เก็บเงิน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคทั่วโลกรวมทั้งคนไทยต่างผชิญความจริงว่า “ค่าครองชีพสูงขึ้นพร้อมกันทุกด้าน” ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าพลังงาน ค่าที่อยู่อาศัย ไปจนถึงค่า “ความสุขเล็กๆ” ที่เคยจ่ายได้โดยไม่ต้องคิด แต่วันนี้กลับต้องไตร่ตรองมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า อีกทั้งความไม่สงบระหว่างประเทศ ภูมิรัฐศาสตร์ ต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน รวมถึงค่าขนส่งระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น ต่างเป็นแรงผลักที่ทำให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยจึงรู้สึกว่า “เงินเท่าเดิม ใช้ได้ไม่เท่าเดิมแล้ว” ค่าครองชีพสูงขึ้นจริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึก แม้อัตราเงินเฟ้อของไทยในปี 2567 จะอยู่ที่เพียง 0.4% ตามข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งสะท้อนการชะลอตัวของราคาสินค้าโดยรวม แต่ในปี 2568 สถานการณ์กลับสวนทางความรู้สึกผู้บริโภคอย่างมาก เพราะอัตราเงินเฟ้อทั้งปีอยู่ที่ -0.14% หรือติดลบต่อเนื่องยาวนานถึง 9 เดือน ซึ่งดูเหมือนว่า “ของถูกลง” แต่แท้จริงแล้วเกิดจากราคาพลังงานและค่าไฟฟ้าปรับลดลง เป็นปัจจัยหลัก ไม่ใช่จากราคาสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวันที่ลดลงจริงแต่อย่างใด ในท
การเก็บเงินก้อนใหญ่เพื่อซื้อบ้านหลังแรกอาจเป็นเป้าหมายที่หลายคนคุ้นเคย แต่สำหรับ Jackie Mitchell สาววัย 28 ปี จากรัฐโอไฮโอ วิธีการของเธอนั้นไม่ธรรมดา เธอท้าทายตัวเองด้วยภารกิจ “หาเงินเพิ่มวันละ 100 ดอลลาร์ ประมาณ 3,400 บาท ติดต่อกัน 100 วัน” และบันทึกเส้นทางนี้ลงใน TikTok จนกลายเป็นไวรัล ผลลัพธ์ที่ได้นั้นน่าทึ่งมาก เพราะเธอทำภารกิจสำเร็จก่อนกำหนดถึง 11 วัน โดยทำรายได้เฉลี่ยวันละ 110 ดอลลาร์ รวมแล้วเธอหาเงินพิเศษได้เกือบ 11,000 ดอลลาร์ ประมาณ 370,000 บาท ภายในเวลาเพียง 100 วันเท่านั้น เคล็ดลับความสำเร็จ “เริ่มจากเป้าหมายเล็กๆ” บทเรียนสำคัญที่สุดที่ Mitchell ได้เรียนรู้คือ เงินน้อยมักกลายเป็นเงินก้อนใหญ่เสมอ เธอแนะนำว่าหากมีเป้าหมายใหญ่ เช่น การปลดหนี้หรือซื้อบ้าน อย่าเพิ่งมองที่ยอดรวมทั้งหมด แต่ให้ลองซอยย่อยออกมาว่า เธอย้ำว่า “การหาได้วันละ 5 ดอลลาร์ หรือประมาณ 170 บาทก็ยังดีกว่าหาไม่ได้เลยสักบาทเดียว” 3 เทคนิคเลือกอาชีพเสริมให้ปังตามแบบฉบับ Mitchell หากคุณอยากลองเริ่มทำอาชีพเสริมบ้าง นี่คือ 3 คำแนะนำที่เธออยากบอก 1. เข้าหาแหล่งข้อมูลจากผู้ใช้งานจริง (Side Hustle Community) การเลือกอาชี
62% ของคนไทยมีเงินสำรองใช้ไม่ถึง 3 เดือน แล้วถ้าวันพรุ่งนี้เกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น เข้าโรงพยาบาลกะทันหัน รถเสียกลางทาง หรือรายได้สะดุด ทุกคนพร้อมที่จะกาง “ร่มกันฝนทางการเงิน” จากที่ไหน เพราะพายุการเงินไม่เคยบอกล่วงหน้า และฝนตกหนักครั้งนี้อาจทำให้ชีวิตสั่นคลอนได้ ฤดูกาลไม่ได้เปลี่ยนเพียงท้องฟ้า แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมการเงินของผู้คนไปพร้อมกัน ในภาษาอังกฤษมีสำนวน “saving for a rainy day” หมายถึงการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามลำบาก ไม่ใช่แค่วันที่ฝนตกจริงๆ ดังนั้น ทุกคนควรต้องมี Rainy-day Fund หรือเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อเป็นร่มกันฝนทางการเงินไว้ปกป้องในวันที่ชีวิตไม่เป็นใจ ผลสำรวจระหว่างปี พ.ศ. 2563–2565 โดยธนาคารแห่งประเทศไทยร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า แม้คนไทยมีเงินออมเพิ่มขึ้นเป็น 74.7% จาก 72.0% ในปี 2561 แต่มีเพียง 38% เท่านั้นที่มีเงินสำรองเพียงพอเกิน 3 เดือน สะท้อนว่าคนไทยแม้ออมเงิน แต่ยังไม่พร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินจริงๆ เคทีซี จึงได้รวบรวม 3 ขั้นตอน “อ–อ–ม” เพื่อเริ่มต้นสร้างร่มคุ้มกันทางการเงิน ที่จะช่วยให้ชีวิตมั่นใจได้แม้ในวันที่ฝนตกหนักที่สุด 1. อ–ออ
เพราะเคยป่วยด้วยโรคมะเร็ง ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ และปัจจุบันเป็นโรคหัวใจ ทำให้น้องวิน ตั้งเป้าสร้างรายได้และเก็บเงินสำรองให้ได้จำนวนมาก เพื่อเป็นเงินสำรองฉุกเฉิน เพราะมองการณ์ไกลหากป่วยอีกรอบก็น่าจะใช้เงินไม่น้อย เรื่องราวของ วิน-ภาสวิน ตันตินิติ เด็กชายวัย 14 ปี ที่มาแชร์เรื่องราวการออมเงินของตัวเอง ผ่านรายการมนุษย์ต่างวัย Talk ไว้อย่างน่าสนใจ น้องวินจึงเริ่มเก็บเงิน ด้วยวิธีนี้ และนี่คือแนวคิดของเด็กวัย 14 ปี เกี่ยวกับการออมเงินไว้ใช้ในอนาคต ซึ่งน้องวินได้แชร์แนวคิดอีกมากมายไว้ในช่องติ๊กต็อก win_phassawin ซึ่งมีผู้ติดตาม 45.8 หมื่นคน โดยคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยม คือ วิธีลดรายจ่ายฉบับนักเรียน นั่นคือการห่อข้าวไปกินที่โรงเรียน ด้วยการฝึกทำกับข้าวเอง และเก็บค่าขนมที่ได้ประจำได้มากขึ้น ซึ่งมียอดรับชมสูงถึง 1.1 ล้านวิว อีกคอนเทนต์ที่น่าสนใจคือ 3 อย่างที่ลงทุนได้ ต่อให้อายุไม่ถึง 20 น้องวินแชร์ไว้ว่า อย่างแรกคือ ซื้อทองคำ สอง ซื้อหนังสือ เพราะความรู้เป็นสิ่งคุ้มค่า ยิ่งมีความรู้เยอะ ยิ่งหาเงินได้เยอะ และสาม สลากออมสิน สำหรับใครที่ได้อ่านเรื่องราวของน้องวินแล้วเกิดแรงบันดาลใจ
ในยุคที่ความรวดเร็วคือความเคยชินโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับบริบททางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่แตกต่างจากยุคก่อนหน้าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนของอาชีพในโลกยุค AI หรืออิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมการบริโภคแบบทันทีทันใด จากรายงานของ Bank of America ในปี 2024 ระบุว่า Gen Z มียอดใช้จ่ายเกือบ 2 เท่าเมื่อเทียบกับยอดเงินออมเฉลี่ย ชี้ให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารการเงินที่ต้องเผชิญกับแรงจูงใจจากทั้งเหตุผลและอารมณ์อยู่ตลอดเวลา ลองมาดู 5 วิธีการบริหารเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ จาก KTC ให้ตอบโจทย์ทั้งความต้องการในปัจจุบันและเป้าหมายในอนาคตได้อย่างสมดุล 1. กำหนดงบประมาณอย่างมีขอบเขต แม้การใช้เงินเพื่อเยียวยาความรู้สึกในวันที่เหนื่อยล้าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่การปล่อยให้การใช้จ่ายถูกขับเคลื่อนด้วยอารมณ์โดยไม่มีการวางแผนอาจนำไปสู่ปัญหาการเงินในระยะยาว การตั้งวงเงินสำหรับค่าใช้จ่ายหมวดตามใจที่ชัดเจน จะช่วยควบคุมการตัดสินใจไม่ให้ส่งผลต่อภาพรวมทางการเงินได้ เช่น กำหนดว่าในแต่ละเดือนจะใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง อาหารนอกบ้าน หรือไล
ต้องยอมรับว่าในภาวะเศรษฐกิจเช่นยุคนี้ การวางแผนการเงิน คือทางรอดสำคัญอย่างหนึ่ง หากยังไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ลองมาฟังคำแนะนำดีๆ จาก กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ผู้ให้บริการบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ที่แนะเคล็ดลับวางแผนการเงินรับต้นปีเพื่อช่วยให้คุณมีเงินใช้คล่องมือตลอดปีแบบไม่มีสะดุด 1. ตรวจสอบที่มาของรายรับและรายจ่ายสม่ำเสมอ การทำบัญชีแสดงรายรับ-รายจ่าย คือ หัวใจ สำคัญที่จะเห็นร่องรอยการใช้จ่ายของตัวเองว่าเป็นอย่างไร เปรียบได้กับมีแผนที่ช่วยนำทางเพื่อให้รู้ที่มาและที่ไปของเงินคุณ จะได้รู้ว่าคุณควรแบ่งเงินสำหรับใช้หรือเก็บอย่างไร อาจลองทำตามคำแนะนำง่ายๆ คือ ให้แบ่งเงินเป็น 3 หมวดตามรายการใช้จ่ายจริงของคุณ ดังนี้ เงินเพื่อการออม เช่น เงินฝากประจำ กองทุน สลากออมสิน หุ้น เงินเพื่อใช้จ่าย เช่น ค่าผ่อนรถ ค่าผ่อนบ้าน ค่าสาธารณูปโภค ค่าอาหาร เงินเพื่อความสุข เช่น หนังสือ ท่องเที่ยว ชมความบันเทิงต่างๆ เคล็ดลับสำคัญคือ ให้ออมก่อนใช้ และอย่าใช้ก่อนแล้วค่อยออมจะทำให้ไม่บรรลุเป้าหมาย 2. ใช้แอปพลิชันช่วยจัดการค่าใช้จ่าย ยุคนี้มีแอปพลิเคชันช่วยจัดการเรื่องการเงินอย่างมากมาย แอปพลิเคชันบริหารค่าใช้จ่าย
หมดปัญหา ไม่มีเงินเก็บ! แชร์ 5 เคล็ดลับ ช่วยให้วัยเริ่มทำงานเก็บเงินได้ไวขึ้น เพราะการเก็บเงินจริงจัง เป็นเรื่องยากของเด็กจบใหม่ หรือวัยเริ่มทำงาน โดยเฉพาะคนที่อยากสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยเงินเดือนที่อยู่ในระดับ Entry Level หรือเพิ่งเริ่มต้น ซึ่งหลายคนนอกจากต้องรับมือกับค่าใช้จ่ายส่วนสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ค่าที่อยู่อาศัย หรือค่าอาหารในทุกวันแล้ว อาจต้องชำระคืนทุนการศึกษา หรือต้องช่วยแบ่งเบาภาระทางบ้านอีกด้วย ดังนั้น First Jobbers อาจพบเจอความท้าทายทางการเงินได้หลากหลาย โดยเรามี 5 เคล็ดลับที่ช่วยให้วัยเริ่มทำงานเก็บเงินได้ไวขึ้น เพื่อการเงินที่ดีขึ้น ดังนี้ 1. กำหนดงบประมาณที่ใช้ต่อเดือน ไม่ว่าการเริ่มต้นชีวิตมนุษย์ทำงานจะยุ่งเหยิงแค่ไหน แบกอะไรบ้าง แต่เรื่อง “การเงิน” ต้องไม่หลุดโฟกัส เมื่อตั้งใจเก็บเงินอย่างจริงจัง สิ่งสำคัญคือ การคุมงบใช้จ่ายอย่างหนักแน่น ซึ่งการรู้จักตัวเองว่าในแต่ละเดือน ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับอะไร เท่าไหร่ ทั้งค่าที่อยู่อาศัย ค่าน้ำ ค่าไฟ รวมถึงค่าช้อปปิ้งต่างๆ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดสรรงบประมาณที่ใช้จ่ายต่อเดือน และก
มนุษย์เงินเดือน เก็บเงินไม่อยู่ แต่อยากพิชิตเงินล้าน ต้อง ลด-ละ-เลิก 6 นิสัยนี้ มนุษย์เงินเดือนหลายคนอาจเคยเจอปัญหาการออมเงิน เช่น ออมเท่าไหร่ก็ไม่ถึงเป้าหมายสักที หรือเงินไหลออกทุกเดือน นั่นไม่ใช่ว่าเราเป็นคนเก็บเงินไม่เก่ง แต่บางครั้งอาจกำลังติดนิสัยหรืออุปสรรคบางอย่าง ลองมาดูกันดีกว่า ว่าคุณกำลังมี 6 นิสัยที่เป็นอุปสรรคในการออมเงินอยู่หรือไม่ 1. เลิกใช้เงินก่อน แล้วออมทีหลัง เงินเดือนเข้าบัญชีปุ๊บ ก็โอนออกไปใช้จ่ายปั๊บ เหลือเท่าไรค่อยนำมาเป็นเงินเก็บ ลองเปลี่ยนวิธีเป็นการออมเงินก่อนแล้วค่อยใช้ทีหลังแทน จะช่วยให้ออมเงินตามเป้าหมายได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ควรกำหนดจำนวนเงินที่ต้องการออมในแต่ละเดือนไว้ด้วย เพื่อสร้างความสม่ำเสมอ และทำจนเป็นนิสัย เช่น เมื่อเงินเดือนเข้า จะหัก 10% ของเงินเดือนมาเป็นเงินออมทันที เหลือเท่าไรค่อยนำไปใช้จ่าย หรือสร้างนิสัยรักการออม โดยการหยอดกระปุกทุกวัน วันละ 100 บาท เป็นต้น 2. เลิกตามกระแส ปัจจุบัน โซเชียลมีเดียเข้ามามีผลต่อนิสัยของมนุษย์เป็นอย่างมาก ทำให้ผู้บริโภคตกเป็นทาสการตลาด ช้อปจนอาจลืมคำนึงถึงความจำเป็น ทำให้บ่อยครั้งเรามักจะหมดเงินไปกับกระแสนิยม ดั
เก็บเงิน ด้วยเทคนิค โหล 6 ใบ แบ่งใช้ตามวัตถุประสงค์ เวิร์กไหม ทำอย่างไร? การออมเงิน หรือ การเก็บเงิน มีหลากวิธี หลายเหตุผล บ้างก็เพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน บ้างก็เพื่อซื้อของปรนเปรอความต้องการ บ้างก็เก็บเพื่อต่อยอดให้เงินงอกเงย แล้วแต่วัตถุประสงค์ของแต่ละคน เว็บไซต์ ttb ได้เผย วิธีการเก็บเงินด้วย เทคนิค 6 Jars โดย T. Harv Eker นักธุรกิจ นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ และเจ้าของวลีเด็ด ฉันมีสมองเงินล้าน ผู้เขียนหนังสือการเงินขายดี Secrets of the Millionaire Mind ถอดรหัสลับสมองเงินล้าน มาฝาก ผู้ที่อยากได้แนวทางการเก็บออมดีๆ โดย 6 Jars คือ เทคนิคการเก็บเงินอย่างเป็นระบบ เปรียบเทียบ ‘รายได้’ เป็นเหมือนน้ำที่ได้รับมาเมื่อไหร่ เราจะแบ่งใส่ในโหล 6 ใบทันที เพื่อเก็บไว้ใช้ตามวัตถุประสงค์ และสัดส่วนที่แตกต่างกัน ดังนี้ โหลที่ 1 : ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน (Necessity Account) ประมาณ : 55% ของรายได้ โหลที่มีความจำเป็น และกินสัดส่วนมากที่สุด ถูกกันไว้สำหรับ ค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ เงินที่ต้องส่งให้ครอบครัวทุกเดือน ภาระหนี้สินต่างๆ ไปจนถึงทุกค่าใช้จ่าย ‘จำเป็น’ ที่ทำให้สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างรา
แชร์เทคนิค เก็บ “เงิน 3 ถัง” วิธีการออม ในยุคเงินเฟ้อ-ของแพง “ต้องมีเงินเก็บหลักล้าน” คงเป็น To Do List ของใครหลายคนที่ตั้งปณิธานปักหมุดลงโซเชียลรับปีใหม่ที่ผ่านมา แต่ตอนนี้เวลาผ่านไปเกือบจะเข้าสู่ปีใหม่อีกครั้ง หลายคนคงยังเก็บเงินไม่ได้ตามฝันที่ตั้งไว้ อาจเพราะอุปสรรคต่างๆ ที่เข้ามาขัดขวางเส้นทางการเป็นเศรษฐี ดังนั้น เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ขอแนะนำเคล็ดลับ “เงิน 3 ถัง” การออมเงินในยุคเงินเฟ้อ-ของแพง ที่เราทุกคนต้องหันมาออมเงินอย่างจริงจัง หลายคนมองว่า “เงินออม” ควรเป็นเงินที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายประจำเดือน แต่ตราบใดที่เรายังใช้กลยุทธ์ดังกล่าวนี้ในการสร้างเงินออม เราจะไม่สามารถเดินไปถึงฝันได้แน่นอน เพราะค่าใช้จ่ายประจำเดือนเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ดังนั้นเราต้อง “ออมก่อนจ่าย” วิธีที่นักบริหารการเงินหลายคนใช้ ด้วยการสร้างวินัยด้านการเงินให้กับตัวเองคือ เมื่อได้รายรับให้หักส่วนหนึ่งเป็นเงินออมทันที เช่น ถ้าได้รับเงินเดือน 30,000 บาท หักเงินออมทันที 10,000 บาท ส่วนที่เหลือนำไปบริหารเป็นค่าใช้จ่ายประจำเดือน และค่าใช้จ่ายประจำวัน วิธีนี้จะทำให้เรามีเงินออมอย่างมั่นคงทุกเดือน เมื่อเราได้เงินออมที
