สินเชื่อบ้าน
ธอส. อัดมาตรการประเดิมรัฐบาลใหม่ ชงคลังเคาะปล่อยสินเชื่อบ้านราคา 3 ล้านบาท คิดดอกเบี้ยต่ำกว่า 2.5% คงที่ 3 ปี โดยใช้เงินจากการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ ที่เปิดจองวันแรกได้ผลตอบรับดี มั่นใจหมดสต๊อก 2.7 หมื่นล้าน ธอส. อัดมาตรการประเดิมรัฐบาลใหม่ – นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. เตรียมหารือกับ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง พิจารณามาตรการสินเชื่อผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง ให้สามารถซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทได้ และจะคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปี ต่ำกว่า 2.5% ต่อปี ในวงเงินปล่อยสินเชื่อประมาณ 2-3 หมื่นล้านบาท หากกระทรวงการคลัง พิจารณาผ่อนปรนเกณฑ์ดำเนินงานในมาตรการนี้ให้กับ ธอส. ได้โดยไม่ต้องคิดถึงผลกำไร ให้คิดเฉพาะต้นทุนการดำเนินการเท่านั้น และจะเป็นมาตรการคนละส่วนกับบ้านล้านหลังที่ ธอส. ดำเนินการอยู่ ทั้งนี้ วงเงินปล่อยกู้ในมาตรการดังกล่าว จะมาจากการจำหน่ายสลากออมทรัพย์ ธอส. ชุดวิมานเมฆ วงเงิน 2.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้เปิดให้เปิดบัญชีจองสิทธิตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา รวมทั้งการจำหน่ายสลากออมทรัพย์หน่วยละ 10 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดจำหน่ายในช่วงต่อไปให้กับกอ
มอบให้ชาวใต้!! สินเชื่อบ้าน ธอส. ดอกเบี้ยปีแรก 2.50% ต่อปี เงินฝากประจำเจ้าสัวแสนล้าน 18 เดือน รับดอกเบี้ยสูง 1.90% ต่อปี ลดกระหน่ำทรัพย์ NPA ราคาเริ่มต้นแค่ 35,000 บาท ที่งาน Money Expo Hatyai 2019 สินเชื่อบ้านธอส.ดอกปีแรก2.50% – นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนในภาคใต้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินของธนาคาร และได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ธอส. จึงได้ร่วมออกบูธในงาน งาน Money Expo Hatyai 2019 มหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 9 โดยนำผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้านไปให้บริการ นำโดยสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยต่ำ ปีที่ 1 = MRR-4.25% (2.50%) ต่อปี ปีที่ 2 = MRR-3.25% (3.50%) ต่อปี ปีที่ 3 = MRR-2.25% (4.50%) ต่อปี ปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ กรณีลูกค้าสวัสดิการ ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR-0.50% ต่อปี กรณีกู้ซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัย ดอกเบี้ยเท่ากับ MRR (ปัจจุบันดอกเบี้ย MRR ธอส. เท่
นวัตกรรมสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ผสมผสานจุดเด่น “กู้ง่าย ผ่อนสบาย มีรายได้หลังเกษียณ” ได้บ้านพร้อมวางแผนการเงินในแพ็กเกจเดียว ตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ ที่มีความต้องการในการวางแผนทางการเงินที่มั่นคงในชีวิต โดยตั้งเป้าลูกค้าแสนสิริใช้บริการสินเชื่อจากธนาคารออมสิน มูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 50% นายวันจักร์ บุรณศิริ ประธานผู้บริหารสายงานการเงินและสนับสนุนธุรกิจ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่อยู่อาศัยยังเป็นปัจจัยสำคัญ ที่ยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ลูกค้าต้องการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ ทั้งด้านการออกแบบที่สวยงาม ฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกต่อการใช้งานจริง และบริการที่ช่วยสนับสนุนการอยู่อาศัยอย่างลงตัว ตรงกับแนวทางการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ ซึ่งบริษัทได้มองเห็นเทรนด์การวางแผนทางการเงิน เพื่อความมั่นคงในระยะยาว ของกลุ่มคนอายุระหว่าง 25 – 55 ปี ที่ให้ความสำคัญกับการวางแผนทางการเงินสำหรับการเกษียณอายุในอนาคตถึง 55% ด้วยความเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคสมัยใหม่ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง ควบคู่กับการมีอิสระทางการเงินหลังเกษียณนี้เอง จึงได้ร่วมมือกับธนาคารออมสิ
ธอส. เคาะเงินกู้บ้านล้านหลังแล้ว 320 ล้านบาท คาดปีนี้แตะ 4 หมื่นล้านจากกรอบ 5 หมื่นล้าน โชว์ผลประกอบการปล่อยสินเชื่อใหม่พุ่ง 2.1 แสนล้านบาท กำไรโต 1.26 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานปี 2561 ว่า ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ทั้งสิ้น 213,161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.30% คิดเป็น 173,958 บัญชี สูงกว่าเป้าหมาย 24,243 ล้านบาท เป็นสินเชื่อที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 2 ล้านบาท จำนวนถึง 105,081 ราย ส่งผลให้ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,115,893 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.03% สินทรัพย์รวม 1,163,882 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.55% เงินฝากรวม 943,382 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.94% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 46,495 ล้านบาท คิดเป็น 4.17% ของยอดสินเชื่อรวม และมีกำไรสุทธิ 12,611 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ 12,137 ล้านบาท “ปี 2561 ถือเป็นครั้งแรกที่ ธอส. สามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ถึงระดับ 2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า ทั้งนี้ จากการหารือในสภาธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ มีความเห็นร่
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปี 2559 เมื่อเทียบกับ ณ สิ้นปี 2558 ว่า ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ 1.68 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 7% มียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 9.36 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.58% สินทรัพย์รวม 9.77 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.63% เงินฝากรวม 7.80 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.48% มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จำนวน 47,366 ล้านบาท คิดเป็น 5.06% ของยอดสินเชื่อรวม ลดลง 0.39% ซึ่งเป็นผลมาจากการจัดทำมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้กลับมามีสถานะปกติและยังคงได้มีบ้านเป็นของตนเองเช่นเดิม ส่งผลให้ธนาคารยังคงมีกำไรสุทธิ 9,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.53% ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ยังอยู่ที่ระดับแข็งแกร่งมากที่ 15.19% ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินกองทุนขั้นต่ำ 8.50% ที่กำหนดโดยธนาคารแห่งประเทศไทย นายฉัตรชัย กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2559 ยังต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย เช่นกำไรต่ำกว่าเป้าหมาย 40 ล้านบาท เนืองจากปีที่ผ่านมามีแคมเปญดอกเบี้ยต่ำสูง และเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลที่ไม่เน้นให้แบงก์รัฐทำกำไรสูงๆ
