อาชีพที่ไม่เหมือนเรา
ซาลาเปาคุณยาย ไส้แน่น แป้งนิ่ม ถูกแบบไม่น่าเชื่อ ยุคนี้ลูกละแค่ 8 บาท ปีนี้แปลกมาก ถึงแม้กรมอุตุฯ จะประกาศว่าเข้าหน้าร้อนแล้ว แต่พอเอาเข้าจริง บางวันกลับหนาว โดยเฉพาะต้นเดือนเมษายน อากาศหนาวเหมือนหน้าหนาวเลยทีเดียว ผมกับเพื่อนร่วมเดินทางโชคดี ที่ได้ไปเที่ยวอุบลราชธานี ขณะที่กำลังมีอากาศหนาว ทำให้ได้บรรยากาศในการท่องเที่ยวดีขึ้นมาทันที เพราะไม่ร้อน เรื่องท่องเที่ยวก็ว่ากันไป ส่วนเรื่องอื่นก็ว่ากันไปอีกเรื่อง ที่ผมพูดอย่างนี้หมายถึง บังเอิญขณะนั่งรถไปบนถนนสถิตย์นิมานกาล ในอำเภอพิบูลมังสาหาร เพื่อไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่มีอยู่ในอุบลราชธานี นั้น เป็นช่วงเวลาที่ท้องกำลังเรียกร้องอาหาร เพราะผ่านมื้อเที่ยงมาร่วม 3 ชั่วโมงแล้ว จึงควรแวะหาของว่างกิน เพราะกว่าจะถึงเวลากินอาหารค่ำจะต้องรออีกหลายชั่วโมง อาหารว่างในเป้าหมายของเรา ก็คือ อยากจะหาร้านกาแฟแกล้มอาหารว่าง แต่พอถามคนขับรถซึ่งเป็นคนท้องที่ คนขับรถได้แนะนำเราว่า ถ้ามาเมืองนี้ควรกินซาลาเปา เพราะเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องซาลาเปา ขณะนั่งรถไปตามถนนจะเห็นร้านซาลาเปาขายอยู่ที่ตึกแถวหลายร้าน แต่ละร้านแย่งกันขึ้นป้ายเป็นเจ้าเก่า ส่วนเจ้าไห
ขายปลาปล่อย เจ้าแรกๆในกรุงเทพฯ อยู่ริมคลองเทเวศร์ ทำมานานกว่า 60 ปี คนไทยนอกจากชอบกินปลาแล้ว ยังชอบปล่อยปลา ด้วย ตอนกินปลาก็จะได้อร่อยปาก แต่ตอนปล่อยปลาก็จะได้บุญ เขาว่า ถ้าปล่อยปลาอะไรแล้ว ห้ามกินปลาชนิดนั้นอีกต่อไป เช่น ถ้าปล่อยปลาไหล ก็ห้ามกินปลาไหล ฉะนั้น ก่อนปล่อย ต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะเลือกปล่อยปลาชนิดใด เพราะจะได้ไม่มีปัญหากับการกินปลา แต่ถ้าคิดว่าไม่เป็นไร เพราะเรื่องของการปล่อยกับการกินควรแยกกัน หากคิดเช่นนี้ก็ไม่ถือว่าผิดกติกาในการปล่อยปลาแต่ประการใด คนที่มีอาชีพขายปลาให้คนนำไปกินนั้นมีมาก มีเกือบทุกแห่งทั่วประเทศ ส่วนอาชีพขายปลาปล่อยมีน้อย ถ้ามี ส่วนใหญ่คนขายปลาปล่อย ก็จะอยู่ในวัด ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ลำคลอง เพื่อให้คนที่มาซื้อปลาสามารถปล่อยปลาได้สะดวก สำหรับคนขายปลาปล่อยที่เป็นเจ้าแรกๆ ในกรุงเทพฯ ผมคิดว่าน่าจะอยู่ที่ริมคลองเทเวศร์ เยื้องๆ กับวังเทเวศร์ แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร นี้เอง เพราะเป็นสถานที่ที่อยู่ต่อเนื่องกับแม่น้ำเจ้าพระยา คุณเพ็ญแข จามจรีกุล หรือ คุณเอ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านปลาปล่อยรายนี้ เล่าให้ฟังว่า จริงๆ แล้วที่เธอมาขายปลาปล่อยก็เพราะเตี่ยของสามีทำมาก่อน ซึ่งขา
ต้มเลือดหมู เจ็กจุ่น ร้านใหญ่สุดในประเทศ มีลูกน้องห้าสิบคน เคยขายได้วันเป็นแสน ต้มเลือดหมู นับเป็นอาหารเช้ายอดนิยมของคนไทยที่มีขายอยู่ทั่วประเทศ นับเป็นอาหารเช้าอีกอย่างหนึ่งที่ผมก็ชอบกิน ผมเพียงแต่ไม่ชอบเลือดหมูเท่านั้น ฉะนั้น เวลาจะสั่งข้าวเลือดหมูกิน ผมมักจะย้ำกับคนขายว่า “เลือดหมูชามหนึ่ง ไม่เอาเลือด” คนขายฟังแล้วก็ไม่งง แสดงว่ามีคนชอบกินต้มเลือดหมูแต่ไม่เอาเลือดเหมือนผมต้องมีไม่น้อย ถึงแม้ผมไม่เอาเลือด แต่ก็มีชิ้นส่วนของหมูอย่างอื่นๆ ให้กินเยอะ เช่น เนื้อหมูสับ ตับ ไส้ กระเพาะ เซ่งจี๊ ให้เลือกกินได้หลายอย่างมาก ล้วนแต่อร่อยทั้งนั้น เมื่อพูดถึงต้มเลือดหมู หากผู้ใดเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ หรือภาคตะวันออก ระหว่างทางจะต้องมีร้านขายต้มเลือดหมูให้แวะกิน การกินต้มเลือดหมู ถ้าให้อร่อยจะต้องกินกับข้าวสวยร้อนๆ และที่ขาดไม่ได้ก็คือ พริกน้ำส้ม ระยะนี้ตั้งแต่มีโรคโควิดระบาด ส่วนใหญ่ผมจะกักตัวอยู่แต่บ้าน แล้วอยู่ๆ ก็มีพรรคพวกชักชวนให้ทำรายการให้สถานีวิทยุของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผมเห็นว่า น่าจะดีเหมือนกัน เพราะจะได้ออกจากบ้านบ้าง แล้วผมก็รับทำโดยตั้งชื่อรายการว่า สบายๆ กับไมตรี
ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ดีกว่าอย่างอื่น เพราะตลาดต้องการ นักท่องเที่ยวจีนนิยมมาก ผมรับงานจัดรายการให้สถานีวิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ งานหลักที่ผมต้องทำคือการสัมภาษณ์คนทำงานศิลปะทั้งที่เป็น หนังสือ การวาดรูป และคนที่ประกอบอาชีพทางเกษตร งานชิ้นแรกของผมที่จะนำออกอากาศ ผมต้องไปสัมภาษณ์พูดคุยกับเจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอมรายใหญ่ที่สวนเคหฟาร์ม ตำบลระแหง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี โทร. 081-855-8938 ที่ว่ารายใหญ่ก็เพราะเจ้าของสวนคือ คุณเปรม ณ สงขลา ปลูกมะพร้าวน้ำหอมไว้ถึง 2,000 ต้น บนเนื้อที่ 70 ไร่เศษ วันที่ผมไปที่สวนจังหวะไม่ค่อยดีเท่าไร ทั้งนี้ก็เพราะเจ้าของสวนได้เก็บมะพร้าวส่งให้ผู้มาซื้อ ซึ่งมีทั้งลูกค้าประจำและขาจร เรียบร้อยไปแล้ว ไม่นั้นจะได้ภาพสวยๆ น่าตื่นเต้นมาฝากผู้อ่าน จะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไรในเมื่อมีมะพร้าวจำนวนเป็นหมื่นๆ ลูก กำลังถูกขนส่งขึ้นรถ ผมกล้ายืนยันเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ได้มาเห็นก็เพราะ ไม่ต้องมาก มะพร้าวต้นหนึ่งได้เพียง 10 ลูก ถ้า 2,000 ต้น ก็จะได้ถึง 20,000 ลูก เลยทีเดียว มารู้ตอนหลังว่า ราคาขายในเดือนนี้ ปลายปี 2564 ตกมาก คือ ขายได้ลูกละเพียง 5 บาท เท่านั้น “เคยขายได้ถึงลูกล
วาดรูปขาย อาชีพสำหรับคนสูงอายุที่ต้องตกงาน นั่งๆ นอนๆ อยู่บ้าน ผมได้ประกอบอาชีพครั้งแรกที่เป็นหลักเป็นฐานสักหน่อยก็คือได้เป็นพนักงานของเทศบาลนครกรุงเทพฯ (ชื่อเรียกสมัยนั้น) จากนั้นก็ได้ย้ายไปเป็นช่างควบคุมประปาที่เทศบาลเมืองสมุทรปราการ ก่อนย้ายอีกครั้งไปเป็นหัวหน้าเขตประปาสมุทรปราการ สังกัดการประปานครหลวง ขณะทำงานหลวง ผมก็หัดเขียนหนังสือจนสามารถมีอาชีพเขียนหนังสือได้อีกอย่างหนึ่งโดยเป็นอาชีพควบคู่ไปกับการทำงานที่การประปานครหลวง ผมมีงานเขียนมากทั้งเรื่องสั้น เรื่องยาว สารคดีท่องเที่ยวและบทความ แล้วยังได้เขียนประจำเป็นคอลัมนิสต์ ให้กับนิตยสารหลายฉบับ ผมเขียนหนังสือมากจนแทบแยกไม่ออกว่า อาชีพประจำของผมอยู่ที่การทำงานหลวงหรือเขียนหนังสือกันแน่ จนกระทั่งผมเกษียณจากการประปานครหลวง เมื่อเกษียณก็เท่ากับผมจะไม่ได้เงินเดือนจากการประปานครหลวงอีกต่อไป ในขณะเดียวกัน นิตยสารต่างๆ เริ่มทยอยปิดตัวเองลงเรื่อยๆ จนเหลือหนังสือที่ให้ผมเขียนได้น้อยลง ซึ่งหมายถึงทำให้ผมขาดรายได้ไปมาก เพราะนอกจากไม่ได้มีเงินบำนาญเหมือนข้าราชการแล้ว ผมยังได้เขียนหนังสือน้อยลงด้วยดังกล่าวแล้ว ผมจึงหันมาทำงานศิลปะด้วยการวาดรูป น
ทำสวนทุเรียน เลี้ยงกุ้ง อาชีพเกษตรรายได้ดี แต่ไม่ง่าย เพราะโรครบกวน มีผลิตภัณฑ์สารชีวภาพชนิดหนึ่ง ชื่อแบรนด์ว่า นัมเบอร์วันไบโอ เป็นสารเสริมประสิทธิภาพ ส่วนผสมมาจากแร่ธาตุหินภูเขาไฟ มี 2 สูตร คือ สูตรที่ใช้กับกุ้ง เรียกว่า สูตรกุ้งร่าเริง ส่วนอีกสูตร ใช้กับทุเรียน เรียกว่า สูตรทุเรียนสุขภาพดี แปลว่า ปลอดโรคนั่นเอง ผู้ที่นำผลิตภัณฑ์นัมเบอร์วันไบโอ 2 สูตรนี้มาจำหน่าย ก็คือ คุณปรัช ทำนา ที่ได้ผ่านการทำอาชีพมาหลายอย่าง หลังจากคุณปรัช เรียนจบคณะอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ก็ได้ออกมาทำงานหนังสือพิมพ์ เป็นทั้งนักข่าว นักเขียน และนักจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์ จากนั้นได้เปิดร้านอาหาร ทำโรงแรม นักขายอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุด ได้มาจับงานขายผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกุ้งและทุเรียน ดังกล่าวข้างต้น สำหรับเรื่องนี้ คุณปรัช ได้เปิดเผยว่า ยุคโควิดระบาดอย่างนี้ โรงงานอุตสาหกรรม บริษัทห้างร้านพากันหยุดกิจการเป็นจำนวนมาก หลายคนหันไปประกอบอาชีพทางการเกษตร เพราะเมืองไทยเป็นเมืองเกษตร หมายถึงมีที่ดินปลูกต้นไม้ ทั้งไม้ผลไม้ดอกได้แทบทุกชนิด บางคนก็เปลี่ยนอาชีพไปปลูกผัก เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงหมู เลี้ยงปลา ซึ่งมีทางเดีย
ทุเรียนภูเขาไฟ ราคาดี มีคนเหมาถึงสวน ปีที่แล้วแค่ต้นเดียว ทำเงินให้เกินครึ่งแสน ช่วงนี้ต้องยอมรับว่าเดินทางตระเวนออกไปสัมภาษณ์คนที่มีอาชีพต่างๆ ได้ยาก หรือได้ก็ไม่สะดวกเหมือนเคย ทั้งนี้ก็เพราะกำลังอยู่ในช่วงโรคโควิดระบาดนั่นเอง ผมจึงจำเป็นต้องอยู่บ้าน หยุดเชื้อเพื่อชาติ แม้ได้รับเชิญจากคุณธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ ผอ.ททท.จังหวัดสุรินทร์ ให้ไปฟังแถลงข่าว โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด วัฒนา พุฒิชาติ เกี่ยวกับเรื่องทุเรียนภูเขาไฟ ผมก็ไปร่วมไม่ได้ ถึงผมจะไปร่วมฟังแถลงข่าวไม่ได้ แต่ก็ได้รับน้ำใจจากเจ้าของสวนส่งทุเรียนภูเขาไฟมาให้ผมถึงบ้านตั้ง 2 ลูกใหญ่ๆ พอได้กินทุเรียนแล้ว ทำให้รู้เลยว่า ทุเรียนภูเขาไฟ มีรสชาติอร่อย รสที่เด่น คือ หวานมัน กลิ่นไม่แรง หอมพอเหมาะ เนื้อละเอียด เนื้อมีสีเหลืองตลอดทั้งผล ที่ชมทุเรียนภูเขาไฟว่าอร่อย เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่ได้มากินฟรีแล้วถึงชม สวนทุเรียนที่ส่งทุเรียนมาให้ผมกิน มีชื่อเต็มยศว่า “ไร่บุญวันพืชสวน” เจ้าของมีชื่อว่า คำตา บุญวัน วัย 70 ปี คนส่วนใหญ่ในละแวกนั้นเรียกแกว่า ลุงคำตา ไร่บุญวันพืชสวน มีทุเรียนอยู่ทั้งสิ้น 350 ต้นที่ให้ผลแล้ว ไร่หนึ่งๆ จะมีต้นทุเรียน 25
ช่างนินจา ช่างปูนปั้น ทำงานไม่ได้ค่าแรง เพราะค่าแรงของเขา คือ ความสุข ถึงจะเป็นช่วงโควิดระบาดครั้งที่ 3 แต่ผมก็อดจะออกจากบ้านไปเที่ยวไม่ได้ เพียงแต่เลือกสถานที่ท่องเที่ยวที่เงียบๆ มีคนไปเที่ยวน้อย การได้ไปเที่ยวในช่วงที่ว่านี้ นอกจากได้ที่พักราคาถูกแล้ว ยังได้เห็นธรรมชาติที่สวยงามเบิกบานด้วย จะถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ก็เห็นวิวได้ชัดเจน ไม่มีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ มายืนบดบังสายตา สถานที่ที่ผมเลือกไปท่องเที่ยวอยู่ที่อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ที่เลือกที่นี่ เพราะทราบมาก่อนว่าเป็นเมืองอยู่บนที่ราบของยอดเขา คล้ายๆ กับยอดภูกระดึง จึงทำให้อากาศดี ทั้งๆ ที่เป็นปลายฤดูร้อน แต่พอตื่นมาตอนเช้าก็จะพบกับอากาศหนาว จนต้องใส่เสื้อหนาว พอถึงเวลาเที่ยง อากาศพอดีเหมือนนั่งอยู่ในห้องแอร์ แต่ที่นี่ดีกว่าห้องแอร์ เพราะสายตาสามารถมองไปรอบๆ ได้ 360 องศา ไปยังท้องทุ่งที่ปลูกพืชไร่กว้างไกลสุดตา ทำให้ไม่อึดอัดเหมือนอยู่ในห้องแอร์ เมื่อเป็นอย่างนี้ จึงไม่จำเป็นต้องนั่งรถไปเที่ยวที่ไหน แค่พักผ่อนอยู่ที่รีสอร์ตก็สบายแล้ว และไม่ต้องห่วงว่าจะติดโควิดจากใครด้วย เพราะมีคนมาพักที่รีสอร์ตเพียงไม่กี่หลังเท่านั้น บังเอิญว่า ในวั
รับจ้างพานักท่องเที่ยว ชม หินสามวาฬ ได้วันละสองเที่ยว มีเงินเหลือไว้ส่งงวดรถ ปัจจุบัน ถ้าใครไปเที่ยวที่จังหวัดบึงกาฬ ส่วนใหญ่จะถือโอกาสไปที่ หินสามวาฬ ซึ่งเป็นหินขนาดยักษ์อยู่บนภูเขา เนื่องจากหินที่ว่านี้มีรูปร่างเหมือนปลาวาฬ 3 ตัว กำลังว่ายน้ำอยู่กลางทะเลหมอก (ถ้ามีหมอก) จึงมีชื่อว่า หินสามวาฬ ที่จริงหินสามวาฬ มีมานานแล้ว ตอนแรกก็ไม่มีใครสนใจอยากไปเห็น ที่สำคัญ ไม่รู้ด้วยว่า มีหินสามวาฬอยู่บนยอดเขา ทว่า พอมีหนังโฆษณาของบริษัทเหล้ายี่ห้อหนึ่งผ่านจอทีวีเท่านั้น ทำให้หินสามวาฬ โด่งดังขึ้นมาทันที เพราะนอกจากหินมีขนาดมหึมาที่มีรูปร่างเหมือนปลาวาฬแล้ว บริเวณใกล้ๆ ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง โดยเฉพาะจุดชมวิว เมื่อเดือนที่แล้ว ผมไปเที่ยวที่บึงกาฬ ก็ได้ไปชมหินสามวาฬ กับเขาด้วยเช่นกัน หินสามวาฬ อยู่ในการดูแลของกรมป่าไม้ เปิดให้ทุกคนเข้าชมฟรีตั้งแต่ตีห้า ถึงห้าโมงเย็น ที่ต้องเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ก็เพราะบางวันของบางเดือนจะมีทะเลหมอกให้คนได้มาชมทั้งหินสวยและหมอกงามบนภูเขาสูงกลางป่า กรมป่าไม้ เป็นผู้ดูแล ห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวขับรถขึ้นไปชมหินสามวาฬเอง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย มากกว่าเหตุผลอื่นๆ ถ้
ศิลปินอิสระ รับวาดรูปอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องเจอจราจรติดขัด มีงานให้ทำแทบไม่ทัน ตอนที่ผมนำผลงานศิลปะไปเปิดนิทรรศการที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ชายคนหนึ่งได้นำภาพเหมือนของผมมามอบให้ผมรูปหนึ่ง ทำให้ผมตื่นเต้นและดีใจมาก เพราะเป็นภาพเหมือนที่เหมือนมาก เหมือนแบบภาพวาดซึ่งดูดีกว่าภาพถ่าย ผู้ที่นำภาพมามอบให้ผม แนะนำตัวเองว่าชื่อ ดินหิน รักพงษ์อโศก “เป็นชื่อที่ท่านโพธิรักษ์ จากสำนักสันติอโศก เป็นผู้ตั้งให้ตอนไปปฏิบัติธรรมและช่วยงานท่าน” ที่คุณดินหินไปช่วยงานส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของการวาดรูป หรืองานเกี่ยวกับศิลปะนั่นเอง ภาพที่คุณดินหินวาดให้ผมนั้นใช้สีถ่านชาร์โคล ที่เวลาเอามือลูบสีถ่านจะไม่ติดมือ ก็เพราะได้ใช้น้ำมันเคลือบไว้แล้ว เรื่องนี้ผมไม่ได้รู้เอง เพราะไม่เคยใช้สีถ่านวาดรูปมาก่อน ที่รู้ก็เพราะคุณดินหินบอก ตอนแรก ผมนึกว่าคุณดินหินคงอาศัยอยู่ที่สันติอโศก แต่พอได้พูดคุยกัน จึงได้รู้ว่า เขามีบ้านเป็นของตัวเองอยู่ในกรุงเทพฯ นี้เอง โดยใช้บ้านเป็นที่ทำงานไปด้วย พักอาศัยไปด้วย เพราะระยะหลังไม่ได้ทำงานประจำที่ไหน ปักหลักรับงานวาดรูปอยู่ที่บ้าน ส่วนใหญ่ที่รับงานจะเป็นภาพเหมือน ซึ่ง
