หนี้
เปิดอินไซต์! 8 เรื่องจริง การเป็นหนี้ ของคนไทย ส่วนใหญ่เป็น วัยทำงาน เมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงิน คนส่วนใหญ่จะนึกถึง การกู้เงิน เป็นหลัก ซึ่งทำให้มีห่วงติดตัวที่เรียกว่า เป็นหนี้ และส่วนใหญ่ก็คิดว่า ไหนๆ แล้วก็กู้ให้เต็มที่ไปเลย เผื่อจำเป็นต้องใช้เงินฉุกเฉินในอนาคต โดยไม่ได้คำนึงถึงความจำเป็นในการใช้เงินและภาระการผ่อนชำระรายเดือนที่ตามมา ในตอนหนึ่งของ เว็บไซต์ ธนาคารแห่งประเทศไทย เผยถึง 8 ข้อเท็จจริงการเป็นหนี้ของคนไทย สามารถสรุปได้ ดังนี้ 1. เป็นหนี้โดยไม่ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนหรือถูกต้อง : 4 ใน 5 ของปัญหาในขั้นตอนการเสนอขายสินเชื่อของสถาบันการเงิน คือ ลูกหนี้มักได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ย วิธีการคิดดอกเบี้ย นอกจากนี้ ลูกหนี้บางส่วนยังได้รับข้อมูลด้านเดียว เช่น โปรโมชันผ่อนน้อย แต่ไม่บอกให้ชัดเจนว่าต้องผ่อนนาน 2. เป็นหนี้เพราะมีเหตุจำเป็น : กว่า 62% ของครัวเรือนไทยมีเงินออมเผื่อฉุกเฉินไม่เพียงพอ และหากเกิดเหตุที่ทำให้รายได้ลดลง 20% จะมีครัวเรือนเกินครึ่งที่มีเงินไม่พอจ่ายหนี้ ทำให้ต้องไปกู้จากทั้งในและนอกระบบเพื่อดำรงชีพ และส่วนใหญ่ไม่สามารถจ่ายคืนได้ เพราะราย
รีบเช็กก่อนสาย! 5 สัญญาณเตือน คุณเริ่มมี หนี้ เยอะเกินไป จนอาจจ่ายไม่ไหว หรือเปล่า? ปัญหา หนี้สิน เกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัย ทั้งจากสภาวะทางเศรษฐกิจก็ดี โรคภัย ความมั่นคงของประเทศ หรือการจับจ่ายใช้สอยที่เกินตัว ที่อาจจะช้อปเพลินเกินห้ามใจ รู้สึกตัวอีกทีก็เริ่มมีปัญหาด้านการเงินเสียแล้ว แต่ก่อนที่เราจะมีสถานะ หนี้ท่วม เว็บไซต์ เกียรตินาคินภัทร ได้เปิดสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่า คุณเริ่มมีหนี้มากเกินไปจนอาจทำให้จ่ายหนี้ไม่ไหว ดังนี้ สัญญาณที่ 1 : ใช้จ่ายแบบเดือนชนเดือน ไม่มีเงินเก็บ ปัญหาใช้เงินแบบเดือนชนเดือน เป็นปัญหาสุดจะคลาสสิคของมนุษย์เงินเดือน เงินเดือนเข้าปุ๊บก็เตรียมจ่ายเลย บางทีก็หมุนเงินทันบ้างไม่ทันบ้างแล้วแต่สภาพคล่องในเดือนนั้นๆ อาการแบบนี้เรียกได้ว่า ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่มีเงินเหลือ ไม่มีเงินเก็บ และใช้รายได้มากกว่า 70% ไปกับการชำระหนี้ สัญญาณที่ 2 : การเริ่มจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ การจ่ายหนี้บัตรเครดิตขั้นต่ำทุกๆ เดือน เป็นอาการเริ่มต้นของคนที่เริ่มมีปัญหาด้านการเงิน แสดงว่าเราใช้จ่ายเงินจนเกินตัวจึงต้องจ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำแทน อย่างที่ทราบกันว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงมาก
อดีตเจ้าของร้านอาหารหนี้ท่วม ขับมอเตอร์ไซค์สู้ชีวิต ปลดหนี้ได้เกือบหมด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวท่านหนึ่ง ที่อยากให้ไปสัมภาษณ์วินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่ง เกี่ยวกับชีวิตของเขา ที่เคยเป็นเจ้าของร้านอาหารอีสาน แต่ต้องเลิกกิจการหันมาขับวินมอเตอร์ไซค์แทน คุณมณี สุภาพ วัย 48 ปี วินมอเตอร์ไซค์ย่านลาดพร้าว-วังหิน ดูเผินๆ คุณมณีเหมือนวินรับจ้างทั่วไป แต่เครื่องแบบการแต่งกายกลับเป็นสีเหลือง-ดำ ทำให้พานนึกถึงบริการแอพรับส่งอาหารน้องใหม่ที่เริ่มคุ้นหน้าคุ้นตา อย่าง แอพ GET คุณมณี เล่าให้ฟังว่า เขาเป็นหนึ่งในคนขับรับส่งอาหารและของต่างๆ ของ GETก่อนที่จะมายึดอาชีพเป็นคนขับรถของ GET นั่้น เขาเคยขับวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง รับส่งผู้โดยสารทั่วไปมาก่อน แต่ด้วยความฝันที่อยากจะมีร้านอาหาร จึงทำงานขับวิน ค่อยๆ เก็บออมเงิน จนมีทุนมากพอที่จะเลิกขับวิน แล้วมาเปิดร้านอาหารอีสานอยู่แถวๆ คลอง 4 “ผมขับวินมาประมาณ 6 ปี เก็บเงินมาเรื่อยๆ จนมีทุนก้อนหนึ่งที่พอจะมาเปิดร้านอาหารตามความฝันได้ ก็มาเปิดร้านอาหารอีสาน แถวๆ คลอง 4 แรกๆ กิจการกำลังไปได้ดีเลยแหละ แต่เปิดได้ประมาณ 4-5 เดือน เจ้าข
‘บิ๊กป้อม’ สั่งเดินหน้าแก้ หนี้นอกระบบ ต่อเนื่อง! ย้ำต้องช่วยเหลือประชาชน-ตามดูแลให้เป็นผลครอบคลุมทั้งระบบ เผยจับกุม-ยึดทรัพย์ได้ ให้ทยอยคืนประชาชน เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้กำชับการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ให้ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบต่อไป โดยเน้นย้ำ ขอให้ กอ.รมน. เร่งประสานความร่วมมือกับทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันลงมาแก้ปัญหาให้ครอบคลุมทั้งวงจรในทุกกลุ่มประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน การเข้าไปช่วยเจรจาปลดภาระหนี้และจัดทำสัญญาใหม่ที่เป็นธรรม การบังคับใช้กฎหมาย การสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบของรัฐที่จัดขึ้นเฉพาะอย่างทั่วถึง การช่วยเหลือพัฒนาทักษะอาชีพให้เข้มแข็งและมีรายได้เพียงพอ รวมถึงการตามดูแลและเข้าไปฟื้นฟูสภาพจิตใจ เพื่อมิให้เกิดภาวะเครียดจนเกิดเป็นปัญหาในครอบครัว พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า เมื่อตำรวจเข้าตรวจค้น จับกุมและสามารถยึดทรัพย์ผู้กระทำผิดได้แล้ว ให้ทยอยส่งคืนให้ประชาช
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม C โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว คุณประภัสรา เนาวบุตร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขา บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวตอนหนึ่งในงานสัมมนา “ทางเหลือ-ทางรอด SMEs ยุค 4.0” ซึ่งจัดโดย “เส้นทางเศรษฐี” นิตยสารรายเดือน เฟซบุ๊กแฟนเพจ และเว็บไซต์ เพื่อผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดย่อม ว่า บสย. มีการค้ำประกันสินเชื่อตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อย ไปจนถึงรายใหญ่ โดยกลุ่มที่ ค้ำประกันให้มากที่สุดคือกลุ่มพ่อค้า แม่ค้า ที่เป็นรากฐานเศรษฐกิจสำคัญของไทย การสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนถือเป็นภารกิจที่ บสย. มีความมุ่งมั่น อย่างไรก็ตามจากการศึกษาวิจัยที่ผ่านมา ยังพบว่า มีกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยส่วนใหญ่กู้ยืมนอกระบบ เพราะไม่มีความพร้อม ในปีนี้ภาครัฐได้อนุมัติ โครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทรัพย์ เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ด้วยวงเงินสนับสนุน 150,000 ล้านบาท ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 1 ปี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบตัวอย่างอาชีพเกษตรกรที่ทำได้ง่ายเพียงแค่มีที่หลังบ้าน โดยการปลูกสละและเพาะพันธุ์กล้าขาย สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อปี แม้จะอายุมากก็ทำได้ เกษตรกรรายนี้ชื่อ สุนทร เนตรโสภา อายุ 64 ปี ชาวบ้านฮ่องสิม ต.หลุบเลา อ.ภูพาน จ.สกลนคร ซึ่งทุกวันจะมีกิจวัตรประจำวัน โดยการหมั่นดูแล กำจัดวัชพืชและให้น้ำ สละอินโดสายน้ำผึ้ง และสายพันธุ์มาเลเซีย ที่ปลูกไว้หลังบ้าน เพื่อเร่งผลผลิตให้ทันส่งขาย สุนทรเล่าว่า เดิมพื้นที่ 14 ไร่หลังบ้าน ปลูกมะขามหวานมานานถึง 13 ปี แต่เพราะสภาพอากาศร้อนชื้นไม่เอื้ออำนวย ทำให้มะขามหวานผลผลิตน้อย ขาดทุนเป็นหนี้สิน ต่อมาลูกสาวทำงานที่ภาคใต้ เห็นเพื่อนบ้านนิยมปลูกสละในพื้นที่ไม่กี่ไร่ กลับมีรายได้ดี จึงโค่นต้นมะขามทิ้งนำสละอินโดสายน้ำผึ้ง และสายพันธุ์มาเลเซียมาให้ปลูก ทดแทนใช้เวลาดูแลเพียง 3 ปี สละทั้ง 2 สายพันธุ์เริ่มให้ผลผลิต ออกลูกดก จากนั้นจึงหันมาดูแลปลูกสละขายอย่างจริงจัง สละเก็บผลผลิตได้ตลอดปี ปลูก 14 ไร่ หรือ กว่า 2 พันต้น เก็บขายได้เฉลี่ยวันละ 100-200 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 80-100 บาท ยอมรับว่าแรกเริ่มที่ปลูกสละชาวบ้านต่างหัวเราะเยาะ ปลูกสละในอีสานจะไ
เมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ห้องเทพหัสดิน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงโครงการลดภาระหนี้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ระหว่างนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ปฏิบัติหน้าที่ เลขาธิการ สกสค.และนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน โดยมี พล.อ.ดาว์พงษ์ และนายอภิศักดิ์ ตันติวงวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (กค.) ร่วมเป็นสักขีพยาน ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ ศธ.และ กค.ดูแลแก้ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งทั้ง 2 กระทรวงได้ประสานงานกันมาตลอดจนเกิดโครงการนี้ขึ้น เพื่อบรรเทาปัญหาหนี้สินของครู ไม่ใช่การพักชำระหนี้ ทั้งนี้ มีครูที่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ 289,000 ราย ระยะแรกจะเปิดให้ลูกหนี้ชั้นดีก่อนซึ่งมีประมาณ 240,000 ราย ครูที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินโดยตรง ส่วนลูกหนี้ที่มีปัญหาค้างชำระ และเป็นหนี้วิกฤตกว่า 49,000 รายนั้น จะเปิดให้เข้าโครงการในระยะต่อไป นายอภิศักดิ์ กล่าวว่
