เตือนภัย
เตือนภัย แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แนวใหม่ อ้างบริษัทลูก TikTok หลอกยิงแอด เมื่อเร็วๆ นี้ คุณส้ม-ภรณี วัฒนโชติ ผู้สมัคร ส.ส. พรรครวมไทยสร้างชาติ เขตห้วยขวาง-วังทองหลาง โพสต์เตือนภัยประชาชน โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ระบุว่า วันก่อนหลังลงพื้นที่ กำลังพักทานข้าว จู่ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์ซึ่งเป็นเบอร์เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทย จึงรีบรับสายเพราะเกรงว่าจะเป็นประชาชนในพื้นที่ต้องการแจ้งเหตุต่างๆ กระทั่งได้ยินเสียงทางปลายสายแจ้งว่า เป็นบริษัทลูกของ TikTok จะมาช่วยทำการตลาดยิงแอดให้ จึงลองพูดคุยสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมว่า เป็นบริษัทลูกของ TikTok ที่จดทะเบียนบริษัทชื่ออะไร หรือเป็น Ad agency บริษัทช่วยทำการตลาดที่ได้เป็นพาร์ตเนอร์กับ TikTok ในการยิงแอดหรืออย่างไร ซึ่ง ปลายสายไม่ตอบ พอรุกหนัก เขาตอบกลับมาว่า “ขอไป แ…ก ข้าวก่อนนะคะ” ก่อนจะกระแทกสายวางหูไป ทำให้ทราบว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์รูปแบบใหม่ “ขอฝากความห่วงใยมายังประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนห้วยขวาง-วังทองหลาง ที่ประกอบอาชีพขายสินค้าออนไลน์เป็นจำนวนมาก ให้ระวังอาชญากรรมทางเศรษฐกิจดิจิทัลรูปแบบใหม่นี้ด้วย เกรงจะทำให้กำลังใจของพ
นินจาแวน ประเทศไทย เตือนภัยรู้เท่าทันกลโกงแก๊งมิจฉาชีพเก็บเงินปลายทาง หลอกส่งพัสดุ เช็กให้ชัวร์ก่อนรับ นินจาแวน ประเทศไทย ผู้นำบริการโลจิสติกส์ในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตือนภัยเหล่านักช้อปออนไลน์รู้เท่าทันกลโกงมิจฉาชีพส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง (COD) ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อ ป้องกันการถูกหลอกลวง เช็กให้ชัวร์ก่อนรับ อย่าแกะ อย่ารับ หากไม่ได้สั่ง โดยเด็ดขาด จากกระแสการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การเก็บเงินปลายทาง (Cash on Delivery : COD) เป็นวิธีที่ได้ รับความนิยมมากสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการชำระเงินเมื่อได้รับพัสดุ ปัจจุบันได้มีบรรดามิจฉาชีพหลอกเก็บ เงินปลายทางหรือแก๊ง COD คือแก๊งมิจฉาชีพที่จะหลอกให้เหยื่อชำระเงินค่าสินค้าที่เหยื่อไม่ได้ซื้อหรือไม่ ตรงกับที่สั่งซื้อ โดยมิจฉาชีพเหล่านี้อาจเป็นผู้ขายออนไลน์ที่ทำเว็บไซต์ปลอมหรือวางโฆษณาปลอมบนโลก โซเชียลหรืออาจจะมาในรูปแบบการสุ่มส่งสินค้าไปตามที่อยู่ต่างๆ ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ได้สั่งซื้อ บริษัทโลจิสติกส์ไม่มีทางรู้ได้เลยว่ามีกลโกงดังกล่าวกำลังเกิดขึ้น เนื่องจากไม่ได้มีการติดต่อกับเหล่าสแกม เมอร์โดยตรงซึ่งส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ เส้น
สลิปปลอม ระบาดหนัก! ธปท. แนะ 2 วิธี เช็กเงิน เข้าบัญชีจริงหรือไม่ จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Sornphet Wutthikornchaisakul ได้โพสต์เตือน เรื่องสลิปปลอม ที่กำลังระบาด โดยสามารถปลอมได้ทั้งหมด ทั้งวันที่ เวลา รหัสอ้างอิง ชื่อบัญชีที่โอน จำนวนเงินต่างๆ ให้ระมัดระวัง ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกมาแจ้งเตือนกรณีดังกล่าว แนะ 2 วิธี เช็กก่อนว่าเงินเข้าจริงหรือไม่ ได้แก่ ใช้บริการแจ้งเตือนของธนาคาร ซึ่งจะแจ้งเตือนเมื่อมียอดเงินเข้าบัญชี สามารถนำไปเทียบยอดเงินกับสลิปได้ สแกน QR CODE บนสลิปโอนเงินแบบ E-Slip สามารถตรวจสอบ ชื่อผู้โอน จำนวนเงิน วันและเวลาที่โอนเงินได้ หากยอดเงินไม่ตรง หรือไม่สามารถตรวจสอบได้ ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นสลิปปลอม
เตือนภัยไซเบอร์! 4 กลโกงเหล่ามิจฉาชีพ เกี่ยวกับ บัตรเครดิต – รหัส OTP ปัจจุบัน ภัยคุกคามในภาคการเงิน เหล่ามิจฉาชีพเปลี่ยนบทสร้างสถานการณ์หลอกลวงให้เราตกเป็นเหยื่อมากมาย และถ้าหลวมตัวตกหลุมพรางของมิจฉาชีพ ความสูญเสียอาจไม่จำกัดอยู่เพียงแค่เงินในบัญชีของเหยื่อ แต่อาจถูกนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้สร้างบัญชีแฝง ซึ่งจะทำให้เหยื่อตกเป็นแพะรับบาปที่ยากต่อการจำกัดขอบเขตความเสียหายได้ เคทีซี ได้เผยกลโกงเกี่ยวกับบัตรเครดิต-รหัส OTP ที่เหล่ามิจฉาชีพมักใช้หลอกเหยื่อ ไว้ดังนี้ 1. กรณีที่ผู้ทุจริต หรือ มิจฉาชีพ มีข้อมูลบัตรเครดิตของเหยื่อ : มักจะมาหลอกขอรหัส OTP เพื่อซื้อสินค้าออนไลน์ และอ้างการคืนเงินประกัน เป็นต้น 2. กรณีที่ผู้ทุจริต หรือ มิจฉาชีพ ไม่มีข้อมูลบัตรเครดิต แต่ใช้วิธีการ สุ่มโทรเข้ามา : โดยมักหลอกว่า ตรวจพบสิ่งของต้องสงสัย และโอนสายหลอกๆ เพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ / DSI / ปปง. ปลอมๆ ให้เหยื่อโอนเงินในบัญชี ไปตรวจสอบ เป็นต้น 3. กรณีที่ผู้ทุจริต หรือ มิจฉาชีพ ไม่มีข้อมูลบัตรเครดิต แต่ใช้วิธีการ แฝงตัวเข้ามาเป็นผู้ช่วยเหลือ : เช่น การหลอกจะคืนเงินหลังโอนเงินชำระค่าสินค้า แต่เหยื่อไม่ได้
โปรดระวังมิจฉาชีพ แอบอ้างชื่อ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด หลอกให้ร่วมลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด แจ้งเตือนภัย กรณีขณะนี้ได้มีมิจฉาชีพกลุ่มหนึ่งแอบอ้างชื่อ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย และผ่านไลน์ ชื่อ บริษัทหุ้นหลักทรัพย์ เพื่อหลอกลวงชักชวน ให้ประชาชนและนักลงทุนหลงเชื่อเข้าร่วมลงทุน โดยให้ข้อมูลว่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ บริษัทฯ ขอเรียนแจ้งว่าบริษัทฯ ไม่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้แต่อย่างใด และบริษัทฯ ไม่มีนโยบายเชิญชวน ให้ประชาชนเข้าร่วมการลงทุนใดๆ ในลักษณะดังกล่าวด้วยเช่นกัน การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำให้ประชาชน นักลงทุน และชื่อเสียงบริษัทฯ เสียหาย เป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา ผู้กระทำความผิดจะได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง และขณะนี้บริษัทฯ กำลังดำเนินการทางกฎหมายกับผู้แอบอ้างชื่อบริษัทฯ ไปหลอกลวงประชาชน จึงขอประกาศให้ลูกค้า นักลงทุน ได้รับทราบข้อเท็จจริงนี้ และอย่าได้หลงเชื่อพวกมิจฉาชีพเหล่านี้เป็นอันขาด “หากผู้ลงทุนหลงเชื่อการหลอกลวงดังกล่าวและโอนเงินไปแล้วขอให้รีบแจ้งธนาค
หมอแล็บ โพสต์เตือนภัย อย่าเซ็นรับพัสดุเก็บเงินปลายทาง ที่ระบุข้อความแบบนี้ วันที่ 26 ต.ค. 2564 หมอแล็บแพนด้า โพสต์เตือนภัย ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า “ถ้าใครได้รับพัสดุเก็บเงินปลายทางยอด 529 บาท พร้อมกระดาษแนบเขียนมาแบบนี้อย่าไปเซ็นรับนะครับ ตอนนี้กำลังระบาดสินค้าเป็นเครื่องสำอาง ครีมกันแดดกับแผ่นมาสก์หน้าครับ” สำหรับกระดาษที่แนบมาระบุข้อความว่า “สวัสดีค่ะ วันใหม่สดใสค่า เนื่องในโอกาสปีที่ 20 ที่บริษัทได้ก่อตั้งขึ้นมา ทางบริษัทมีของขวัญพิเศษสำหรับลูกค้าที่โชคดี 5 ท่านค่ะ คือชุดอุปกรณ์เครื่องสำอางดูแลผิว มูลค่าราคา 1,990 บาท โดยจะมีครีมกันแดดพรีเมี่ยมแบรนด์…. และแผ่นมาสก์หน้ารกแกะ 2 แผ่น เป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือระดับโลกและมีเซเลบคนดังนิยมใช้มาก เมื่อได้รับสินค้า ท่านชำระค่าขนส่งจากต่างประเทศเพียงแค่ 499 บาท โดยที่ไม่ต้องเสียค่าสินค้าสักบาทเดียว สินค้านี้คือสินค้าที่บริษัทมอบให้คุณแทนคำขอบคุณที่คุณลูกค้าได้ซื้อสินค้ากับเรามาโดยตลอด”
กองปราบ เตือน เราชนะ ห้ามโอนเป็นเงินสด ซื้อ-ขายสิทธิ ผิดฉ้อโกง วันที่ 21 ก.พ. 64 เฟซบุ๊ก กองปราบปราม โพสต์เตือนภัยเราชนะ ระบุว่า โครงการ “เราชนะ” เป็นโครงการที่รัฐบาลจัดทำขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือด้วยการลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งโครงการนี้ผู้ที่ได้รับสิทธิจากโครงการ จำนวน 31.1 ล้านคน จะได้รับเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ เป็นระยะเวลา 2 เดือน สำหรับ ม.ค.-ก.พ. 2564 รวมเป็นเงินทั้งหมด 7,000 บาท ซึ่งผู้ที่จะได้รับสิทธิตามโครงการ ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด ทำให้สิทธิที่ท่านได้รับจากโครงการนั้นเป็นสิทธิจำเพาะบุคคล ไม่สามารถโอน แลกเปลี่ยน หรือมอบให้กับผู้อื่นได้ เช่นเดียวกับโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ทางกองปราบปราม จึงขอประชาสัมพันธ์ว่า สิทธิตามโครงการ “เราชนะ” นั้น ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ ทั้งนี้ ผู้ที่รับซื้อสิทธิและผู้ที่ขายสิทธิ อาจมีความผิดฐาน “ฉ้อโกง” และหากเป็นการกระทำผิดผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ก็อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมฯ อีกด้
เอไอเอส เตือน อย่าหลงเชื่อ ขบวนการหลอกใช้บัตรประชาชน ซื้อมือถือ ราคาพิเศษ เมื่อวันที่ 23 พ.ย. 2563 คุณสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส กล่าวว่า “ปัจจุบันมีการเกิดขึ้นของอาชญากรรมดังกรณีข้างต้นเป็นจำนวนมาก โดยพบว่า มีทั้งกลุ่มที่โดนหลอกลวง และกลุ่มที่จงใจใช้บัตรประชาชน ซื้อเครื่องโทรศัพท์มือถือพร้อมแพ็กเกจ จากนั้นนำเครื่องโทรศัพท์ไปแยกขายต่อ โดยไม่มีการชำระค่าบริการตามเงื่อนไขในสัญญา ซึ่งบริษัทกังวลถึงผลกระทบที่กำลังเกิดขึ้นในภาพรวมและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นปริมาณของประชาชนที่ถูกดำเนินคดีฉ้อโกงที่เพิ่มขึ้น รวมถึง ความเสี่ยงของผู้ที่ซื้อเครื่องต่อโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่อาจจะเข้าข่ายรับซื้อของโจรด้วย” “ดังนั้นจึงอยากขอแจ้งเตือนผู้ที่อาจหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อของการกระทำ หรือ จงใจกระทำการดังกล่าวข้างต้นว่า การก่อเหตุในลักษณะนี้ เจ้าของบัตรประชาชนที่ทำสัญญาซื้อเครื่องโทรศัพท์พร้อมแพ็กเกจจะมีความผิด โดยมีบทลงโทษฐานฉ้อโกง มาตรา ๓๔๑ โทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือ ปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ รวมไปถึงการมีชื่อติด Black List ในระบบ ส่งผลให้ในอนา
กรมบัญชีกลาง เตือน ปชช. อย่าหลงเชื่อ !! ตรวจสอบสิทธิรับเงินเยียวยา ผ่านระบบ e-Social Welfare ไม่เป็นความจริง !! วันที่ 30 พ.ค. นางสาววิลาวรรณ พยาน้อย รองอธิบดีกรมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่มีการแชร์ข้อมูลใน Social Media เกี่ยวกับการเชิญชวนประชาชนให้มาตรวจสอบสิทธิรับเงิน 3,000 บาท จากรัฐบาล ผ่านระบบบูรณาการฐานข้อมูลสวัสดิการสังคม หรือ e-Social Welfare ของกรมบัญชีกลาง นั้น ขอชี้แจงว่า กรณีดังกล่าวไม่เป็นความจริง !! ระบบ e-Social Welfare ของกรมบัญชีกลาง คือระบบที่ใช้ในการตรวจสอบสิทธิของผู้มีสิทธิรับเงินสวัสดิการที่จ่ายกรณีปกติเป็นรายเดือน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนอย่าได้หลงเชื่อข้อมูลที่แชร์ใน Social Media หากมีข้อสงสัย สามารถสอบถามได้ที่ call center กรมบัญชีกลาง 02 270 6400 ในวัน-เวลาราชการ
โซเดียม ภัยเงียบจากของอร่อย แนะนำวิธีง่ายๆ ในการลดเค็มลดโรค กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก เตือนการบริโภคโซเดียมในปริมาณมากเกินกว่า 2,400 มิลลิกรัม หรือมากกว่า 1 ช้อนชาต่อวัน จะทำให้มีการเพิ่มขึ้นของปริมาณน้ำในร่างกายทำให้มีความดันโลหิตสูงขึ้นส่งผลให้ไตและหัวใจทำงานหนัก และอาจจะส่งผลในระยะยาวทำให้เกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตแทรกซ้อน พร้อมแนะวิธีลดปริมาณโซเดียมในชีวิตประจำวัน นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โซเดียมเป็นส่วนประกอบของเกลือ ซึ่งเกลือ 1 กรัม จะมีโซเดียมประมาณ 400 มิลลิกรัม โดยร่างกายมีความต้องการโซเดียมประมาณ 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน เกลือโซเดียม หรือเกลือแกงเป็นตัวหลักของสารที่ให้ความเค็มในเครื่องปรุงรสที่นิยมใช้ คือ น้ำปลา ซอสถั่วเหลือง ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ เต้าเจี้ยว ฯลฯ และยังใช้ในการถนอมอาหารประเภทหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ไข่เค็ม ปลาร้า ปลาเค็ม เนื้อเค็ม เป็นต้น นอกจากนี้ เกลือโซเดียมยังแฝงมากับอาหารอื่นๆ เช่น ขนมอบกรอบ ผงชูรส หากรับประทานอาหารที่เค็มจัดที่มีเกลือโซเดียม หรือเกลือแกงมากกว่า 6 กรัมต่อวัน หรือมากกว่า 1 ช้อนชาขึ้นไป จะมีโอก
