ออสเตรเลีย
เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม นางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ส่งโทรเลขถึงสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ระบุว่า ขอพระราชทานกราบบังคมทูล ข้าพเจ้าขอแสดงความความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และถวายความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมายังพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ และ ประชาชนชาวไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีบทบาทสำคัญอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศไทย ในฐานะประมุขของประเทศตลอดระยะเวลา 70 ปี พระองค์ทรงขับเคลื่อนทิศทางการพัฒนาประเทศ และทรงอุทิศพระองค์อย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อความอยู่ดีกินดีของชาวไทย พระองค์ทรงพัฒนาประเทศให้ทันสมัย ทรงส่งเสริมความสัมพันธ์นานาชาติให้เข้มแข็ง และทรงนำประเทศพ้นจากวิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจ เป็นเวลามากกว่า 150 ปีที่ประเทศไทย และประเทศเยอรมนีผูกพันกันด้วยความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นและเชื่อถือซึ่งกันและกัน ในชั่วโมงแห่งความอาลัยนี้ ข้าพเจ้าขอถวายพระพรขอพระองค์ทรงมีพระพลัง ความเข็มแข็ง และขอพระองค์ทรงปฏิบัติภาระทุกอย่างลุล่วงเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย ขอร่วมถวายความอาลัย นายโยอาคิม เกาค์ ประธานาธิบดีสห
ในบรรดาสรรพสัตว์ทั้งหลาย “ค้างคาว” น่าจะเป็นสัตว์ที่ “อาภัพ” ไม่น้อยกว่า จระเข้ หรือ งู คือหาคนรักได้ยาก แต่ “คนเกลียด” คนกลัว น่าจะมีเยอะ เพราะเกิดมาไม่ได้มีรูปร่าง หน้าตาน่ารัก น่ากอด เหมือนสุนัข เหมือนกระต่าย นี่หน่า!!! แต่ที่น่าดีใจแทน “เหล่าค้างคาว” บ้างก็คือว่า ตอนนี้มีโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองเอเธอร์ตัน แคว้นควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ชื่อว่า เดอะ โทลก้า แบท ฮอสปิตอล ที่อยากจะ “ฉายความน่ารัก” ของเหล่าค้างคาวให้เราๆ ท่านๆ ได้เห็นกันว่า สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนี้ ก็มีความน่ารัก น่าเอ็นดูเหมือนกันน้า โดยมีทัวร์พาชมชีวิตความเป็นอยู่ของค้างคาวในโรงพยาบาล ซึ่งเก็บค่าทัวร์สำหรับผู้ใหญ่ 18 ดอลลาร์ (ราว 594 บาท) และ เด็ก 10 ดอลลาร์ (ราว 330 บาท) สำหรับความเป็นมาของทัวร์นี้ จะว่าไป ต้องบอกว่าเป็น “ผลพลอยได้” จากบริการหลักของโรงพยาบาล เดอะ โทลก้าฯ มากกว่า ที่ก่อตั้งขึ้นมาด้วยเจตนารมณ์เพื่อให้การดูแลรักษาลูกค้างคาวที่เจ็บป่วย หรือลูกค้างคาวกำพร้า ที่แม่ค้างคาวอาจจะตาย หรือเจ็บป่วย กระทั่งให้นมลูกค้างคาวไม่ได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้างคาวผลไม
