ออนไลน์
ตัดวงจรขายออนไลน์ก่อนสูญพันธุ์! “มาร์เก็ตเพลส” ดัง ระงับขาย “ลูกปลาทูไทย” ข่าวแจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มอาสาสมัครที่ทำงานอนุรักษ์ทะเลในพื้นที่ ในนาม Reef Guardian (รีฟ การ์เดี้ยน) ได้ออกมาเรียกร้องผ่าน Change.org เว็บไซต์เพื่อการเปลี่ยนแปลง เรียกร้องให้ “มาร์เก็ตเพลส” ในรูปแบบเว็บไซต์ขายของออนไลน์ อย่าง Shopee (ช้อปปี้) และ Lazada (ลาซาด้า) ร่วมแสดงเจตนารมณ์ โดยออกนโยบายเพื่อควบคุม จัดการร้านค้า ไม่ให้มีการขายสินค้าสัตว์น้ำวัยอ่อนที่ยังโตไม่เต็มที่ โดยเฉพาะ “ลูกปลาทูไทย” เพราะหากอยากฟื้นฟูทะเลไทย ต้องงดขายสัตว์น้ำวัยอ่อน ปิดช่องทางการจำหน่าย ปฏิรูปประมงของไทย เปลี่ยนผ่านไปสู่การทำประมงอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบ “ลูกปลาทู ขนาดเล็กเท่านิ้วมือ ถูกเปิดขายที่ราคาไม่กี่ร้อยบาท เหมือนสินค้าปกติธรรมดาในร้านค้าต่างๆ บนเว็บไซต์ขายของชื่อดังอย่าง Shopee และ Lazada ลูกปลาทูเหล่านั้น ไม่ทันจะได้โตเต็มวัย แต่ถูกจับขึ้นมาด้วยวิธีผิดๆ ตัดโอกาสให้พวกเขาเติบโตขยายแพร่พันธุ์ต่อได้อีกไม่รู้กี่หมื่นกี่พันตัว ถ้าเรายังปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไป เชื่อเถอะครับว่าวันหนึ่งปลาทูจะหมดไปจากท้องทะเลไทย” นี่คือหนึ่ง
กยท.จับมืออาลีบาบา ซื้อขาย-ยางออนไลน์ดันราคา มั่นใจไทยได้ลูกค้าจีน-ทั่วโลก นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กล่าวว่า ขณะนี้ทางกยท.อยู่ระหว่างหารือกับกลุ่มบริษัท อาลีบาบา ผู้ประกอบการตลาดสินค้าออนไลน์รายใหญ่ของจีน เกี่ยวกับการจัดทำแพลตฟอร์มซื้อขายยางทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยหารือแล้ว 2 ครั้ง โดยทางอาลีบาบา รับหน้าที่ออกแบบแพลตฟอร์มการซื้อขายยางในระบบออนไลน์ให้กับไทยเพื่อไว้ใช้ซื้อขายร่วมกัน อย่างไรก็ตาม คาดว่าไม่เกิน 1-2 เดือนจากนี้ แพลตฟอร์มขายยางร่วมกันน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น นายเยี่ยม กล่าวว่า เบื้องต้น กยท.กำหนดประเภทยางที่จะส่งขายไปยังแพลตฟอร์มออนไลน์กับอาลีบาบา ทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ 1. น้ำยางข้น 2. ยางแท่ง (เอสทีอาร์20) และ 3. ยางแผ่นรมควันชั้น 3 (อาร์เอส3) โดยยางเหล่านี้จะมาจากสถาบันเกษตร หรือ สหกรณ์ที่สามารถผลิตยางและแปรรูปยางพาราได้ นอกจากนี้ การซื้อ-ขายยางออนไลน์ จะส่งผลทำให้ราคายางในประเทศปรับตัวสูงขึ้นเพราะราคายางจะถูกกำหนดโดยผู้ขายโดยตรง “ปัจจุบัน ราคายางพาราอยู่ในเกณฑ์ดี และเชื่อมั่นว่าราคายางพาราจะเพิ่มขึ้นถึงไตรมาสที่ 2 (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม
ปัจจุบัน ไม่ว่าจะคนเหนือ คนใต้ คนอีสาน หรือกระทั่งคนภาคกลาง ก็อาศัยกันอย่างกระจัดกระจายไปทั่วประเทศ หลายคนคิดถึงอาหารพื้นบ้านของตน หากินที่ไหนก็ไม่ถูกปากเท่าการได้กินของพื้นถิ่นของตน “กาดสันคะยอม” อาหารเหนือ ส่งถึงบ้าน ตลาดอาหารสดแนวใหม่ ให้คนเหนือพลัดถิ่น หรือสำหรับคนที่อยากทานอาหารเหนือ รสชาติพื้นเมือง แต่ไม่ได้ขึ้นเหนือไปถึงถิ่น ก็สามารถทานอาหารเหนือได้ง่ายๆ เพราะสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ได้ ตลาดอาหารสดออนไลน์นี้ จึงเป็นเสมือนแหล่งรวบรวมความอร่อยแบบพื้นบ้าน ให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น เบื่องานเดิม สร้างกาด ออนไลน์ คัดสรรของอร่อยและดี คุณดุษฎีพันธุ์ พจี หรือ คุณโอ๋ ผู้จัดทำ “กาดสันคะยอม” ซึ่งขายอาหารพื้นเมืองทางออนไลน์ เล่าว่า พื้นเพเป็นคนเพชรบูรณ์ เรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะมนุษยศาสตร์ จนกระทั่งจบปริญญาโท ในคณะเดียวกันนี้ อยู่เชียงใหม่มาตลอดตั้งแต่นั้น ปัจจุบัน เป็นอาจารย์พิเศษ สาขาวิชาศิลปะการถ่ายภาพ คณะวิจิตรศิลป์ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดิมทีเปิดบริษัททำสื่อ ทำหนังสือ เป็นบริษัทจัดทำ content เน้นขาย content ทางภาคเหนือ ทั้งงานเขียน ภาพถ่าย ทำอาร์ตเวิร์ก ทำแผน
นายเทเรนซ์ แพง ประธานฝ่ายปฏิบัติการ ช้อปปี้ แอพพลิเคชั่นตลาดออนไลน์บนมือถือแบบ C2C เปิดเผย ปัจจุบันยอดผู้ใช้แอพพลิเคชั่นในทุกประเทศรวมกันสูงกว่า 20 ล้านคนแล้วว่า นับตั้งแต่เปิดตัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และในไต้หวันในเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยมีการทำรายการสั่งซื้อสินค้ากว่า 250,000 รายการต่อวัน มูลค่าซื้อขายสินค้าต่อปีสูงถึง 1,300 ล้านบาท ในส่วนของชอปปี้ ประเทศไทย ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแอพพ์แล้วกว่า 3 ล้านคน ปัจจัยสนับสนุนมาจากเพิ่มความนิยมในการใช้สมาร์ทโฟนและสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยผลการสำรวจของสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) ระบุว่า ประเทศไทยมีฐานผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนกว่า 20 ล้านคน มีอัตราการเติบโตของผู้ใช้โทรศัพท์มือถืออยู่ที่ 122% ขณะที่ 25.8% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ เป็นการใช้งานเพื่อซื้อสินค้าออนไลน์ และมีค่าเฉลี่ยการใช้อินเตอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือต่อวัน อยู่ที่ 5.7 ชั่วโมง สะท้อนถึงเทรนด์การช้อปปิ้งออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือ ที่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของชอบปี้ที่มีจุดเด่นในคุณสมบัติด้านโซเชียลมีเดีย พบว่าหนึ่งในคุณสมบัติที่ได้รับความ
กว่า 21 ปีกับการสร้างแรงบันดาลใจและช่องทางสร้างอาชีพ วันนี้นิตยสารเส้นทางเศรษฐี 1 ในนิตยสารของเครือมติชนก็พร้อมจะเป็นฮาวทู (How To) ให้กับคนที่มีอาชีพประจำ วิมล ตัน บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณานิตยสารเส้นทางเศรษฐี กล่าวว่า นิตยสารเส้นทางเศรษฐีเกิดขึ้นและดำเนินการมาเป็นเวลากว่า 21 ปีแล้ว โดยเราเกิดขึ้นเพื่อตอบสนองการศึกษานอกโรงเรียน (กศน.) ที่อยากเปิดโอกาสให้คนด้อยโอกาสได้ “สร้างอาชีพ” เป็นการเรียนรู้นอกตำราเรียน ซึ่งแต่ก่อนฐานสำคัญของเส้นทางเศรษฐี คือ ต่างจังหวัด “ปัจจุบันการเข้าสู่อาชีพของคนเจนวาย (Gen Y) นั้นแตกต่างจากคนรุ่นเก่า จะเห็นว่าเราให้ความสำคัญกับอาชีพฟรีแลนซ์ อาชีพค้าขายอิสระที่ไม่ใช่งานประจำ อาชีพใหม่ๆ อย่างสตาร์ตอัพ เป็นไปตามแนวโน้มการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทำอะไรที่ตอบโจทย์ความชอบของตัวเอง สอดคล้องกับการขยายตัวเข้าสู่โลกออนไลน์ของเส้นทางเศรษฐี ที่ยังคงนำเสนอเนื้อหาที่สร้างแรงบันดาลใจ และฮาวทู โดยเรามองว่า การขยายกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่โลกออนไลน์ จะเป็นอีกช่องทางที่สร้างประโยชน์ให้กับคนอ่าน “เราตั้งเป้าว่านิตยสารเล่มสำหรับคนในพื้นที่ต่างจังหวัดหรือคนที่มีข้อจำกัดในการเข้า
บรรยากาศค้าขายออนไลน์ นับวันยิ่งคึกคัก สินค้าประเภทเดียวกัน มีผู้นำเสนอมากหน้าหลายตา ฉะนั้น ตัวบ่งชี้แห่งยุคสมัยนี้ ที่อาจบอกว่าร้านไหนน่าสนใจกว่า น่าจะขึ้นกับ “ยอด LIKE (ไลก์)” ในแฟนเพจเฟซบุ๊ก หรือ “ยอด Followers (ฟอลโลเออร์)” ในอินสตาแกรม แหล่งข่าวซึ่งขอสงวนรายละเอียดส่วนตัว จากร้าน www.instagramthai.com กิจการรับปั๊มไลก์ เปิดเผยกับ “เส้นทางเศรษฐี” ว่าการเพิ่มยอดฟอลโลเออร์ หรือการเพิ่มยอดไลก์นั้น มีประโยชน์อย่างมากกับผู้ขายของผ่านทางออนไลน์ เพราะสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ เพิ่มโอกาสในการโปรโมตสินค้าและเพิ่มรายได้มากขึ้น โดยใช้เวลาเพียงไม่นาน ไม่ต้องเสียเวลารอให้คนอื่นกดติดตามอีกต่อไป ซึ่งบริการของทางร้าน www.instagramthai.com นั้น ไม่ใช่ระบบแลกไลก์หรือแลกฟอลโลเออร์ ลูกค้าไม่ต้องเสียเวลาดูแลเอง เพราะทางร้านจะจัดการให้ทุกอย่างโดยไม่ต้องให้รหัสผ่าน “การใช้บริการกับเราปลอดภัยอย่างแน่นอน เพราะข้อมูลการใช้บริการลูกค้าทุกท่านเป็นความลับ ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ มีลูกค้าและองค์กรชื่อดังใช้บริการมาอย่างต่อเนื่อง” แหล่งข่าวท่านเดิม ระบุ ส่วนขั้นตอนการเข้ารับบริการจากทางร้านนั้น เมื่อสม
