สู้ชีวิต
‘ห่อข้าวหอม’ ร้านอาหารชื่อดังจากกระทู้ในพันทิปมาระยะหนึ่ง เป็นร้านขายอาหารเล็กๆ อยู่แถวสำโรง ขายราคาถูก มีเมนูอยู่ 2 อย่าง คือข้าวกะเพราไก่กับข้าวไข่เจียวเท่านั้น คุณแก้ว ธนาเทพ ใจพุก วัย 20 ปี โดย คุณแก้ว – ธนาเทพ ใจพุก เจ้าของร้านควบตำแหน่งพ่อครัววัย 20 ปี เล่าให้ฟังว่า เปิดร้านห่อข้าวหอมมาได้ 1 เดือนกว่า ก่อนจะมาเปิดร้าน เรียนแค่ปวช. และทำงานพาร์ทไทม์เหมือนเด็กคนอื่นๆทั่วไป แต่คิดว่า พาร์ทไทม์ เป็นอาชีพที่ไม่มีความมั่นคง สร้างเส้นทางชีวิตที่แน่นอนในอนาคตไม่ได้ อีกทั้งตนเอง เป็นคนชอบทำและชอบทานข้าวกะเพราไก่ และ ข้าวไข่เจียวเป็นประจำ เมื่อไปทานที่ร้านอาหารอื่นๆ รู้สึกว่าเขาเอาเปรียบผู้บริโภค ทั้งวัตถุดิบ ราคา และปริมาณ จึงคิดเปิดร้านขึ้นมา โดยตั้งใจไว้ว่าจะไม่เอาเปรียบผู้บริโภค ต้องใช้วัตถุดิบอย่างดีในการทำ และขายในราคาที่คนทุกฐานะสามารถซื้อทานได้ ตอนเปิดร้านแรกๆ มีเงินทุนเพียง 14,000 บาท จากการทำงานเก็บออมมา 2 ปี คุณแก้วเล่าต่อว่า ครึ่งเดือนแรกในการขายข้าว ตนเกือบหมดทุนเหมือนกัน วันๆหนึ่งขายได้กำไรน้อยมาก ได้ประมาณ 100 – 200 บาท ซึ่งนับว่าขายไม่ค่อยดีนัก แต่มีคุณแม่ที่
เศร้าจัง! สังขารไม่ไหวแต่ใจสู้ คุณยายวัย 99 ขายกล้วยทอด พ้อ “ป่วยอยู่หลายวัน รายได้ก็ไม่มี” เรื่องราวน่าทึ่งของ คุณยายวัย 99 ปี ที่ยังยึดอาชีพแม่ค้า ปั่นรถซาเล้งขายกล้วยทอดอยู่ในตัวเมืองจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งตกเป็นข่าวเมื่อไม่นานนี้ มีผลต่อใจของใครหลายคน จนบรรดาผู้อาศัยอยู่ในละแวก พากันไปตามหาเพื่ออุดหนุนสินค้าของคุณยายคนละถุงสองถุง แต่ปรากฏว่าตามหาตัวคุณยายไม่เจอ ทั้งที่ตามปกติแล้วคุณยายจะออกมาขายของแทบทุกวัน ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน” ไปพบคุณยายท่านดังกล่าวถึงที่บ้านพัก ซึ่งอยู่ย่านถนนพระองค์ดำ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งคุณยาย ออกมาต้อนรับด้วยอาการอิดโรยเล็กน้อย จึงถามไถ่ถึงสุขภาพ คุณยาย บอก ช่วงนี้เป็นหวัด ไอและมีไข้ เลยหยุดขายของได้สองสามวันแล้ว พูดคุยกันนิดหน่อย สีหน้าของคุณยายสดชื่นขึ้น จึงอยู่เป็นเพื่อนต่อ เลยขอให้คุณยาย เล่าประวัติความเป็นมาให้ฟัง ท่านก็ใจดีเหลือหลาย ย้อนความทรงจำให้ฟังว่า ชื่อ จำลอง วงค์หงษา เกิดวันที่ 1 เมษายน 2462 ปัจจุบันอายุ 99 ปี อีกไม่กี่วันอายุก็จะครบ 100 ปีแล้ว พื้นเพดั้งเดิมเป็นคนอำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย สมัยสาวๆ มีอาชีพทอผ้าขา
คุณยายสู้ชีวิต สามี-ลูกตาย ต้องหาบขนมขายเช้ายันดึกทุกวัน หาเงินใช้หนี้สหกรณ์ คุณยายสู้ชีวิต – เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 2 มี.ค. จากกรณีที่โซเชียลแชร์ภาพคุณยายหาบขนมขาย หน้าตลาดเมเจอร์รังสิต และได้มีการนำเสนอข่าวออกไปนั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พูดคุยกับ นางบอม ซ่อนกลิ่น วัย 71 ปี ที่หอพัก ซอยรังสิต-นครนายก 24 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นายลำจวล คำวงศ์ เจ้าของหอพัก เผยว่า ยายบอม เข้ามาพักอยู่ตั้งแต่ปี 2554 พร้อมลูกและหลาน ต่อมาลูกหลานได้ย้ายหนีไป นานทีจะมาหายาย หลังๆไม่มาหาเลย ปล่อยให้ยายต้องช่วยเหลือตัวเองมาตลอด ด้วยการหาบขนมเร่ขายไปตามสถานที่ต่างๆตังแต่เช้า จนมีข่าวออกมา ด้าน ยายบอม เผยว่า วันนี้มาขายขมที่หน้าไปรษณีย์ รังสิต ตั้งแต่ 8.00 น. ช่วงบ่ายจะไปขายต่อที่หน้าศาลพระภูมิเมเจอร์ รังสิต จนกว่าจะหมด อาจจะถึง 3-4 ทุ่ม ค่อยกลับเข้าบ้าน ตอนนี้ยายเป็นหนี้กับสหกรณ์อยู่เยอะ ต้องชดใช้หนี้ทั้งหมด หลังจากที่สามีและลูกได้เสียชีวิตไปหมดแล้ว ต้องขายขนมต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะใช้หนี้หมด
เปิดใจ น้องกิจ โตเกียว จุดเปลี่ยนชีวิต อยากช่วยพ่อแม่ขายของตั้งแต่ 6 ขวบ เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 27 ก.พ. ที่ร้านน้องกิจโตเกียว ตลาดพิชัย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวได้พบกับ ด.ช.ดนิษฐ์ แซ่อ้าย อายุ 14 ปี เด็กชายยอดกตัญญู ที่ออกมาขายโตเกียวช่วยครอบครัว และหาเงินส่งตัวเองเรียน ซึ่งได้รับความสนใจจากโซเชียล เมื่อภาพและคำสัมภาษณ์ของน้องกิจบางส่วนได้เผยแพร่ออกไป น้องกิจ เปิดเผยว่า ตนเริ่มทำงานช่วยครอบครัวตั้งแต่อายุ 6 ขวบ เพราะเห็นพ่อกับแม่ทำงานหนัก อีกทั้งแม่ยังมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ จึงไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ “จุดนั้นมันทำให้ผมรู้สึกว่า อยากจะให้พวกเขาได้อยู่สบายกว่านี้ ไม่ต้องทำงาน หรือแบกภาระทั้งหมดไว้เอง จึงคิดว่าควรจะทำอะไรสักอย่างที่ให้พวกเขาไม่ลำบาก” น้องกิจ เปิดเผยต่อว่า ไม่เคยรู้สึกอายที่ต้องมาขายของแบบนี้ หลายครั้งก็รู้สึกเหนื่อยกับการทำงาน แต่พอเห็นพ่อกับแม่ยากลำบากต้องหาเงินเลี้ยงครอบครัว ก็มีกำลังทำงานต่อได้ ทำแบบนี้ไม่เคยหยุด คือ ตื่นตั้งแต่ตีห้า มาช่วยแม่เตรียมของไปขาย จากนั้นจึงไปเรียน พอตกเย็นก็มาช่วยพ่อขายโตเกียว ขายดีบ้างไม่ดีบ้าง มาขายก็เหนื่อยกว่าที่คิด ผมไม่เคยร
ชีวิตยังต้องเดินไป สุดยอดคุณแม่ นำลูกน้อยแบกใส่หลังกวาดถนน เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ท่ามกลางความเคร่งเครียดจากการเมือง และสภาพอากาศ หากใครได้พบภาพชีวิต พนักงานกวาดถนน เธอได้นำลูกน้อยแบกใส่หลัง พร้อมกวาดถนนทำความสะอาด จะพากันยิ้ม ประทับใจ และชื่นชมในที่สุดแห่งความรัก ความห่วงใยของแม่ที่มีต่อลูก ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรีราย งานว่า ขณะขี่รถ จยย.เดินทางผ่านถนนสายปราจีนอนุสรณ์ ซอย 2 ต.หน้าเมือง อ.เมืองปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี พบภาพประทับใจ เป็นภาพของคุณแม่ พนักงานกวาดถนนหญิง ทราบชื่อต่อมาคือ นางสมศรี ทองคำแสง อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 136/2 ถนนแจ้งพัฒนา ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี เธอได้นำลูกน้อยแบกใส่หลังพร้อมกวาดถนนทำความสะอาด จากหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เกือบถึงหน้าโรงเรียนเทศบาล 2 (วัดหลวงปรีชากูล) โดยลูกชายกำลังหลับๆ ตื่นๆ บนหลังแม่ที่กำลังกวาดทำความสะอาดถนน นางสมศรีกล่าวว่า ลูกชายเป็นบุตรคนที่ 2 อายุ 10 เดือน ลูกคนโตอายุ 11 ปี ปกติกวาดถนนหน้าสถานีรถไฟถึงร้านตะโกราย วันนี้มากวาดถนนช่วยพ่อที่ป่วยเส้นเลือดตีบในสมอง ระยะทางเกือบ 4 กม.เศษๆ ที่นำลูกชายใส่เป้แบกใส่หลังพร้อมกวาด
ลุงวัย 70 ปี สู้ชีวิต เก็บขยะขาย ทำมากว่า 10 ปี เก็บหอมรอมริบ จนมีเงินซื้อที่ดินปลูกบ้าน ปลูกปาล์มน้ำมัน ได้กว่า 30 ไร่ เผยไม่อายเก็บขยะขาย เพราะเป็นอาชีพสุจริต ไม่ต้องลงทุน ถ้าไม่เลือกงาน ขยัน ซื่อสัตย์ จะทำงานอะไรก็ทำได้ เก็บขยะขาย / เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีชายชราคนหนึ่งที่หากินโดยการเก็บขยะขาย จนสามารถซื้อที่ดินได้นับ 10 ไร่ จึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยพบชายคนดังกล่าว ทราบชื่อคือนายบา กล้าหาญ อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 35/5 ม.5 ต.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร กำลังเดินเข้าไปคุ้ยเขี่ยหาเก็บเศษขยะ พลาสติก อยู่ในที่ทิ้งขยะขององค์การบริหารส่วนตำบลละแม ม.14 อ.ละแม จ.ชุมพร ก่อนจะเดินแบกเศษขยะที่เก็บมาได้ใส่กระสอบปุ๋ยนำมาคัดแยก บริเวณใต้ร่มไม้ริมถนนด้านหน้าของที่ทิ้งขยะ ลุงบา เล่าให้ฟังว่า เดิมตนเป็นคนจ.มหาสารคราม เมื่อเติบโตเป็นหนุ่มก็จากบ้านมายึดอาชีพเป็นกรรมกรอยู่ที่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ทำงานได้หลายปี จนมีภรรยาและลูกหญิงและชายด้วยกัน 4 คน ซึ่งเมื่อก่อนหลายสิบปี อ.วิเชียรบุรี ไม่เจริญมากนัก ตนก็ก่อร่างสร้างตัวเก็บเงินจนซื้อที่ดินได้ 5 ไร่ ลุงบา กล่าวต่อว่า จนปี 25
ชีวิตต้องไม่ยอมแพ้! ชายพิการตั้งแต่อายุ 9 ขวบ ขี่ 3 ล้อ ขายของ ช่วยเหลือตัวเอง ชายพิการ – วันที่ 22 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้พบกับชายพิการยอดกตัญญู คือ นายอิสมาแอ สาและ หรือ ปีเดะ อายุ 31 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านปูนชั้นเดียว เลขที่ 40 ม.5 ต.โต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ที่เป็นผู้พิการขาทั้ง 2 ข้าง และมือซ้าย ซึ่งอาศัยอยู่กับบิดาคือ นายมามะ สาและ อายุ 57 ปี นางมาซือนะ อารง มารดา อายุ 42 ปี อาชีพรับจ้างกรีดยางพารา และสมาชิกในครอบครัว รวม 8 คน ที่มีรายได้ไม่เพียงพอมาจุนเจือครอบครัวในแต่ละเดือน นายอิสมาแอ ตระเวนขายของ นายอิสมาแอ เปิดเผยว่า เดิมทีตนมีร่างกายปกติเหมือนคนทั่วไป แต่พออายุ 9 ขวบ ช่วงเรียนหนังสืออยู่ชั้น ป.3 โรงเรียนบ้านโต๊ะเด็ง อ.สุไหงปาดี โดยขณะนั่งดูเพื่อนๆ แถวบ้านเตะฟุตบอล มีลูกฟุตบอลมาโดนศีรษะ ทำให้ล้มศีรษะฟาดกับพื้น แต่ไม่ได้บอกทางบ้าน เนื่องจากสมาชิกในครอบครัวออกไปทำงาน จนกระทั่งเวลาผ่านไป 1 วันจึงเกิดอาการปวดศีรษะขึ้นมาอย่างรุนแรง พ่อกับแม่ได้ไปหาหมอบ้านเพื่อนำยามาต้มกิน แต่แล้วอาการไม่ทุเลาแถมปวดศีรษะรุนแรงกว่าเดิม ก่อนจะตัดสินใจใช้เงินที่มีอยู่น้อยนิดพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลสุไหง
คนเราเกิดมาอาจไม่ได้มีพร้อมเสมอไป หลายๆ คนจึงต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานาๆ เช่นเดียวกับเด็กชายวัย 13 คนนี้ ที่แม้ว่าจะเกิดมาท่ามกลางความไม่มี และลำบาก แต่ก็ไม่คิดจะยอมแพ้ หรือ ย่อท้อ ไม่อายทำกินเพื่อให้วันข้างหน้าสบาย โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก Kaimook Promsard ได้แชร์เรื่องราวของหนุ่มน้อยคนนี้ ว่า “ใครเจอน้องช่วยน้องอุดหนุนหน่อยนะ ✌🏻 วันนี้ได้สัมภาษณ์เด็กผู้ชายคนนึง ลืมถามชื่อ น้องอายุ 13 ปี น้องปั่นจักรยานมาขอที่ขายของข้างๆร้านหน้า รร. ด้วย น้องเก่งมากก ตอนเเรกเค้าบวชเณร ศึกออกมามีเงิน 4-500 อยากทำงาน สมัครที่ไหนไม่มีใครรับ ด้วยเพราะอายุแค่ 13 ปี เลยคิดจะขายของ มีข้าวเกรียบ ไข่ต้ม นักเก็ต เฟรนฟาย มาอย่างละถาดเล็กๆ รร.เลิกเด็กนักเรียนเดินผ่านบางคนก็ช่วยซื้อ บางคนก็ขำ 😢 แต่น้องเก่งมาก ร้องขายตลอด พอเก็บร้านถามว่าขายดีไม๊ เค้าบอกขายดีมาก ทั้งๆ ที่ขายไม่หมด เลยถามว่าขายได้เท่าไหร่ น้องบอก 180 เยอะมากพี่ ทำสีหน้าแลดูแล้วดีใจมาก เราฟังแล้วน้ำตาตกทั้งสองข้าง เงิน 180 คงมากสุดๆสำหรับเขา กับบางคนอาจแทบไม่มีค่าเลยย ถามต่อว่าทำไมถึงไม่เรียน น้องบอกว่าแม่ผมจน แม่ไม่มีเงิน ผมต้องช่วยแม่ ตอนนี้แม่ไปขายข้าวเกรียบ แ
กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่ถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียล หลังเฟซบุ๊กชื่อ ลุงแป้น สุพรรณ ได้โพสต์เรื่องราวของชายวัย 70 ยืนถือตะกร้าที่ภายในบรรจุสาคูเพื่อนำมาขาย ขณะกำลังเรียกลูกค้าผ่านเสียงที่แหบแห้งย่านตลาดแห่งหนึ่งที่ จ.สุพรรณบุรี โดยผู้โพสต์ระบุว่า สาคูไหมครับ สาคูไหมครับ เสียงดังพอได้ยินได้แข่งกับเสียงจากผู้คนและพ่อค้าแม่ค้าจับจ่ายซื้อของกันในตลาดนัดศรีบัวบาน เสียงที่ออกจากลำคอของชายชราวัย 70 พร้อมกับรอยยิ้มอย่างมีไมตรี สาคูไหมครับ สาคูไหมครับ!!! เสียงของคุณตาที่แหบแห้งผ่านจากลำคอที่พยายามยืนหันหน้าเรียกลูกค้า : ถุงละเท่าไรคับลุง? : ถุงละสิบบาทครับ : งั้นผมเอาสองถุงคับลุง / ลุงแกรีบนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมกับหยิบสาคูที่พร้อมผักและเครื่องเคียงที่จัดเตรียมไว้ใส่บริการลูกค้า ใครผ่านไปผ่านมาแวะอุดหนุนลุงหน่อยนะครับ รสชาติใช้ได้เลย ในตะกร้าลุงแกมีไม่กี่สิบถุงหรอกครับหมดไวแกคงได้กลับบ้านไว ลุงแกอยู่แถววัดประตูสารทำเองขายเองครับ ขอบคุณที่มา : ลุงแป้น สุพรรณ
วันที่ 31 มกราคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบนายยวง มุ่งครีมกลาง อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่191 หมู่ที่ 5 บ้านดอนผวา ตำบลลำคอหงส์ อำเภอโนนสูง จ.นครราชสีมา ถือเป็นคุณตาสู้ชีวิต นำท่อนไม้ที่ตัดแล้วเป็นท่อนๆ ใส่ลงไปในเตาเผาถ่านที่ได้ปั้นขึ้นกับมือ จากการสอบถามไปยังนายยวงเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนมีอาชีพทำงานก่อสร้าง แต่ในปัจจุบันไม่มีงานทำ อีกทั้งลูกๆ ของตนเอง ทั้งหมด 3 คน ได้ เรียนจบและแยกย้ายไปมีครอบครัวกันหมดแล้ว จึงได้หันมา เผาถ่านขาย โดยได้วิธีเผาถ่านแบบสูตรโบราณ ที่ตนเองได้ปั้นเตาเผาถ่านขึ้นมาเอง ด้วยการขุดดินเหนียว ผสมน้ำ ปั้นเตาเผาถ่านเอง เนื่องจากวิธีเผาถ่านแบบเตาดินเหนียว จะใช้ระยะเวลาในการเผานานกว่า 2 สัปดาห์ หลังจากนั้น จะได้ถ่านที่เป็นก้อนสวยงาม และเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งนี้การเผาถ่านแต่ละครั้งจะได้ถ่านสามารถนำไปขายได้ ครั้งละ 3,500 บาท เผาครั้งละ 2 เตา ทำให้มีรายได้ต่อเดือนเฉลี่ยเดือนละ 7,000- 10,000 บาท นับว่าเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี ซึ่งแม้จะอายุมากแต่ตนเองไม่ยอมงอมืองอเท้า และจะประกอบอาชีพเผาถ่านขายต่อไปจนกว่าจะไม่มีแรงทำ
