงานรับจ้างให้อาหารแมว งานรับจ้างล้างรถ ที่ฉันเคยทำและการกินอยู่อย่างประหยัดอยู่ถึง 2 ปี” มาร์นี่ เล่าว่า เธอตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้เพราะเห็นว่าตั้งอยู่ในทำเลที่ดี แต่ตอนนั้นก็ไม่มีใครเห็นด้วยกับเธอเล
