ออกกำลังกาย
เปิด 6 ท่าออกกำลังกาย เสริมสร้างความแข็งแรงให้ปอด เว็บไซต์ อนามัยมีเดีย เผยข่าว นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 มีความรุนแรงกว่าที่ผ่านๆ มา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแต่ละวันเป็นจำนวนมาก ดังนั้น การบริหารปอด เป็นสิ่งสำคัญที่สามารถช่วยบรรเทาความรุนแรง และยังช่วยในการฟื้นฟูสมรรถภาพปอดของผู้ป่วยอีกด้วย ซึ่งทุกคนสามารถทำด้วยตนเองได้ที่บ้าน หลักการเสริมสร้างสมรรถภาพปอดทำได้ด้วยการฝึกการขยายตัวของปอด ยืดเหยียดกล้ามเนื้อทรวงอกและกล้ามเนื้อกระบังลม นอกจากนี้ การวิจัยจากสถาบันวิจัยแห่งชาติ Kaiser Permanente Medical Center ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีกิจกรรมทางกายอย่างเพียงพอ สม่ำเสมออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ มีความเสี่ยงการนอนโรงพยาบาลน้อยกว่าถึง 2.26 เท่า และมีความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 น้อยกว่าถึง 2.49 เท่า เมื่อเทียบกับผู้มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ ถึงแม้ว่าจะมีกิจกรรมทางกายไม่ถึงระดับตามคำแนะนำ แต่ยังมีอย่างสม่ำเสมอ ก็มีความเสี่ยงการนอนโรงพยาบาลและมีความเสี่ยงการเสียชีวิตน้อยกว่าผู้ที่ไม่มีก
อยู่บ้านก็ทำได้! เปิด 6 ท่าออกกำลังกายปอด ให้แข็งแรงสู้โควิด-19 ออกกำลังกายปอด – คนส่วนใหญ่ จะให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและอัตราการเต้นของหัวใจ แต่ “ปอด” ก็มีส่วนสำคัญ เพราะเป็นส่วนที่ช่วยทำให้อัตราการรับออกซิเจนต่อการหายใจดีขึ้น แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน การออกกำลังกายข้างนอก หรือในสวนสาธารณะ อาจจะทำได้ยากขึ้น เพราะจะให้ใส่แมสก์ออกกำลังกายตลอดเวลาก็ไม่ได้ แค่หายใจผ่านแมสก์ธรรมดายังลำบากเลย เว็บไซต์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้เผยแพร่ ท่าออกกำลังกายที่บ้านแบบง่ายๆ ที่ช่วยฝึกทั้งคาร์ดิโอและปอด สามารถทำได้ในระหว่างการดูทีวีหรือนั่งทำงาน นอกจากได้ปอดที่แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อได้อีกเช่นกัน ท่าที่ 1 – การเดินย่ำเท้าอยู่กับที่ โดยใช้เวลาในการเดิน 1 นาที ท่าที่ 2 – การเดินยกขาสูง โดยทำการออกกำลังกายด้วยการเดินยกขาสูงอยู่กับที่ ทำจนครบ 20 ครั้ง ท่าที่ 3 – การวิ่งเหยาะๆ หรือวิ่งช้าๆ อยู่กับที่ ใช้เวลาในการวิ่ง 1 นาที ท่าที่ 4 – นั่งแกว่งแขนยกแขนขึ้นลง นั่งบนเก้า
แพทย์แนะ ไม่ควรสวมหน้ากากขณะวิ่งออกกำลังกาย เสี่ยงร่างกายรับออกซิเจนไม่พอ แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรน 6 กิจการ ให้เปิดดำเนินการได้ตามปกติแต่ต้องควบคุม และเฝ้าระวังการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19 อย่างต่อเนื่องนั้น พบว่าขณะนี้กิจการประเภทสวนสาธารณะ ลานพื้นที่กิจกรรมสาธารณะ สถานที่ออกกำลังกาย สนามกีฬาและ ลานกีฬา มีประชาชนมาออกกำลังกายกันเป็นจำนวนมาก แพทย์หญิงพรรณพิมล กล่าวต่อไปว่า สำหรับประชาชนที่วิ่งออกกำลังกายในสวนสาธารณะ ขณะวิ่งไม่ควรสวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัย เนื่องจากเวลาออกกำลังกาย ร่างกายจะต้องการออกซิเจนมากยิ่งขึ้น สังเกตได้จากการหายใจเร็วขึ้น การสวมใส่หน้ากากผ้าหรืออนามัยจะทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอโดยเฉพาะหน้ากาก N95 ที่ป้องกันอนุภาคขนาดเล็กได้มากกว่าหน้ากากอนามัย ก็จะยิ่งทำให้คาร์บอนไดออกไซด์ ที่ออกมาจากร่างกายสะสมอยู่ในหน้ากาก มีโอกาสที่จะหายใจไม่ทันได้ ดังนั้น นักวิ่งทุกคนจึงควรจะเพิ่มระยะห่างในการวิ่งตามกันให้มากขึ้นเท่าที่จะทำได้ เพราะยิ่งห่างกันเท่ากับโอกาสในการติดเชื้อก็ยิ่งน้อยลงด้วย และที่สำคัญอย่าไปส
กรมอนามัย แนะวิธีออกกำลังกายที่บ้าน แบบไม่เสี่ยงโควิด-19 กรมอนามัย – เว็บไซต์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะประชาชนที่อยู่บ้าน ออกกำลังกายสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน ควรเลือกประเภทที่ไม่เสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 นายแพทย์บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ประชาชนควรเลือกออกกำลังกายที่ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ เพื่อลดการสัมผัสในจุดสัมผัสร่วมของอุปกรณ์ต่างๆ โดยควรทำความสะอาดมือ เครื่องมือและอุปกรณ์เป็นประจำ ด้วยน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กำจัดเชื้อ เช่น น้ำสบู่ แอลกอฮอล์ 70 เปอร์เซ็นต์ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ต้องสัมผัสใกล้ชิดหรืออยู่ในที่มีคนหนาแน่น และออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก และระวังการใช้มือสัมผัสใบหน้า จมูก ตา ปาก ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 นายแพทย์บัญชา กล่าวต่อไปว่า สำหรับการออกกำลังกายที่บ้าน ควรเน้นความเหมาะสมตามบริบทของผู้ออกกำลังกาย อุปกรณ์ สถานที่ หากไม่มีอุปกรณ์หรือพื้นที่ อาจเลือกชนิดการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก เช่น การเดินเร็วรอบๆ บ้าน
ออกกำลังกายด้วยการ “เดิน” อย่างถูกวิธี มีประโยชน์กว่าที่คิด เดิน – การออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องวิ่ง หรือเล่นกีฬาต่างๆ เสมอไป เพราะ “การเดิน” ก็ถือเป็นการเคลื่อนไหวร่างกาย ที่ทำให้เราสามารถมีสุขภาพที่ดีได้เหมือนกัน! เว็บไซต์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้เผยแพร่เกร็ดความรู้สุขภาพ ว่าด้วยเรื่อง อยากมีสุขภาพดี ให้เริ่มต้นด้วยการเดิน เพราะการเคลื่อนไหวร่างกายด้วยการเดิน มีประโยชน์มากกว่าที่คิด โดยการเดินช้าๆ ประมาณ 3-5 นาที และเพิ่มความเร็วขึ้น จนเริ่มรู้สึกเหนื่อย หรือเดินให้ต่อเนื่องให้ได้ระยะทาง 2.5-3 กิโลเมตร หรือใช้เวลา 30 นาที หากลองทำให้ได้เป็นประจำ สัปดาห์ละ 3 วัน หรือเพิ่มได้เป็น 5-6 วันต่อสัปดาห์ หากทำได้ดังนี้ การเดินเพียง 1 ชั่วโมงต่อวัน จะลดโอกาสการเป็นโรคเบาหวานได้ถึง 34% หรือหากเดินเร็ว 1 ชั่วโมงต่อวัน นาน 3 เดือน ควบคู่กับการคุมอาหาร เครื่องดื่ม ลดน้ำหนักส่วนเกิน 7 กิโลกรัม และหากเดิน 10,000 ก้าวต่อวัน นาน 12 สัปดาห์ ลดความดันโลหิต 8-10 มิลลิเมตรปรอท เลยทีเดียว!
ชีวิตพังเพราะยาเสพติด สุดท้ายคิดได้ กลับตัวกลับใจทำธุรกิจยิมมวยไทยฟิตเนส ในยุคก่อนๆ มวยไทยอาจถูกบัญญัติไว้ว่าเป็นกีฬาของการต่อสู้ ฝึกซ้อมเพื่อขึ้นชกบนสังเวียน เป็นกีฬาที่ทุกคนเข้าใจว่าเล่นได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น แต่ในช่วงหลังทัศนคติเหล่านี้เปลี่ยนไป มวยไทยถูกจัดประเภทใหม่ให้เป็นกีฬาสำหรับออกกำลังกาย เป็นเทรนด์ใหม่ที่มาพร้อมกับความสวยความงาม เพราะผู้หญิงมีความเชื่อว่าคนสวยต้องหุ่นดี จึงหันมาเล่นมวยไทยจำนวนมาก จนเกิดเป็นธุรกิจยิมมวยเปิดไว้รองรับลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ นอกจากมวยไทยจะเป็นกีฬาเพื่อการออกำลังกายสำหรับหญิงชายแล้ว ยังเป็นกีฬาที่ทำให้ หนุ่มวัย 36 ปี ได้พบชีวิตใหม่หลังเคยก้าวพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตนาน 7 ปี จากอดีตที่เคยพลาด สู่เจ้าของธุรกิจยิมมวย คุณหมู-สุพจน์ ลีลาพิสุทธิ์ เจ้าของธุรกิจยิมมวยไทยฟิตเนส MTM academy โปรไฟล์ไม่ธรรมดา เรียนจบจากคณะบริหารธุรกิจ ด้านการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยรังสิต เติบโตมาในครอบครัวทำธุรกิจนำเข้าอุปกรณ์ทำอาหาร หลังเรียนจบคุณหมูบินตรงไปฝึกงานไกลถึงอเมริกานาน 3 เดือน จากนั้นเข้าทำงานที่ บริษัท 1577 Home Shopping จำกัด ในตำแหน่ง Business Develop
ผู้เขียน : สรรหา มาเล่า (มติชนออนไลน์) ทํานองเดียวกับ “มาสาย ดีกว่าไม่มา” การลุกขึ้นมาออกกำลังกายแค่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ เสาร์ อาทิตย์ ก็ยังดีกว่า ไม่ออกกำลังกายอะไรเลย ทั้งนี้ สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานผลการสำรวจศึกษาจัดทำในอังกฤษ จากการเก็บข้อมูลในกลุ่มตัวอย่างราว 64,000 คน ตีพิมพ์ในวารสารทางด้านการแพทย์จากสมาคมการแพทย์อเมริกัน ระบุว่า คนที่ออกกำลังกายช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ก็ได้รับประโยชน์ทางสุขภาพอย่างใหญ่หลวง รวมทั้งสามารถช่วยลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งและโรคหัวใจ มากกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย จากที่ผลการศึกษาที่ผ่านมา มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า คนเราควรจะออกกำลังกายปานกลางประมาณสัปดาห์ละ 150 นาที หรือออกกำลังกายแบบ vigorous exercise หรือการออกกำลังกายที่ทำให้อัตราการเต้นหัวใจเร็วมาก อย่างเช่น การปั่นจักรยาน หรือการวิ่งเร็ว สัปดาห์ละ 75 นาที แต่ในผลสำรวจดังกล่าวไม่ได้มีการระบุว่า คนเราจำเป็นต้องออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน และควรออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน หรือแค่ 1 หรือ 2 วันก็ได้ แต่ในผลการศึกษานี้มีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่า แม้แต่คนที่ลุกขึ้นมาออกกำลังกายเพียง 1 หรือ 2 ว
ได้ยินมาตลอดว่าการออกกำลังกายมีประโยชน์ ทั้งทำให้ร่างกายแข็งแรง คลายเครียด สุขภาพดี อ่อนเยาว์ ตลอดจนป้องกันการเจ็บป่วย แต่การออกกำลังอีกเช่นเดียวกัน ก็ส่งผลเสียต่อร่างกาย นั่นเพราะออกกำลังกายหนักเกินไป ทนงศักดิ์ วงษาโสม ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกาย จากฟิตเนส เฟิรส์ท เผยว่า การออกกำลังกายหนักเกินไป เกิดจากการออกกำลังกายไปสักพักแล้วรู้สึกติด อยากทำให้เห็นผลชัดขึ้น อยากลดสัดส่วนให้ได้เร็วขึ้น อยากมีกล้ามเนื้อตามที่หวัง อยากออกกำลังให้ได้เป้าหมายสูงสุดตามที่ตั้งไว้ จึงหาเวลาออกกำลังให้ได้มากขึ้นหรือบ่อยขึ้น โดยอาจจะใช้ระยะเวลายาวนานเกินไป ไม่มีวันหยุดพัก หรือออกกำลังอย่างเข้มข้นและหนักเกินไป ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้ระบบประสาทส่วนกลางของร่างกาย ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำงานหนักจนไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่างกายใช้กำลังเกินขีดจำกัดอย่างต่อเนื่องเกินกว่าที่ร่างกายจะสามารถฟื้นฟูกลับคืนมา ส่งผลเสียให้เกิดอาการเหนื่อยล้า กล้ามเนื้อตึงเครียด ประสิทธิภาพในการทำกิจกรรมต่างๆ ถดถอย ความดันสูง ส่งผลเสียไปถึงการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน เรียกได้ว่ายิ่งออกกำลังกลับยิ่งแย่
เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พันเอกหญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี รายงานผลการประชุมนานาชาติว่าด้วยการส่งเสริมกิจกรรม ทางกาย โดยผลการประชุมดังกล่าวระบุว่าในเด็กและผู้สูงอายุของคนไทยมีกิจกรรมเหนือยนิ่ง อาทิการนั่งเล่น iPad หรือดูทีวีในวันหนึ่งเป็นระยะเวลานาน ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จึงกำหนดว่าในวันพุธที่ 30 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ทุกๆวันพุธของทำเนียบรัฐบาลและส่วนราชการต่างๆ ในช่วงเวลา 15:00 น. ถึง 16:30 น. ให้เป็นช่วงเวลาการออกกำลังกายของข้าราชการ โดยในส่วนของทำเนียบรัฐบาลจะใช้บริเวณสนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า เป็นที่ออกกำลังกายโดยนายกรัฐมนตรีระบุว่าหากสัปดาห์ใดที่นายกฯมีเวลาว่างก็จะมาร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย โดยในช่วงเวลาดังกล่าวขอให้ข้าราชการทุกคนนะเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะชุดพร้อมออกกำลังกาย มาออกกำลังกายร่วมกันเพื่อเป็นการขยับเขยื้อนร่างกาย โดยไม่ต้องลงทุนซื้อหาชุดออกกำลังกายใหม่ ทั้งนี้การออกกำลังกายจะช่วยให้ข้าราชการมีความตื่นตัวในการทำงานและเมื่อออกกำลังกายร่วมกันเส
เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ทีมแพทย์แผนไทยประยุกต์ (พท.ป.) จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพตามวิถีภูมิปัญญาไทย เรื่องธาตุเจ้าเรือนเพื่อที่จะดูแลสุขภาพให้สมดุลไม่มีอาการเจ็บป่วย โดย พท.ป.พัชญา ขำสะอาด กล่าวถึงลักษณะของธาตุต่างๆ ว่า ลักษณะธาตุประเภท วาตะ หรือธาตุลม ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของอากาศและลม จะมีลักษณะรูปร่างผอมบาง โปร่ง ผิวคล้ำ ผิวหนังเย็น หยาบ แห้ง ร่างกายสูงมากหรือเตี้ยมาก โครงร่างเบาบาง ปลายกระดูกนูนชัด กล้ามเนื้อเจริญไม่ดี ผมหยิกบาง มักมีความเครียดง่าย อารมณ์ไม่คงที่ มักกินอาหารเพื่อคลายเครียด ลักษณะธาตุประเภท ปิตตะ หรือธาตุไฟ เกิดจากการรวมกันของธาตุไฟกับธาตุน้ำ จะมีลักษณะรูปร่างสูงปานกลาง กล้ามเนื้อเจริญปานกลาง ผิวนุ่ม อุ่น ผมละเอียดบาง ผมหงอกล้านก่อนวัย ลักษณะธาตุเจ้าเรือน ประเภท เสมหะ หรือธาตุน้ำและดิน เกิดจากการรวมกันของธาตุน้ำและดิน โดยผู้ที่มีธาตุเจ้าเรือน ประเภทนี้ มักมีลักษณะใบหน้าอวบอิ่ม ค่อนข้างกลมแป้นรับกับดวงตาที่กลมโตเป็นประกาย จมูกกลมสวยได้รูป ริมฝีปากอวบอิ่ม รูปร่างหนา บึกบึน เจ้าเนื้อ แต่มักมีระบบการเผาผลาญอาหารในร่างกายไม่ดีเท่าไรนัก
