หน้าฝน
“น้ำกัดเท้า” โรคยอดฮิตที่มากับหน้าฝน รักษาง่ายๆ แค่ 5 ขั้นตอน น้ำกัดเท้า – เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เผยแพร่อินโฟกราฟิกให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเท้าที่มากับฤดูฝน อย่าง “น้ำกัดเท้า” ที่ถือเป็นอาการทางผิวหนังที่พบบ่อยในภาวะอุทกภัย สาเหตุเกิดจากการระคายเคืองของผิวหนังบริเวณเท้าที่แช่อยู่ในน้ำที่สกปรกเป็นเวลานาน หรือเท้าที่เปียกชื้นจากน้ำหรือเหงื่อตลอดเวลา ผิวหนังจะมีอาการผื่นแดง แสบ คัน และอาจมีขุยลอกได้ โดยเฉพาะที่บริเวณซอกนิ้วเท้า การรักษาเบื้องต้นคือการใช้ยาทาแก้ผื่นคัน เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวหนังและลดอาการขุยคันลงได้ แต่หากปล่อยให้ผิวหนังอักเสบอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ผิวหนังเปื่อย ฉีกขาด และมีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อราตามมา ทำให้ยากต่อการรักษามากยิ่งขึ้น ดังนั้น ข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันอาการน้ำกัดเท้า ควรทำดังนี้ – ล้างเท้าด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลังย่ำน้ำ ลุยน้ำ หรือเปียกน้ำ และเช็ดเท้าให้แห้ง – หากมีแผลบริเวณเท้า ให้ล้างแผลด้วยน้ำเกลือ และใส่ยาฆ่าเชื้อ – ไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดตัว ถุงเท้า รองเท้า เป็นต้น –
แพทย์เตือน ช่วงหน้าฝน ระวังเห็ดพิษ ดูให้ดีก่อนซื้อรับประทาน เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ช่วงนี้มีฝนตกในหลายพื้นที่ ซึ่งหลังจากฝนตกประมาณ 2 วัน จะมีการเจริญเติบโตของเห็ดป่าขึ้นเองตามธรรมชาติ ประชาชนมักนิยมเก็บเห็ดป่ามาขายหรือนำมาปรุงอาหาร ซึ่งในแต่ละปีจะพบผู้ป่วยจากการรับประทานเห็ดพิษเป็นประจำ เนื่องจากเห็ดป่ามีทั้งเห็ดที่รับประทานได้และเห็ดพิษ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันมาก อาจทำให้ประชาชนเข้าใจผิดได้ โดยข้อมูลจากรายงานโรคในระบบเฝ้าระวังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-25 พฤษภาคม 2563 พบผู้ป่วย 85 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด 3 กลุ่ม คือ กลุ่มอายุ 45-54 ปี รองลงมา กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป และ 25-34 ปี ตามลำดับ เห็ดพิษที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ เห็ดระโงกพิษ บางแห่งเรียกว่าเห็ดระโงกหิน เห็ดระงาก หรือเห็ดไข่ตายซาก ซึ่งเห็ดชนิดนี้คล้ายคลึงกับเห็ดระโงกขาว หรือไข่ห่าน ที่สามารถรับประทานได้ แต่แตกต่างกันคือ เห็ดระโงกพิษจะมีก้านสูง กลางดอกหมวกจะนูนเล็กน้อย มีกลิ่นค่อนข้างแรง นอกจากนี้ ยังมีเห็ดป่าชนิดที่มีพิษรุนแรงคือ เห็ดเม
ขนาดหน้าฝนยังแย่! พะเยาเริ่มจ่อวิกฤต อ่างเก็บน้ำแห้ง เหลือไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ถ้าฝนไม่ตก ในตำบลท่าจำปีต้องประสบกับภาวะภัยแล้งในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงนี้อย่างแน่นอน อ่างเก็บน้ำแห้ง วันที่ 4 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพน้ำบริเวณอ่างเก็บน้ำตุ้มท่า ต.ท่าจำปี อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของชาวบ้านใน ต.ท่าจำปี เริ่มมีปริมาณที่แห้งขอด หลังประสบกับภาวะฝนที่ไม่ตกลงมาบริเวณต้นน้ำของอ่างเก็บน้ำดังกล่าว จึงส่งผลให้ปริมาณน้ำในขณะนี้ถึงแม้จะอยู่ในช่วงของฤดูฝน แต่มีปริมาณน้ำเหลือเพียงไม่ถึง 20% ซึ่งสภาพบริเวณท้องอ่าง สามารถมองเห็นเนินดินและผิวดินอยู่ทั่วบริเวณกว้าง ซึ่งมีมากกว่าปริมาณน้ำของอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ในขณะนี้ โดยคาดว่าสถานการณ์น้ำที่มีปริมาณน้อยดังกล่าวนั้น จะส่งผลกระทบในช่วงของฤดูแล้งที่จะมาถึงอย่างแน่นอน กับสภาวะขาดน้ำหากไม่มีฝนตกลงมาเติมบริเวณอ่างเก็บน้ำในช่วงนี้ และก็จะทำให้พื้นที่ ในตำบลท่าจำปีต้องประสบกับภาวะภัยแล้งในช่วงฤดูแล้งที่จะมาถึงนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากอ่างเก็บน้ำดังกล่าวนั้น เป็นอ่างเก็บน้ำที่ชาวบ้านในพื้นที่ ต.ท่าจำปี ถือว่าเป็นอ่างเก็บน้ำหลักที่สำคัญที่เกษตรก
เปิด 7 เทคนิคดูแลเท้าให้สุขภาพดี รับมือช่วงหน้าฝน-น้ำท่วม ดูแลเท้า / หน้าฝนทีไร สภาพอากาศมักมาพร้อมกับความเย็นสบายแต่ฉ่ำแฉะ ส่งผลให้น้ำท่วมขัง ต้องเดินย่ำน้ำจนเท้าเปียก ซึ่งน้ำสกปรกเหล่านั้นอาจเป็นที่มาของเชื้อโรคชนิดต่างๆ และส่งผลให้เกิดโรคอื่นๆ ตามมา ทั้ง โรคเท้าเปื่อย โรคผิวหนัง โรคท้องร่วง โรคฉี่หนู โรคตาแดง เป็นต้น ดังนั้น สิ่งสำคัญในช่วงหน้าฝนคือการดูแลเท้าให้สะอาดสุขภาพดี เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค โดยเฉพาะผู้ที่เป็นเบาหวาน หากมีการติดเชื้อรุนแรง อาจต้องถูกตัดเท้าหรือขาได้ ศูนย์อายุรกรรม ชั้น 2 โซน D โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ได้เผยแพร่บทความเกี่ยวกับเทคนิคในการดูแลสุขภาพเท้าในหน้าฝนไว้ 7 ข้อ โดยวิธีการดูแลสุขภาพเท้า สามารถปฎิบัติตามได้ง่ายๆ ดังนี้ ทําความสะอาดเท้าและซับเท้าให้แห้ง โดยใช้ผ้าที่สะอาดและนุ่ม เช่น ผ้าขนหนู ค่อยๆ ซับเท้าให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณซอกนิ้วเท้า ทาโลชั่นทุกวัน เพื่อคงความชุ่มชื่นให้กับผิวบริเวณเท้า ควรทาทันทีภายหลังจากทำความสะอาดและซับจนแห้ง ให้ทาตั้งแต่เข่าไปจนถึงปลายเท้า โดยหลีกเลื่ยงการทาระหว่างซอกนิ้วเท้า ตัดเล็บเท้าด้วยความระมัดระวังและถูกวิธ
ตอนนี้เมืองไทยเข้าสู่หน้าฝนแล้ว ถึงหน้าฝนทีไร คนส่วนใหญ่มักไม่อยากไปเที่ยวไหน เพราะขี้เกียจหลบฝนนั่นเอง เเต่จากประสบการณ์การท่องเที่ยวของผู้เขียน ถึงจะเป็นหน้าฝนผมก็เที่ยวได้ เพราะฝนไม่ได้ตกตลอดเวลา จะมีเวลาหยุดตก ให้คนได้ท่องเที่ยวโดยไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเปียกฝน ประการสำคัญ เวลาฝนหยุดตก อากาศจะแจ่มใส สดชื่น หายใจได้สบายใจอีกต่างหาก ถ้าผู้อ่านอยากไปเที่ยวช่วงหน้าฝน ผมแนะนำให้ไปเที่ยวที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน น่าจะได้ความสุขจากธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม ที่ผู้เขียนกล้ายืนยัน เพราะผมเคยไปเที่ยวมาแล้ว ปกติ ถ้าไปเที่ยวน่านหน้าหนาว สิ่งที่จะได้พบมากที่สุดก็คือคน ถูกแล้ว ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะนักท่องเที่ยวชอบไปเที่ยวน่านตอนหน้าหนาวนั่นเอง แทบไม่มีใครเชื่อว่า หน้าฝนก็เที่ยวได้สนุกและมีความสุขไม่แพ้หน้าหนาว วิธีไปเที่ยวน่านให้ได้รสชาติเต็มรูปแบบก็คือให้เที่ยวในตัวเมืองก่อน แต่เวลาพักให้ไปพักในบริเวณที่เรียกว่าป่า เขา เพราะจะพบกับบรรยากาศดีเหลือเกิน ที่พักที่ผมอยากแนะนำคือ โฮมสเตย์สกาดดี ตั้งอยู่ที่ดอยสกาด ตำบลสกาด อำเภอปัว จังหวัดน่าน ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินน่านไปประมาณชั่วโมงครึ่งเท่านั้น ที่พักตั้
ตั้งแต่เริ่มหน้าฝนมาแล้ว ผมมีโอกาสได้เข้าไปชมป่าปลูกแห่งหนึ่งในเขตอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี ที่ใช้คำว่าป่าปลูก ก็เพราะเดิมป่าถูกทำลายจนกลายเป็นทุ่งหญ้าคาที่มีเนื้อที่หลายพันไร่ ต่อมากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทำการปลูกต้นไม้หลายชนิดลงไปในทุ่งหญ้าคา ใช้เวลาเพียง 20 กว่าปี ทุ่งหญ้าคาก็ได้กลายเป็นป่าได้สำเร็จ ขณะเดินทางด้วยรถโฟร์วีลบุกเข้าไปในป่าที่ว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่บอก จะไม่มีทางรู้เลยว่าเป็นป่าที่ปลูกขึ้นมา เพราะมีต้นไม้หลากชนิดเบียดเสียดเจริญงอกงามอย่างไม่เป็นระเบียบ เหมือนป่าธรรมชาติทั่วไป จากถนนใหญ่ เรานั่งรถเข้าไปถึงน้ำตกเหวอีอ่ำ เป็นน้ำตกที่มีชื่อไม่ไพเราะหู แต่มีความสวยงามไม่แพ้น้ำตกที่มีชื่อเสียงแห่ง อื่นๆ ของประเทศไทย เหตุที่น้ำตกแห่งนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวก็เพราะการเดินทางเข้าไปค่อนข้างลำบากมาก และต้องใช้เวลาร่วม 2 ชั่วโมง เราได้ไปพักเพื่อกินอาหารกลางวันกันที่น้ำตก ทำให้ได้บรรยากาศในการพักได้ดีเหลือเกิน เพราะขณะกินอาหารสายตายังได้มองน้ำที่ไหลตกจากหน้าผาลงไปเบื้องล่างที่มีแอ่งและธารน้ำรองรับอยู่ เมื่อเข้ามาถึงบริเวณที่ว่านี้ ไม่ได้มีแต่พ
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณริมถนนสายมหาสารคาม-อำเภอวาปีปทุม บริเวณป่าชุมชนโคกหินลาด ต.หนองปลิง และต.ดอนหว่าน อ.เมือง จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็นตลาดขายของป่าริมทาง มีประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงนำเห็ดป่านานาๆ ชนิดที่หาได้มาวางจำหน่ายให้กับประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาจำนวนมาก สำหรับเห็ดที่นำมาขายเป็นเห็ดโคน ที่ขึ้นในพื้นที่เป็นเนินหรือพื้นที่สูงที่มีป่าโปร่ง ส่วนเห็ดที่เก็บมาวางขาย อาทิ เห็ดเผาะหนัง เห็ดเผาะฝ้าย เห็ดสายฝน เห็ดระโงก เห็ดปลวก เห็ดโคน เป็นต้น วิธีการขายจะขายเป็นจานๆจานละ 50-100 บาท เหตุที่ช่วงนี้มีเห็ดป่าออกจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนที่เริ่มตกชุก ทำให้เห็ดเพิ่มเริ่มออกและเก็บมาขายได้ ในการเก็บเห็ดของชาวบ้านจะออกไปหาเก็บช่วงเช้ามืด แล้วนำออกมาวางขายกันแบบสดๆ ชนิดวันต่อวันจากการสอบถามทราบว่าส่วนใหญ่จะขายหมดทุกวัน ชาวบ้านบางคนที่หาเห็ดได้จำนวนมาก อาจมีรายได้ถึงวันละ 500-1,000 บาท ทำให้มีรายได้เสริมเข้าครัวเรือน เฉลี่ยเดือนละนับหมื่นบาท นพ.วีระศักด์ อนุตรอังกูร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาสารคาม เปิดเผยว่า ย่างเข้าดูฝนเป็นฤดูที่พืชผลทางการเกษตรออกดอกออกผลดี รวมทั
