สี่มุมเมือง
เปิดใหม่ ท้าให้ลอง “ปลาทับทิม” จาก Fish Bear Farm กระชังฟาร์มปลาทับทิมใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี เปิดให้บริการแล้ว Fish Bear Farm ขายส่งปลาทับทิมคุณภาพ จากฟาร์มปลาที่เลี้ยงแบบกระชังแม่น้ำธรรมชาติ ใหญ่ที่สุดจากจังหวัดกาญจนบุรี ที่โซนตลาดปลา-อาหารทะเล สี่มุมเมือง มีบริการคัดไซซ์ คัดน้ำหนักตามความต้องการ เหมาะสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร จัดเลี้ยง โต๊ะจีน หรือจะรับไปขายปลีก ตลาดนัด ตลาดสด รถเร่ รับประกันความแข็งแรงของปลาที่ส่งตรงสดใหม่ทุกวันจากฟาร์ม พิเศษ ทางร้านมีโปรโมชันใหม่ หมุนเวียนเพื่อเอาใจผู้ประกอบการ สามารถสอบถามโดยตรงกับ Fish Bear Farm สาขาตลาดสี่มุมเมือง ได้ที่เบอร์ 081-910-2017 และ 087-498-0232
มีเท่าไหร่ไม่เคยพอ! ขายผักป่าผักพื้นบ้าน เจาะกลุ่มคนไกลบ้าน สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ มีขายเท่าไหร่ไม่เคยพอ! ผักป่า ผักบ้าน อย่าง ชะอม ดอกกระเจียว ผักเสี้ยว ผักแขยง ผักแพว ใบขี้เหล็ก ใบเหลียง ฯลฯ ผักที่เหมือนจะหากินง่าย แต่ไม่ง่ายในเมืองกรุง จุดนี้ทำให้ คุณสากล วงศา หรือ เจ้เอ๋ อายุ 52 ปี เจ้าของร้านผักป่าผักพื้นบ้านที่ตลาดสี่มุมเมือง และยังเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มเกษตรกรชุมชน จังหวัดนครนายก เกิดปิ๊งไอเดีย ขายผักพื้นบ้านผักป่าให้คนไกลบ้านได้กินให้หายคิดถึง ก่อนเข้าวงการขายผัก เจ้เอ๋ ทำอะไรมาก่อน อาชีพดั้งเดิมคือเปิดร้านสเตนเลส ที่นครนายก รับทำประตูรั้ว รับงานช่างต่างๆ แล้วก็ปลูกผักหวานบ้านควบคู่ไปด้วย โดยส่งให้พี่สาวที่มีร้านอยู่ตลาดสี่มุมเมืองขาย ตอนนั้นผักหวานบ้านที่ส่งไปขายเป็นที่ต้องการของตลาดฯ มากๆ เรียกว่าติดตลาดเลย มีเท่าไหร่ก็ไม่เคยพอ จึงเกิดแนวคิดรวมกลุ่มเกษตรกรชุมชนขึ้นมา ซึ่งผักที่ขายมาจากลูกไร่ในกลุ่มเกษตรกรชุมชน จังหวัดนครนายก โดยกลุ่มเกษตรกรชุมชนนี้เจ้เอ๋เป็นผู้รวบรวมและจัดตั้งขึ้นมาด้วยตัวเอง มีการช่วยเหลือกันในกลุ่มตั้งแต่สอนปลูก สอนหาต้นกล้า ไปจนถึงรับซื้อผลผลิต มีการนัดประช
ทายาทฟาร์มปลา พลิกวิกฤต เปลี่ยนมาเลี้ยงปลาดุก สร้างยอดขายกว่า 300,000 กิโล ทุกเดือน แม้ว่าที่บ้านจะปูทางไว้ก่อน แต่วิกฤตทำให้ คุณเมือง หรือ คุณธเนศพล อภิญวัฒนานนท์ อายุ 24 ปี เจ้าของเมือง ราชาปลาดุก ฟาร์มปลาดุกที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรี ลุกขึ้นมาฮึดสู้ด้วยสิ่งที่มีอยู่ เพื่อให้ธุรกิจที่บ้านและลูกน้องทุกคนต้องรอดไปด้วยกัน “ผมเป็นรุ่นสองที่เข้ามาสานต่อธุรกิจครอบครัว นั่นคือการทำฟาร์มปลาช่อน ซึ่งถือว่ามีประสบการณ์มากถึง 20 ปี ความเก่ง ความชำนาญ พ่อผมไม่เป็นรองใคร แต่เหมือนโชคชะตาพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อ 4-5 ปีก่อน เกิดวิกฤตปลาช่อนไทยราคาตกฮวบ เพราะมีคนนำเข้าปลาช่อนจากประเทศเพื่อนบ้านมาตีราคาในตลาดบ้านเรา ทำให้ธุรกิจที่บ้านแทบล้ม ผมเลยมาคิดทบทวนว่าเราจะไปทางไหนต่อ” ด้วยความเป็นเถ้าแก่เมื่อหันมามองลูกน้อง ทุกคนล้วนมีครอบครัวที่ต้องดูแล แล้วที่บ้านก็เป็นเกษตรกรทำฟาร์มปลามาตลอด ตั้งแต่เด็กจนโตก็หายใจเข้าออกเป็นปลา เลยคิดว่าต้องลองสู้สักตั้ง “ผมเริ่มจากอุปกรณ์ต่างๆ ที่เรามี พื้นที่เราก็มี ทำเลการทำฟาร์มปลาก็พร้อม เลยลองเปลี่ยนสายพันธุ์ ปลาอะไรที่คนกินเยอะ นอก
“เข็นผัก” เลี้ยงครอบครัว อาชีพแสนธรรมดา แต่รายได้ดี วันละ 800-1,000 บาท ในทุกๆ วันจะมีผู้ประกอบธุรกิจด้านอาหารน้อยใหญ่หมุนเวียนเข้ามาซื้อผักผลไม้ที่ตลาดสี่มุมเมือง และต่างคนต่างต้องพยายามขนสินค้ากลับไปให้ได้มากที่สุด เพื่อประหยัดต้นทุนในการขนส่ง ซึ่งหัวใจสำคัญตรงนี้ ทำให้มีอาชีพน่าสนใจ คือเหล่าพี่วินรถเข็นเสื้อแดงและพี่วินเสื้อชมพู ผู้เชี่ยวชาญด้าน การรับ-การส่ง การโยน-การเรียง สินค้านานาชนิดขึ้นสู่รถผู้ซื้อ หลายคนฟังแล้วอาจจะดูธรรมดาหรือไม่เคยได้ยิน แต่กลับเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่สำคัญ จนขาดพวกเขาเหล่านี้ไปไม่ได้เลยในตลาดกลางค้าส่งผักผลไม้ขนาดใหญ่ บนพื้นที่ 350 ไร่ แห่งนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้พูดคุยกับหนึ่งในวินรถเข็นเสื้อแดง คุณลุงคาญน์ พรหมศรีแก้ว อายุ 55 ปี ลุงคาญน์ เป็นคนจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นลูกหลานชาวนา ปลูกข้าวมาตั้งแต่รุ่นทวด กระทั่งมาถึงรุ่นตนเอง ทำแล้วมีแต่ขาดทุน เลยตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ มาตายเอาดาบหน้า มาหางานทำเพื่อจุดมุ่งหมายเดียว คือเลี้ยงครอบครัว “ลุงเรียนมาน้อย จบแค่ ป.6 สมัครอะไรไม่ค่อยได้ วันหนึ่งมีคนมาชวนบอกให้มาลองเข็นผักที่สี่มุมเมืองสิ รายไ
เรียกเจ๊สิคะ! ลูกแม่ค้า ชีวิตพลิก ขายต้นหอมท้ายรถ กวาดรายได้หลายล้าน จากชีวิตลูกแม่ค้าในตลาด สู่เจ้าของธุรกิจขายต้นหอมท้ายรถ รายได้ 6,000,000 บาทต่อเดือน เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นมาจาก คุณชลลดา ชมภูนุช อายุ 37 ปี หรือที่ใครๆ เรียกว่า เจ๊ส้ม ชีวิตของเธอเติบโตมาในตลาด เพราะพ่อแม่นำมะละกอมาขายส่งอยู่ที่นั่น “รายได้ตอนนั้น ไม่ได้มากมายอะไร แค่พออยู่ได้ ตอนอายุ 16 ย่าง 17 ปี ก็ไม่ได้เรียนต่อ เพราะมีครอบครัว กลายมาเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตทันที ต้องยืนได้ด้วยตัวเอง เลยตัดสินใจเข้ามาหาอาชีพในตลาดสี่มุมเมือง ด้วยเงินติดตัวแค่ 3,000 บาท” เจ๊ส้ม เล่าให้ฟัง งานแรกของเจ๊ส้ม คือ รับจ้างตัดผักขายท้ายรถ 2-3 ตันต่อวัน ได้ค่าแรงราวๆ 250 บาท/คัน ในระหว่างทำงานเธอใช้ทั้งความพยายาม ความอดทน รวมทั้งเก็บเงินไปพร้อมๆ กับเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทำแบบนั้นอยู่ 5-6 ปี ก็เริ่มรู้จักพ่อค้าแม่ค้าและชาวสวนมากขึ้น จึงตัดสินใจนำเงินเก็บไปออกรถกระบะมือสอง 1 คัน และเริ่มผันตัวเองมารับซื้อผักโดยตรงจากชาวสวน “ธุรกิจเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนประสบความสำเร็จมาถึงทุกวันนี้ ปัจจุบันเจ๊วิ่งรถนำผักเข้ามาขายในตลาดสี่มุมเมือ
จากลูกจ้าง สู่เถ้าแก่แผงผักเงินแสน ผุดบริการโดนใจลูกค้า “กะหล่ำปลีเคลมได้” จากอาชีพเด็กโยนผักท้ายรถ สู่การนำเงินเก็บก้อนแรกในชีวิตหลักหมื่นบาท เปิดร้านขายผักของตัวเอง ถึงปัจจุบันค้าขายในตลาดสี่มุมเมืองมาแล้ว 15 ปี และยังมีบริการโดนใจลูกค้า “ผักกะหล่ำเคลมได้” จุดเริ่มต้นร้านผัก คุณอาทิตย์ แสนสงคราม อายุ 42 ปี เจ้าของแผงผัก เล่าให้ฟัง เริ่มต้นเป็นเด็กโยนผักท้ายรถ ขนกะหล่ำปลี จากจังหวัดเชียงราย ให้เถ้าแก่นำมาขายที่ตลาดสี่มุมเมือง อาศัยเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์พอสมควร จึงตัดสินใจนำเงินทุนก้อนแรกในชีวิต 30,000 บาท เก็บจากน้ำพักน้ำแรงมาเปิดร้านขายผัก แต่ช่วงแรกขายไม่ได้เลย “ผมยังไม่รู้จักจังหวะราคาผักขึ้นลงแต่ละวัน เช่น วันไหนผักลงมาเยอะ ราคาจะลง วันไหนผักน้อย ราคาจะขึ้น ลูกค้าประจำก็ไม่มี เพราะเป็นเจ้าใหม่ ต้องอาศัยความอดทนและความพยายามผ่านไปให้ได้” ก่อนเล่าต่อ เมื่อก่อนยังเป็นลานผัก ต้องยอมเปียกยืนกางร่มให้ผักไม่เน่าเสีย จนในที่สุดโอกาสก็มาถึง เมื่อตลาดสี่มุมเมืองทำตลาดผักยุคใหม่ จึงไปลงชื่อเพราะอยากมีร้านเป็นของตัวเอง แล้วก็โชคดีจับฉลากได้ร้านหัวมุมพ
เริ่มต้นธุรกิจ “รถเร่” ไม่ยาก! สี่มุมเมือง จัดสัมมนาฟรี ใครตกงาน ลงทะเบียนด่วน ตลาดสี่มุมเมือง จัดสัมมนา “รถเร่ก็รวยได้” สร้างโอกาส ให้ความรู้ เพิ่มรายได้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน พร้อมฟังประสบการณ์ความสำเร็จกว่า 10 ปี จากรุ่นพี่สมาชิกเครือข่ายรถเร่สี่มุมเมืองที่มาเผยสูตรลับความสำเร็จแบบหมดเปลือก ในวันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม 2565 เวลาตั้งแต่ 13.00 น. เป็นต้นไป ที่อาคารสำนักงาน 2 ตลาดสี่มุมเมือง ภายในงานนอกจากผู้ร่วมงานจะได้รับความรู้กลับไป ยังได้รับสิทธิพิเศษ อาทิ – เข้าร่วมสมาชิกเครือข่ายรถเร่สี่มุมเมืองฟรี ซึ่งปัจจุบันสี่มุมเมืองมีเครือข่ายรถเร่มากกว่า 1,000 คัน โดยสมาชิกจะได้รับสิทธิพิเศษจากตลาดมากมาย อาทิ ส่วนลดการเติมน้ำมัน แนะนำเส้นทางการค้า ที่จอดพิเศษสำหรับรถเร่ ฯลฯ – สินเชื่อเงินด่วนสมัครง่าย อนุมัติไว ได้รับเงินทุนในอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคารกสิกรไทย และรถยนต์ Isuzu ที่จะมาให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดภายในงาน – รับส่วนลดพิเศษสำหรับมือใหม่ธุรกิจรถเร่ที่สนใจต่อเติมรถแบบถูกกฎหมายจากบริษัทที่มีประสบการณ์เปิดมาแล้วกว่า 15 ปี – ทัวร์เส้นทางสถานที่
ปิดร้านข้าวแกง ขายข้าวเหนียวมูน เงินล้าน แชร์สูตรเด็ดทำขาย 37 ปี ข้าวเหนียวมูน ข้าวเหนียวมะม่วง เมนูไทยๆ ยอดนิยมมากในช่วงหน้าร้อน และยังดังไกลไปทั่วโลก ลองมาดูร้านดังประจำตลาดสี่มุมเมือง “ร้านเจ๊เนี้ยวข้าวเหนียวมูน” ที่ก่อนหน้านี้เคยเปิดร้านข้าวแกง แต่ข้าวเหนียวมูนดันขายดีกว่า จึงปรับหน้าร้านใหม่ ขายข้าวเหนียวมูนโดยเฉพาะ เป็นขวัญใจลูกค้ามานาน 37 ปี สร้างยอดขายถล่มทลายหลักล้านบาทต่อเดือน ร้านเจ๊เนี้ยวข้าวเหนียวมูน เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2528 หรือประมาณ 37 ปีที่แล้ว โดย เจ๊เนี๊ยว-คุณดนิตา กีรติบุญญากร ปัจจุบันอายุ 73 ปี ปัจจุบันส่งไม้ต่อให้รุ่นลูก คุณปุณณดา กีรติบุญญากร วัย 48 ปี ช่วยดูแล คุณปุณณดา เล่าให้ฟัง แรกเริ่มเดิมที ขายข้าวแกงเป็นหลัก และเสริมด้วยของหวานอย่างข้าวเหนียวมะม่วง แต่ข้าวเหนียวมะม่วงขายดีกว่า มียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงยกเลิกการขายข้าวแกง มาขายข้าวเหนียวมะม่วงเป็นอาชีพประจำ จากข้าวเหนียวมูน ข้าวเหนียวมะม่วง ใช้สายพันธ์ุน้ำดอกไม้ หวานหอมอร่อย ที่เป็นไฮไลต์เด็ดของร้าน คุณปุณณดา ได้เพิ่มสินค้าให้หลากหลายมากขึ้นจากแต่ก่อน ได้แก่ ข้าวเหนียวสังขยา ขนมหม้อแกง ขนมหวานที่
สี่มุมเมือง เปลี่ยนขยะอินทรีย์ในตลาด เป็นอาหารสัตว์ ช่วยเกษตรกร ลดต้นทุน ในช่วงที่ผ่านมา ต้นทุนอาหารสัตว์ มีการปรับเพิ่มสูงขึ้น ด้วยหลายปัจจัย เช่น ข้าวโพด เมื่อก่อนกิโลกรัมละ 6-8 บาท ขณะนี้ 11-12 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนข้าวสาลี ก็มีราคาปรับสูงเช่นกัน เพราะแหล่งผลิตข้าวสาลีรายใหญ่ของโลกคือ ยูเครน กำลังอยู่ในภาวะสงครามกับรัสเซีย ลองมาดูแนวคิดการเปลี่ยนขยะอินทรีย์ ในสี่มุมเมือง สู่อาหารโคและอาหารปลา สามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ได้หลายบาท และเป็นแนวทางให้ตลาดอื่นๆ นำไปปรับใช้ในช่วงนี้ “สี่มุมเมือง” เป็นตลาดค้าส่งผักผลไม้ ที่เผชิญปัญหาใหญ่ คือการกำจัดขยะ 230 ตันต่อวัน ทำให้มีภาระต้นทุนฝังกลบกำจัดขยะ สูงถึงปีละ 35 ล้านบาท โดยตลาดได้ทำการเปลี่ยนขยะอินทรีย์ เป็นอาหารสัตว์ จนสามารถลดต้นทุนการกำจัดขยะได้มากถึงปีละ 4 ล้านบาท และสร้างรายได้เพิ่ม นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ประกอบการ บ่อปลา ฟาร์มโค ประหยัดต้นทุน ได้อาหารสัตว์คุณภาพดี 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ปนเปื้อนขยะอื่นๆ สามารถนำไปให้เป็นอาหารสัตว์ได้เลย อีกทั้งยังช่วยสร้างวินัย การร่วมแรงร่วมใจจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาด ตั้งแต่ขั้นตอนการคัด
