สินค้าเกษตร
“กรีนเดย์” ผัก-ผลไม้อบกรอบไทย เผย 4 เคล็ดลับ สร้างสินค้าเกษตร ส่งออกกว่า 30 ประเทศทั่วโลก! ประเทศไทย ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนที่มีพืชพรรณนานาชนิดสำหรับการบริโภค อีกทั้งมีเกษตรกรเป็นจำนวนมากที่เชี่ยวชาญในเรื่องการเพาะปลูกประเทศหนึ่ง แต่ในเรื่องการสร้างมูลค่าในการค้าขายเพื่อการส่งออกนั้น ยังจำเป็นต้องพัฒนาอยู่อีกมาก มีผู้ประกอบการหลายเจ้าที่เล็งเห็นและเร่งพัฒนาจุดด้อยตรงนี้ ซึ่งหนึ่งในผู้ประกอบการแปรรูปสินค้าเกษตรอย่าง คุณชัยรัตน์ คงศุภมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรีนเดย์ โกลบอล จำกัด หรือที่หลายคนคุ้นเคยเป็นอย่างดี คือแบรนด์ “กรีนเดย์” ธุรกิจที่นำเทคโนโลยีการอบแบบแช่แข็งและใช้การทอดสุญญากาศ (Vacuum frying) ที่ทันสมัย มาแปรรูปผักผลไม้เป็น ขนมอบกรอบเพื่อสุขภาพ ที่วางจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออกไปประเทศต่างๆ กว่า 30 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถือเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างสรรค์พืชผลทางการเกษตรให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่าแบรนด์หนึ่ง โดยคุณชัยรัตน์ ได้มาถ่ายทอดทริกในการสร้างสรรค์สินค้าเกษตรให้มีมูลค่า ในหลักสูตร “The Guru ปันความรู้สู่ภูมิภาค” ของสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้
นายกฯ ห่วงเศรษฐกิจฐานราก-ราคาสินค้าเกษตรร่วง จี้ลดต้นทุน ‘ประภัตร’ เล็งชงครม. ขอสินเชื่อ 1 หมื่นล้าน เลี้ยงโคขุน-ปลูกพืชอายุสั้น ให้รัฐบาลรับซื้อผลผลิตเข้า ครม. สัปดาห์หน้า นายกฯ ห่วงเศรษฐกิจฐานราก – นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แสดงความกังวลในเรื่องของเศรษฐกิจฐานราก ภาคการเกษตร โดยได้สั่งทุกหน่วยงานเข้าดูแล กระทรวงที่เกี่ยวข้องต้องเข้าดูแลในเรื่องของราคาสินค้าเกษตร เพราะยังมีสินค้าหลายตัวที่มัปัญหา และกำชับให้เร่งรัดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของกระทรวงการคลัง ที่เพิ่งผ่าน ครม. ไป ให้ดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ทั้งภาคเกษตร ภาคท่องเที่ยว เอสเอ็มอี นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในที่ประชุมครม. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ ยังแสดงความกังวลต่อเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะภาคเกษตร โดยสั่งการให้กระทรวงเกษตรฯ เข้าดูแล ทั้งเรื่องของการลดต้นทุนการผลิต ทำปุ๋ยสั่งตัด รวมไปถึงอัตราแลกเปลี่ยน ที่เงินบาทยังคงแข็
ตลาดสินค้าเกษตรประจวบฯยังร้าง!!แม่ค้าวอน’บิ๊กตู่’ใช้ม.44 บังคับรถทัวร์แวะจอดทุกคัน จากปีใหม่ถึงสงกรานต์ร้านขายสินค้าเกษตร ตลาดทุ่งกระต่ายขังยังร้างเหมือนเดิม แม่ค้าวอน “บิ๊กตู่” ใช้มาตรา 44 บังคับรถทัวร์ท่องเที่ยวล่องใต้แวะจอดทุกคัน วันที่ 14 เมษายน ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ประกอบการร้านค้าที่ตลาดทุ่งกระต่างขัง ติดกับสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบล( อบต.) อ่าวน้อย ริมถนนถนนเพชรเกมขาล่องใต้ หมู่ 3 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง ว่า ตลาดดังกล่าวกลายเป็นตลาดร้างไปแล้ว เพราะไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นล่อง 14 จังหวัดภาคใต้ หลังใช้งบประมาณกว่า 20 ล้านบาท จากงบประมาณของทางราชการตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 เพื่อให้เป็นจุดพักรถ และต่อมามีการพัฒนา ร้านจำหน่ายสินค้าการเกษตรพื้นเมือง ร้านขายสินค้าโอทอป อาคารเอนกประสงค์และลานพักผ่อนกลางแจ้ง ร้านกาแฟและห้องสุขา ก่อสร้างเสร็จสิ้นเมื่อเดือนกันยายน 2561 แต่ปรากฎว่าการค้าขายตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2562 ถึงล่าสุดเทศกาลวันหยุดยาวช่วงสงกรานต์ 2562 ยังไม่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจแวะซื้อสินค้าอย่างใด เจ้าของร้านค้าร
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เปิดเผยถึงแนวทางบริหารจัดการพื้นที่ตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก ใน พื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 4 (สศท.4) จังหวัดขอนแก่น ได้ทำ การศึกษาสินค้าเกษตรที่สำคัญ 4 ชนิด ของจังหวัด พบว่า ข้าวเหนียวนาปี, อ้อยโรงงาน, โคเนื้อ และกระบือ เป็น 4 สินค้าสำคัญที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงสุดของจังหวัด โดยทำการศึกษาเปรียบ เทียบระหว่างพื้นที่เหมาะสม (เอส1,เอส2) กับพื้นที่ไม่เหมาะสม (เอส3,เอ็น) เพื่อนำมา วิเคราะห์แนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ และนำเสนอสินค้าเกษตรทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงให้แก่ เกษตรกร สำหรับใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นที่ไม่เหมาะสม ของนาข้าวตามแผนที่เกษตรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก นางสาวทัศนีย์ กล่าวว่า จากการศึกษา พบว่า ปัจจุบัน จังหวัดมหาสารคาม มีพื้นที่เหมาะสม สำหรับ การปลูกข้าว จำนวน 1,380,100 ไร่ และพื้นที่ไม่เหมาะสม จำนวน 789,800 ไร่ ในขณะที่อ้อย โรงงาน มีพื้นที่เหมาะสม สำหรับการปลูกจำนวน 90,956 ไร่ และพื้นที่ไม่เหมาะสม จำนวน 8
4 ปี รัฐบาล”ประยุทธ์” เกษตรกรขายสินค้าได้ถูกลง ซ้ำเจอเอลนินโญถล่มซ้ำ เกษตรกร – เมื่อวันที่ 9 พ.ย. น.ส.จริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้ในช่วง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2557-2561 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้ามาบริหารประเทศ พบปี 2557 ดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้อยู่ที่ระดับ 142.21 และปี 2561 ดัชนีราคาสินค้าเกษตรที่เกษตรกรขายได้อยู่ที่ระดับ 126.60 แม้จะปรับตัวลดลงแต่ราคาสินค้าที่เกษตรกรขายได้ ยังสูงกว่าราคาปีที่ระดับ 100 ในปี 2548 ทั้งนี้ ดัชนีราคาของ สศก. ที่ปรับตัวลดลง เกิดจากมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรของประเทศมีแนวโน้มลดลง จากปี 2556 มูลค่าผลผลิตทางการเกษตรอยู่ที่ 1.42 ล้านล้านบาท ซึ่งลดลงในอัตรา 2.23% เหลือ 1.14 ล้านล้านบาท ในปี 2560 อันเป็นผลกระทบจากเกิดปรากฎการณ์เอลนิโญในประเทศไทยที่รุนแรงมากในช่วงปลายปี 2557 จนถึงต้นปี 2559 ทำให้ผลผลิตพืชสำคัญ คือ ข้าวนาปรังลดลงอย่างมาก รวมทั้งพืชไร่ ดังนั้นภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือชดเชยความเสียหายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัยแล้งดังกล่าวและเป็นกรณีพิเศษด้วยแล้ว รว
พาณิชย์เผยเงินเฟ้อเดือนต.ค.สูงต่อเนื่อง 16 เดือน ผลพวงอาหาร-เครื่องดื่ม-น้ำมันแพง ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรยังคงลดลง อาหาร-น้ำมันแพง ดันเงินเฟ้อพุ่ง – น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือ อัตราเงินเฟ้อ ในเดือนต.ค. 2561 ว่า อัตราเงินเฟ้อขยายตัวสูงขึ้น 1.23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 จากการสูงขึ้น หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.26% จากการสูงขึ้นของข้าวแป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง 4.87% ข้าวสารเจ้า ขนมอบ ขนมปังปอนด์ อาหารบริโภค-ในบ้าน 0.94% และอาหารบริโภค-นอกบ้าน 2.15% ข้าวราดแกง อาหารเช้า อาหารตามสั่ง เครื่องประกอบอาหาร 2.06% เครื่องปรุงรส น้ำพริกแกง ซอสพริก เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ 1.77% (กาแฟ และชาสำเร็จรูปพร้อมดื่ม) ไข่และผลิตภัณฑ์นม สูงขึ้น 0.73 % (นมผง นมสด นมเปรี้ยว) เนื้อสัตว์ เป็ดไก่และสัตว์น้ำ 0.21% (ปลาทู ปลาหมึกกล้วย) ขณะที่ผักและผลไม้ ลดลง 8.33% โดยผักสดลดลง 12.26% (ผักชี ผักคะน้า พริกสด) ผลไม้สด ลดลง 3.75% (เงาะ มะม่
ก.เกษตรฯ เดินหน้ายกระดับผลผลิต – บริหารจัดการน้ำ ประกาศเพิ่มสินค้าเป้าหมาย 5 ชนิด ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา สานต่อนโยบายตลาดนำการผลิตภายใต้งบประมาณปี 2562 เริ่ม ต.ค.นี้ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปีงบประมาณ 2562 ที่จะเริ่มต้นในเดือนตุลาคมนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้รับการจัดสรรจำนวน 111,762 ล้านบาท จำแนกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบุคลากรภาครัฐ จำนวน 25,492 ล้านบาท 2) กลุ่มงบประมาณรายจ่ายของกระทรวง/หน่วยงาน (Function) จำนวน 25,021 ล้านบาท 3) กลุ่มงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ (Agenda) จำนวน 53,366 ล้านบาท และ 4) กลุ่มงบประมาณรายจ่ายพื้นที่ (Area) จำนวน 7,882 ล้านบาท ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ยังเน้นสานต่อนโยบายตลาดนำการผลิต ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ สร้างความเป็นธรรมด้านราคาสินค้าเกษตร รวมทั้งสนับสนุนเกษตรกรให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มเกษตรกร เพื่อนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เน้นดำเนินการ 2 เรื่องหลัก คือแผนงานบูรณาการพัฒนาศักยภาพการผลิตภาคเกษตร และการบริหารจัดการ น้ำ วงเงินรว
หากจะซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรเเบบไม่ต้องไปถึงหน้าห้าง หรือเดินตลาดให้วุ่นวาย เพียงเเค่คลิกเดียว ก็สามารถจับจองเป็นเจ้าของสินค้าตั้งเเต่หน้าฟาร์ม ทั้งยังได้ราคาที่เป็นธรรม ผลิตภัณฑ์สดใหม่ ผู้ผลิตกับผู้บริโภคติดต่อกันได้ง่ายขึ้น คงเป็นอีกทางเลือกที่ดีเเละตอบโจทย์ผู้คนในปัจจุบันได้ เป็นที่มาให้เกิดการสร้างเเพลทฟอร์มที่ชื่อว่า “ฟาร์มโตะ” @ฟาร์มโตะคืออะไร “พี่โต อาทิตย์ จันทร์นนทชัย” ผู้ร่วมก่อตั้งฟาร์มโตะ เล่าถึงจุดเริ่มต้นให้ “ประชาชาติธุรกิจออนไลน์” ฟังว่า เเนวทางของฟาร์มโตะ (FarmTo) คือการเชื่อมเกษตรกรเเละผู้บริโภคเข้าด้วยกัน เป็นช่องทางการขายผลผลิตเกษตรรูปแบบใหม่ที่เชื่อมเกษตรกรและผู้บริโภคเข้าหากัน ผ่านวิธีการ “ร่วมเป็นเจ้าของผลผลิตการเกษตร” เพื่อให้ทั้งคู่ได้ช่วยเหลือและดูแลผลผลิตไปด้วยกัน หากผู้บริโภคต้องการเดินทางมาเยี่ยมชมผลผลิตก็สามารถเช็คพิกัดพื้นที่การเพาะปลูกได้จากในระบบเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวเกษตรกรจะจัดส่งผลผลิต ให้ผู้บริโภคตามที่อยู่ที่ได้ลงทะเบียนและบางชนิดสินค้าเกษตรจะมีการนัดรับผลผลิตบริเวณพื้นที่การเพาะปลูก “ฟาร์มโตะยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้ตั้งราคาขายผลผลิตด้วยตัวเองเ
นางสาวดุจเดือน ศศะนาวิน เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้า เกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาระดมความเห็นต่อร่างม าตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง หลักปฏิบัติด้านสุขลักษณะสำหรับ ทุเรียนแช่เยือกแข็ง ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง กรุงเทพฯ ว่า จากการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานสินค้าเกษตร ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้มีการจัดทำมาตรฐานหลักปฏิบัติด้านสุขลักษณะสำหรับทุเรียนแช่เยือกแข็งเป็นมาตรฐานบังคับ เนื่องจากทุเรียนแช่เยือกแข็ง เป็นสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญและมีแนวโน้มการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกปี ประกอบกับช่วงที่ผ่านมากรมวิชาการเกษตรได้รับแจ้งปัญหาจากผู้ประกอบการผลิตและส่งออกทุเรียนแช่เยือกแข็ง พบว่า เนื้อทุเรียนไม่ได้คุณภาพ มีสิ่งปนเปื้อนซึ่งไม่ใช่อาหาร รวมถึงพบค่าเชื้อแบคทีเรียเกินกว่าค่าที่กำหนด ขณะที่กระบวนการแช่แข็งก็ไม่มีการควบคุมคุณภาพในด้านกระบวนการผลิตที่เกี่ยวกับสุขลักษณะและความปลอดภัย จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่กระทรว งเกษตรฯ ต้องดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบต่อการส่งออกในภาพรวม และสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพทุเรียนแช่เ
หลังเผชิญภัยแล้งที่ค่อนข้างสาหัสมาไม่ต่ำกว่า 2 ปี และในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาฝนเริ่มกลับมาอีกครั้ง เกษตรกรไทยเกินกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรประเทศ ที่ฝากความหวังจากการปลูกพืชเศรษฐกิจขายมาแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งขึ้นสูง เริ่มเผชิญลางร้ายที่มาเยือนไม่ต่างจากภัยแล้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลังพืชเศรษฐกิจหลักราคาทรุดหนัก เกษตรกรได้ร้องเรียนภาครัฐมานานหลายเดือนแล้ว แต่การแก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องเกษตรกรของหน่วยงานรัฐกลับล่าช้าและไม่ตรงจุดที่ควรจะต้องรีบแก้ไข ขณะที่นายอภิศักดิ์ตันติวรวงศ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเริ่มวิตกเมื่อพบสัญญาเศรษฐกิจในเดือนกันยายนนี้เริ่มอ่อนตัว อาทิ ยอดขายปูนซีเมนต์ ยอดขายรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่งลดลง ทำให้เห็นว่าการบริโภคเริ่มลดลง จะต้องมีมาตรการออกมาเพิ่มเติม จากก่อนหน้านี้รัฐมีมาตรการไปยังภาคเกษตรมากพอสมควร รวมทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีนัดถกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เร่งปั๊มกำลังซื้อในประเทศ หลังจากการส่งออกสินค้าทำได้แค่ประคองตัว โดยเตรียมหามาตรการดันราคาสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มอำนาจซื้อให้กับเกษตรกร ที่ผ่านมา การแก้ปัญหาสินค้าเกษตรหลักข
