เงินเยียวยา
มีรอบเก็บตก ผู้ประกันตน ม.33 ที่ไม่ได้เงินเยียวยารอบแรก 13 ส.ค.นี้ โอนให้อีกรอบ เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2564 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยถึง โครงการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ในกิจการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามที่ ครม. มีมติอนุมัติมาตรการเยียวยาในกลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากประกาศ “เคอร์ฟิว” และ “ล็อกดาวน์” เริ่มจ่ายเงินรอบแรกไปแล้วเมื่อวันที่ 4-6 สิงหาคม 2564 วันละ 1 ล้านคน โดยโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนผู้ประกันตนมาตรา 33 ใน 9 ประเภทกิจการ พื้นที่ 10 จังหวัด กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และสงขลา ซึ่งที่ผ่านมา 2 วัน คือ วันที่ 4 และ 5 สิงหาคม มีผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้รับเงินโอนคนละ 2,500 บาท ไปแล้ว จำนวน 1,829,387 คน คิดเป็น 92% ทั้งนี้ยังมีผู้ประกันตนมาตรา 33 อีกจำนวน 170,613 คน ที่โอนเงินไม่สำเร็จ ด้วยสาเหตุยังไม่ผูกพร้อมเพย์เลขบัตรประชาชนสูงถึง 90% จำนวน 157,058 คน และจากสาเหตุอื่นๆ อีก คือ บัญชีปิด/ไม่มีความเคลื่อนไหว 7% จำนวน 13,55
ประกันสังคม ทยอยโอน เงินเยียวยา 2,500 บาท ให้ ม.33 ใครได้วันไหน เช็กเลย วันที่ 5 ส.ค. 2564 เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานข่าว สำนักงานประกันสังคม (สปส.) จะทำการโอนเงินเยียวยาแก่ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบใน 9 กลุ่มกิจการ ในพื้นที่ 10 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด “สีแดงเข้ม” คือ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี, นครปฐม, สมุทรสาคร, สมุทรปราการ, นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา และสงขลา ผ่านระบบบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชน อีกจำนวน 1 ล้านบัญชี ระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค. 2564 โดยวันนี้เป็นวันที่ 2 ของมาตรการดังกล่าว การโอนเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตน ม.33 ประกอบด้วย วันที่ 4 ส.ค. โอนเงินเข้าเลขบัตรประชาชน คือ 1024200112971-1620400023507 วันที่ 5 ส.ค. โอนเงินเข้าเลขบัตรประชาชน คือ 1620400023965-3460700773038 วันที่ 6 ส.ค. โอนเงินเข้าเลขบัตรประชาชน คือ 3460700774417-8960900002244 รายละเอียดการโอนเงิน ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (พนักงานเอกชนทั่วไป ลูกจ้างที่ยังทำงานในสถานประกอบการที่มีนายจ้าง) ที่จะได้รับการเยียวยา เป็นเงิน 2,500 บาท โอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น น
ไฟเขียว แจกเงินเยียวยา ผู้ประกันตน 13 จว.แดงเข้ม เพิ่มอีกรวมเป็น 2 เดือน! วันที่ 3 ส.ค. 64 เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานข่าว ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบ จากคำสั่งข้อกำหนดออกตามความมาตรา 9 แห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ฉบับที่ 30 ขยายจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เป็น 29 จังหวัด หรือเพิ่มจากเดิมอีก 16 จังหวัด จำนวน 1 เดือน นอกจากนี้ ยังเยียวยา 13 จังหวัดเดิมอีก 1 เดือน รวมเป็น 2 เดือน (ก.ค.-ส.ค.) แหล่งเงินงบประมาณจากพ.ร.ก.กู้เงิน เพิ่มเติม 5 แสนล้านบาท รวม 60,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30,000 ล้านบาท สำหรับคำสั่งขยายพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม เดิมมี 13 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ขณะที่ 16 จังหวัดที่เพิ่มใหม่ คือ กาญจนบุรี ตาก นครนายก นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ ปราจีนบุรี เพชรบุรี เพชรบูรณ์ ระยอง ราชบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สมุทรสงคราม สระบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง รวมมีพื้น
อัพเดต รับเงินเยียวยา นายจ้าง ผู้ประกันตน รวมอาชีพอิสระ 10 จังหวัด 9 กิจการ รับเงิน 5,000-10,000 บาท วันที่ 15 กรกฎาคม 2564 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 12 ก.ค. 64 เห็นชอบมาตรการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน รวมทั้งอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ได้แก่ กทม. นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา เป็นเวลา 1 เดือนนั้น ประเภทกิจการที่ให้ความช่วยเหลือจากเดิม 4 สาขา ได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรมและบริการด้านอาหาร กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ และกิจกรรมบริการด้านอื่นๆ ได้เพิ่มเติมเป็น 9 สาขา โดยเพิ่มเติม สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า สาขาการขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ สาขากิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน สาขากิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ และสาขาข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร สำหรับรูปแบบการให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ 1) ลูกจ้างมาตรา 33 จ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้างรายวัน สูงสุดไม่เกิน 7,50
ครม. ไฟเขียว ลดค่าน้ำ-ไฟ 2 เดือน พร้อมเยียวยา เพิ่ม 5 อาชีพ ที่รับผลกระทบจาก เคอร์ฟิว-ล็อกดาวน์ ใน10 จังหวัด สีแดงเข้ม เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานข่าว เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ มาตรการเยียวยาล่าสุด เพิ่มเติมใน 5 สาขาอาชีพ ที่รับผลกระทบจาก ประกาศ “เคอร์ฟิว” และ “ล็อกดาวน์” เฉพาะในพื้นที่ 10 จังหวัดที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา สำหรับช่วยเหลือแรงงานในระบบประกันสังคมและนอกระบบประกันสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการและมาตรการควบคุมการระบาด เพิ่มจากเดิม 4 สาขาอาชีพ เป็น 9 สาขาอาชีพ โดยสาขาที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ 5 สาขา ระยะเวลาการช่วยเหลือ 1 เดือน ได้แก่ 1. สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า 2. สาขาการขายส่งและการขายปลีก 3. สาขาการซ่อมยานยนต์ 4. สาขากิจกรรมการบริหารและสนับสนุนวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมวิชาการ 5. สาขาข้อมูลข่าวสารและการศึกษา มีรูปแบบการช่วยเหลือ ดังนี้ 1. ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนตาม ม.33 ได้รับการช่วยเหลือ 2,500 บาท ต่อคน และลูกจ้างที่ได้รั
ธุรกิจอื่นไม่ปิด แต่ร้านอาหาร ปิดทุกรอบ แม่ค้า พ้อ ไม่คิดอยากได้เงินเยียวยา ขอเปิดร้านนั่งกินก็พอ จากกรณีการออกมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ สั่งห้ามไม่ให้นั่งทานอาหารในร้านอาหาร ที่ออกประกาศกะทันหันเมื่อตอนตี 1 วันอาทิตย์ โดยคำสั่งนี้ครอบคลุมในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ นนทบุรี และสมุทรสาคร ส่งผลให้ผู้ประกอบการหลายๆ คนปรับตัวรับมือไม่ทัน จนเกิดความเสียหายกันทั่วหน้า ดูเหมือนเสียงแห่งความเดือดร้อนจะสะท้อนดังพอ จนมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีการอนุมัติการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่ม ในพื้นที่ 6 จังหวัด ที่มีการสั่งห้ามดังกล่าว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้สอบถามความเห็นจาก คุณใบเตย เจ้าของร้าน แซ่บแตกซิก ให้ความเห็นเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาที่ออกมาว่า สำหรับมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการร้านอาหารที่มีข่าวออกมานั้น ส่วนตัวเธอคิดว่า ไม่ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างแท้จริง เพราะเงิน 3 พันบาทต่อลูกจ้างต่อคน หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ก็ไม่เพียงพอกับการที่ทางร้านจะสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ทั้ง ค่าเช่าร้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊ส ทุกอย่างคือต้นทุนที่ทางร้านยังต
คลัง ชง ครม. เคาะ 4 โครงการ – คนละครึ่ง เฟส 3 เยียวยาโควิด เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานว่า น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ผ่านมา ว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 1 มิถุนายนนี้ จะเสนอ 4 โครงการ เพื่อช่วยเหลือประชาชน กระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็นมาตรการเพิ่มกำลังซื้อที่ ครม. เห็นชอบในหลักการแล้ว เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อกำหนดขอบเขตและรายละเอียดสุดท้ายเพื่อให้พร้อมในการดำเนินการได้ทันที ทั้ง 4 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการเติมเงินให้ผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.65 ล้านคน เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ใช้งบประมาณ 1.64 หมื่นล้านบาท 2. โครงการเติมเงินให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ที่เป็นผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ซึ่งเคยเข้าร่วมโครงการเราชนะ รวมทั้งกลุ่มผู้พิการและผู้สูงอายุด้วย 2.5 ล้านคน เดือนละ 200 บาท ระยะเวลา 6 เดือน ใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาท 3. โครงการคนละครึ่ง ระยะ 3 (เฟส 3) เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อของผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง 4. ช่วยเหลือผู
20 พ.ค.นี้ คลัง เตรียมโอน เราชนะ-ม.33 เรารักกัน 2 งวด รวม 2 พันบาท สะสมยอดใช้จ่ายได้ ถึง 30 มิ.ย.64 เว็บไซต์ ข่าวสดออนไลน์ รายงานข่าว หลังจากที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกเดือนเม.ย. เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยเพิ่มวงเงินให้ประชาชนผู้มีสิทธิ์ในโครงการ “เราชนะ” และ “ม.33 เรารักกัน” อีกคนละ 2,000 บาท แบ่งจ่าย 2 งวด งวดละ 1,000 บาท ดังนี้ โครงการเราชนะ : โอนเงินเข้าแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” วันที่ 20 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท และวันที่ 27 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท โครงการเราชนะ : โอนเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันที่ 21 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท และวันที่ 28 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท โครงการเราชนะ : โอนเงินเข้าบัตรประชาชน (กลุ่มเปราะบาง) วันที่ 21 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท และวันที่ 28 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท โครงการ ม.33 เรารักกัน : โอนเงินเข้าแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” วันที่ 24 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท และวันที่ 31 พ.ค.64 : จำนวน 1,000 บาท โดยทุกโครงการสามารถสะสมยอดใช้จ่ายได้ถึง วันที่ 30 มิ.ย.64 นอกจากนี้ กระทรวงการคลังยังเตรียมดำเนินก
20 และ 24 พ.ค. นี้! โอน เราชนะ – ม33เรารักกัน เพิ่ม 2 พันบาท งวดแรก เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานข่าว น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เผยว่า คลังเตรียมเสนอมาตรการเยียวยาของโควิด-19 เพิ่มคนละ 2,000 บาท ในโครงการเราชนะ เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า (11 พฤษภาคม) พร้อมกับกำหนดแผนโอนเงินเยียวยาโควิดแก่ผู้เข้าร่วมโครงการเราชนะ จำนวน 32.9 ล้านคน และโครงการม.33 เรารักกัน จำนวน 9.27 ล้านคน โดยแบ่งการจ่ายเงินเป็น 2 งวด งวดละ 1,000 บาท เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ และให้ใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 โครงการเราชนะ กลุ่มผู้ใช้แอพ เป๋าตัง โอนงวดแรก 1,000 บาท วันที่ 20 พฤษภาคม 2564 โอนงวดสอง วันที่ 27 พฤษภาคม 2564 ส่วนโครงการเราชนะ กลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และ กลุ่มเปราะบางผู้ใช้บัตรประชาชน โอนงวดแรก 1,000 บาท วันที่ 21 พฤษภาคม 2564 โอนงวดสอง วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 ขณะที่โครงการ ม.33 เรารักกัน โอนงวดแรก 1,000 บาท วันที่ 24 พฤษภาคม 2564 โอนงวดสอง วันที่ 31 พฤษภาคม 2564
ครั้งสุดท้าย! เงินเยียวยา ม.33เรารักกัน เข้าแล้ว รีบยืนยันตัวตน รับเงินเลย! เว็บไซต์ มติชนออนไลน์ รายงานว่า กลุ่มผู้อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ที่ได้ลงทะเบียน www.ม33เรารักกัน.com เพื่อรับเงินเยียวยา 1,000 บาท ทุกสัปดาห์ จากมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จนกระทั่งครบ 4,000 บาท และใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชั่น เป๋าตัง ถึง 31 พฤษภาคม นั้น 1,000 บาท สุดท้าย ได้เข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้ที่ยังไม่ยืนยันตัวตน สามารถกดใช้งานและยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 12 เมษายน – 31 พฤษภาคม จะได้รับวงเงินสะสมในวันที่กดใช้งานครั้งเดียวจำนวน 4,000 บาท
