สสว
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดบูธ One Stop Service Center (OSS) พร้อมให้บริการรับคำปรึกษา และคำขอสินเชื่อเพื่อผู้ประกอบการ SME พร้อมจัดสตูดิโอขนาดย่อมให้บริการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ให้แก่ SME เพื่อขายสินค้าในระบบ E-commerce ภายใต้โครงการส่งเสริมพัฒนาตลาดอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถนำสินค้ามาถ่ายภาพเพื่อเข้าร่วมโครงการได้ โดยไม่เสียใช้จ่าย ภายในงาน “เปิดเส้นทาง SME 4.0 : เศรษฐียุคติจิตอลใครว่ายาก” วันอังคารที่ 29 ส.ค. 2560 เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ ห้องประชุม Meeting Room 1-2 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
คุณสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยใน งานแถลงผลการดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ว่า รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เพื่อให้เป็นกำลังสำคัญในการยกระดับการแข่งขันของประเทศไทยให้ทันกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จึงได้อนุมัติให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ โดยตั้งเป้าหมายสร้าง SME รายใหม่ไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย ระหว่างปี พ.ศ.2559-2561 สำหรับปี 2559 สสว. ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) 9 แห่งทั่วประเทศ ดำเนินโครงการบ่มเพาะ มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 11,065 ราย เป็น 1) บุคคลทั่วไปและนักศึกษาที่ยังไม่เคยทำธุรกิจ 5,563 ราย 2) บุคคลทั่วไปที่ทำธุรกิจอยู่แล้วแต่ไม่ได้จดทะเบียน 3,785 ราย 3) ธุรกิจที่จดทะเบียนไม่เกิน 3 ปี 1,095 ราย และ 4) วิสาหกิจชุมชน 622 ราย คุณสาลินี วังตาล ผอ.สสว. ผ่านเข้าสู่ขั้นทำแผนธุรกิจร่วมกับ มทร. และพี่เลี้ยงซึ่งเป็นนักธุรกิจในท้องถิ่นจำนวน 5,527 ราย พบว่าแผนธุรกิจมีความเป็นไปได้ใ
คณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ซึ่งมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้อนุมัติให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการใหม่ โดยตั้งเป้าหมายสร้างผู้ประกอบการ SMEs รายใหม่ไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย ระหว่างปี พ.ศ.2559-2561 ในปี 2559 สสว. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) 9 แห่ง และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ดำเนินโครงการ Start Up มีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 11,065 ราย ผ่านเข้าสู่ขั้นทำแผนธุรกิจจำนวน 5,370 ราย แบ่งเป็นภาคการผลิต 3,866 ราย ภาคบริการ 1,504 ราย ส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจในภาคการเกษตร อาหาร เกษตรแปรรูป สปา และร้านอาหาร ปัจจุบัน มทร. และพี่เลี้ยง ซึ่งเป็นนักธุรกิจในท้องถิ่นให้การบ่มเพาะและจูงใจให้จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ในรูปแบบนิติบุคคลหรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จำนวน 3,000 ราย โดย สสว. มีแผนนำ SME ใหม่ จำนวน 1,500 ราย ร่วมกิจกรรมทดสอบตลาดทั้งในและต่างประเทศต่อไป นางปริญดา ตันติเสวี ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ วิสาหกิจชุมชนน้ำดื่มสมุน
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว.ได้จัดสรรงบประมาณ 20 ล้านให้แก่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) จัดทำโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายใหม่(สตาร์ท อัพ) เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตยุค 4.0 โดยดำเนินการทั้ง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ในสาขาอุตสาหกรรมแฟชั่นไลฟ์สไตล์ ได้แก่ สินค้าในกลุ่มสิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องเรือน ของตกแต่ง ของที่ระลึก และอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ ตั้งเป้ามีผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 1,000 ราย ได้ผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่มีเอกลักษณ์แข่งขันได้ในตลาดโลก สามารถผลิตและขายได้ในเชิงพาณิชย์ไม่น้อยกว่า 1,000 ผลิตภัณฑ์ และสามารถสร้างรายได้ตลอดสายการผลิตประมาณ 500 ล้านบาท ภายใน 1 ปี เกิดการจ้างงานตลอดห่วงโซ่เพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 อัตรา นางสาลินีกล่าวว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางประชารัฐ เพราะเป็นร่วมมือกับกสอ. สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กระทรวงวัฒนธรรม
นายณัฐพล ประดิษฐผลเลิศ ผู้บริหารโครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม (สสว) เปิดเผยว่า ปีนี้ สสว. ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เดินหน้าโครงการพัฒนาสู่สุดยอดเอสเอ็มอีจังหวัด เพื่อสร้างต้นแบบธุรกิจที่มีศักยภาพให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับจังหวัด สามารถถ่ายทอดการจัดการองค์ความรู้ธุรกิจสู่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในภูมิภาคได้ นายณัฐพล กล่าวว่า จะรับสมัครเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการถึงวันที่ 31 พฤษภาคม นี้ กลุ่มเป้าหมายคือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศในภาคการผลิตและบริการ ทั้งกลุ่มเพิ่งเริ่มดำเนินธุรกิจ (สตาร์ตอัพ) กลุ่มที่มีศักยภาพในตลาด (ไรซิ่ง สตาร์) และกลุ่มอยู่ในช่วงฟื้นตัว (เทิร์นอะราวด์) โดยจะดึงเอสเอ็มอีเข้าสู่กระบวนการเพื่อพัฒนาจากผู้เชี่ยวชาญ 5 ด้าน คือ การตลาดการจัดการ การขาย บรรจุภัณฑ์ และการเงินตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 300 ราย ทั้งนี้ สิ่งสำคัญ คือให้เกิดการสร้างเครือข่ายในกลุ่มผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นปัจจัยทำให้เอสเอ็มอีเติบโตอย่างยั่งยืนตามนโยบายรัฐบาล
สสว. จัด โครงการพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ธุรกิจชุมชนตามแนวพระราชดำริ ลงพื้นที่จัดอบรมให้ผู้ประกอบการใหม่ กลุ่มฟาร์มเห็ดที่ราชบุรีและกาญจนบุรี โดยปี 2560 ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนและองค์ความรู้ให้แก่ศิษย์พระดาบส และผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้มากยิ่งขึ้น ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส คุณวชิระ แก้วกอ ผู้อำนวยการฝ่ายประสานงานเครือข่ายผู้ให้บริการ SMEs สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า จากการที่ สสว. ได้ร่วมกับ มูลนิธิพระดาบส ดำเนินโครงการพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่ธุรกิจชุมชนตามแนวพระราชดำริ โดยเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาและสร้างผู้ประกอบการใหม่จากศิษย์พระดาบส และผู้สนใจที่มีความตั้งใจจริง มีศรัทธาขวนขวาย หาความรู้เป็นวิชาชีพใส่ตน แต่ประสบปัญหาไม่มีความรู้พื้นฐานและไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาวิชาชีพระดับต่างๆ ตลอดจนผู้ที่สนใจทั่วไป ได้กลายเป็นผู้ประกอบการใหม่ที่มีทักษะความรู้ในการประกอบสัมมาชีพได้อย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)กล่าวว่า ช่วง5เดือนของปีงบประมาณ(ตุลาคม2559-กุมภาพันธ์2560) สสว.ได้พิจารณาอนุมัติเงินกู้ระยะยาวปลอดดอกเบี้ยให้แก่เอสเอ็มอีจำนวน 251 ราย เป็นจำนวนเงิน 219.19 ล้านบาท หรือเฉลี่ยรายละ 0.87 ล้านบาท จำแนกเป็นกองทุนพลิกฟื้นวงเงินรวม 1,000 ล้าน ปล่อยกู้แล้วจำนวน 174 ราย เป็นเงิน 153.54 ล้านบาท หรือเฉลี่ยรายละ 0.88 ล้านบาท และกองทุนฟื้นฟูวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท จำนวน 77 ราย เป็นเงิน 65.65 ล้านบาท หรือเฉลี่ยรายละ 0.85 ล้านบาท โดยหลังจากนี้ สสว.จะพยายามเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือจากกองทุนทั้ง 2 ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะมีคำขอความช่วยเหลือทางการเงินจากเอสเอ็มอีเข้ามาเป็นจำนวนมาก นางสาลินีกล่าวว่า นอกจากนี้ในการประชุมคณะอนุกรรมการฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 โดยมีนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบขยายกลุ่มเป้าหมายของเอสเอ็มอีที่สามารถยื่นขอกู้เงินเพื่อฟื้นฟูกิจการจากกองทุนวงเงิน 2,000 ล้านบาท ที่ สสว. ดูแลอยู่ จากเดิมที่เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเ
นางสาลินี วังตาล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า แผนส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ปี 2560 นี้จะเดินหน้าตามแผนแม่บท เอสเอ็มอี 4.0 โดย สสว.เตรียมงบประมาณ 1,256 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและช่วยเหลือเอสเอ็มอีรวม 12 โครงการ อาทิ โครงการบ่มเพาะธุรกิจเอสเอ็มอีเกษตรและธุรกิจอื่น วงเงิน 149 ล้านบาท นำสินค้าเอสเอ็มอีเข้าสู่อี-คอมเมิร์ส และพัฒนาคลัสเตอร์ด้านธุรกิจเกษตร งบประมาณ 531 ล้านบาท พัฒนาช่องทางการตลาด 53 ล้านบาท และปรับปรุงระบบนิเวศที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจเพื่อไม่ให้เกิดปัญหากับชุมชนและสิ่งแวดล้อม โดย สสว.จะทยอยเปิดตัวโครงการตั้งแต่ต้นปีหน้า พร้อมร่วมมือกระทรวงอุตสาหกรรม เอกชนทั้งสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหอการคัาไทยในการผลักดันแต่ละโครงการ สำหรับการดำเนินงานปีนี้ มีจำนวนโครงการรวมทั้งสิ้น 19 โครงการ วงเงินรวมกว่า 5,042 ล้านบาท มีเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์กว่า 1.8 แสนราย ทั้งการฟื้นฟูกิจการ การผลักดันเอสเอ็มอีที่ดีอยู่แล้วให้เติบโตมากขึ้น และบ่มเพาะเอสเอ็มอีรายใหม่
