สินเชื่อ
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม C โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว คุณวรมิตร ครุฑโต รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนา “ทางเหลือ-ทางรอด SMEs ยุค 4.0” ซึ่งจัดโดย “เส้นทางเศรษฐี” นิตยสารรายเดือน เฟซบุ๊กแฟนเพจ และเว็บไซต์ เพื่อผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม ว่า ปัจจุบัน เอสเอ็มอี แบงก์ มีเงินทุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการกู้ยืม 50,000 ล้าน โดยผู้ประกอบการสามารถกู้ยืมได้ในวงเงินไม่เกิน 5 ล้าน ดอกเบี้ย 3% ใน 3 ปีแรก สามารถกู้ได้ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา โดยใช้ บสย. ในการค้ำประกัน และหากอยากกู้มากกว่านี้ ทางธนาคารสามารถประสานงานติดต่อกับสินเชื่อเจ้าอื่นให้ท่านได้ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME Bank เป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐบาลที่จัดขึ้นมาเพื่อดูแลผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะ ทางธนาคารมองว่า การที่จะนำเงินไปลงทุนในกิจการของท่านอย่างเดียวนั้น ไม่ใช่ทางรอด ทางรอดที่สำคัญนอกจากเงินคือการเปลี่ยนแนวคิดของท่าน ทำแล้วมันเกิดผลและไปเชื่อมต่อกับสังคมออนไลน์เพื่อเป็นการต่อยอดให้ธ
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมิถุนายนธนาคารเตรียมเปิดตัวสินเชื่อเพื่อส่งเสริมอาชีพกลุ่มเศรษฐกิจฐานราก ตามนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้วยสินเชื่อในกลุ่มค้าขายอาหารข้างทาง (สตรีทฟู้ด) เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวห้องแถว ร้านขายอาหารตามสั่ง ร้านน้ำดื่ม รวมถึงสนับสนุนเช่าซื้อรถขายอาหารเคลื่อนที่ (ฟู้ดทรัก) ซึ่งออมสินพร้อมให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำประมาณ 0.4-0.5% ต่อเดือน ถูกกว่าดอกเบี้ยของโครงการธนาคารประชาชนกว่าครึ่ง เพราะสินเชื่อสตรีทฟู้ดเป็นสินเชื่อที่นำไปหารายได้เพิ่ม หากลูกค้ามีหลักประกัน เช่น มีรถ ห้องแถว สิทธิการเช่ามาค้ำประกัน สามารถกู้ได้ถึง 1 ล้านบาทต่อราย แต่ถ้าเป็นรถเข็นธรรมดา ไม่เกิน 5 แสนบาทต่อราย เตรียมวงเงินปล่อยกู้ประมาณ 3 พันล้านบาท คาดว่ามีผู้กู้ประมาณ 1 หมื่นราย นายชาติชายกล่าวต่อว่า นอกจากการสนับสนุนเรื่องสินเชื่อแล้ว ธนาคารได้วางแผนช่วยสร้างแบรนด์และด้านการตลาดให้กับร้านค้าดังกล่าว โดยมีแนวคิดให้ใบรับรองคุณภาพอาหาร มีรายการเรียลลิตี้โชว์เพื่อช่วยโปรโมต โดยขอเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ ทั้ง กทม. เทศบาล ในการสนับสนุนจัดพื้นที่ให้
นายพัชร สะมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2559 เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ทำให้ภาคธุรกิจรายใหญ่ยังมีความต้องการสินเชื่อและระดมทุนผ่านตลาดทุน ขณะที่ธุรกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพิ่มมากขึ้นจากมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ ที่ออกมา เช่น มาตรการบัญชีเดียว กฎหมายหลักประกันธุรกิจ และระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีเพย์เมนต์) ซึ่งช่วยให้การทำธุรกิจสะดวกมากขึ้น แต่การปล่อยสินเชื่อก็ยังต้องมีความระมัดระวัง โดยธนาคารได้แบ่งการปล่อยสินเชื่อเป็น 4,000 อุตสาหกรรม จำนวนนี้กว่า 1,000 อุตสาหกรรม เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยง “ปีนี้มี 108 อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เพราะราคามีความผันผวน เช่น สินค้าเกษตรและพืชไร่ เหล็ก และอัญมณี เป็นต้น ขณะที่กลุ่มธุรกิจโรงแรม ยังมีปัญหาทัวร์จีนและทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำให้ธุรกิจมีรายได้ลดลงและขาดสภาพคล่อง เพราะมีการแข่งขันด้านราคา แต่พบว่าลูกค้ามีการชำระหนี้ได้ดีกว่าเดิมหลังจากที่ได้มีการปรับการชำระ หนี้ตามฤดูกาลท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้ดีขึ้
