เทสโก้ โลตัส
นางสาวสลิลลา สีหพันธุ์ ประธานกรรมการฝ่ายกิจการบรรษัท เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า “เทสโก้ โลตัส ได้ดำเนินโครงการภูมิใจไม่ใช้ถุง เพื่อรณรงค์ให้ลูกค้าของเราลดการใช้ถุงพลาสติกมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา สามารถลดถุงพลาสติกไปทั้งหมดกว่า 100 ล้านใบ และมอบแต้มกรีนพอยท์ให้ลูกค้าไปแล้วกว่า 3,000 ล้านแต้ม ที่ผ่านมาเราพบว่าลูกค้าให้การตอบรับโครงการมากขึ้นทุกปีจากกระแสสังคมและความตื่นตัวในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้น โดยในปี 2561 เทสโก้ โลตัส ตั้งเป้าที่จะลดการใช้ถุงพลาสติกให้ได้มากขึ้น ผ่านโครงการกระตุ้นการลดใช้ถุงพลาสติกที่จะเพิ่มความเข้มข้นขึ้น โดยตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม จนถึง 31 ธันวาคม 2561 ลูกค้าที่ปฏิเสธการรับถุงพลาสติกจะได้รับแต้มกรีนพอยท์เพิ่มขึ้น 5 เท่า คือ 100 แต้มทุกวัน จากเดิม 20 แต้ม นอกจากนี้ในวันปลอดถุงพลาสติกสากล วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 เทสโก้ โลตัส จะบริจาคเงิน 1 บาทสำหรับถุงพลาสติกทุกใบที่ลูกค้าปฏิเสธ เพื่อมอบเงินจำนวนนี้ให้กับกองทัพเรือนำไปจัดซื้ออุปกรณ์การแพทย์รักษาเต่าทะเลและสัตว์ทะเลหายาก” “เทสโก้ โลตัส เชื่อมั่นว่า การสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าไม่รับถุงพลา
นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัยประธานกรรมการบริหารเทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เทสโก้ โลตัสร่วมกับ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้ที่มั่นคง ด้วยการเพิ่มปริมาณการรับซื้อข้าวจากชาวนาโดยไม่ผ่านคนกลางและโรงสีเอกชน ในราคาที่เป็นธรรม และปริมาณที่แน่นอน จากสหกรณ์ชาวนาใน 4 จังหวัดภาคอีสาน คือ อุบลราชธานี สุรินทร์ ร้อยเอ็ด และศรีสระเกษ ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 140,000 ราย นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2560 เทสโก้ โลตัสได้รับซื้อข้าวหอมมะลิแท้ 100% โดยตรงในปริมาณ 5,700 ตัน จากความสำเร็จครั้งนั้น ในปีนี้เทสโก้ โลตัสจึงขยายผล เพิ่มปริมาณรับซื้อข้าวเป็น 9,000 ตัน จำแนกเป็น ข้าวกล้องหอมมะลิแท้ 100% 7,000 ตัน และข้าวไรซ์เบอร์รี่เพื่อเป็นทางเลือกให้ลูกค้าปริมาณ 2,000 ตัน ด้านนาย กฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญและช่วยสร้างรายได้ให้ไทยมายาวนาน แต่ช่วงหลังมานี้เกิดปัญหาข้าวล้นตลาด ดังนั้นการที่เทสโก้โลตัสเข้ามารับซื้อข้าวโดยตรงจากชาวนาถือเป็นประโยชน์ และช่วยสร้างรายได้ให้ชาวนาอย่างแท้จริง ปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ข้าวแบรนด์เทสโก้ที
เทสโก้ โลตัส และ เอไอเอส ผู้นำวงการค้าปลีกและโทรคมนาคมในประเทศไทย จับมือเป็นพันธมิตร Strategic Partners เพื่อร่วมกันเติมเต็มความต้องการของลูกค้ายุค 4.0 ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ (products) ประสบการณ์ (experience) ความสะดวกสบาย (convenience) และความคุ้มค่า (value) ให้กับลูกค้าเทสโก้ โลตัส กว่า 15 ล้านราย และลูกค้าเอไอเอสกว่า 40 ล้านรายทั่วประเทศ พร้อมผนึกความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่าย มอบสิทธิประโยชน์และความคุ้มค่าที่ไม่รู้จบให้กับลูกค้า มร. มาร์ค รัฟลีย์ ประธานกรรมการฝ่ายการตลาด เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้ของทั้งสองแบรนด์ ถือเป็นก้าวแรกของอีกหลายก้าวที่สำคัญในอนาคต ที่จะช่วยให้ทั้งเทสโก้ โลตัส และเอไอเอส สามารถให้บริการลูกค้าของทั้งสองฝ่ายได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการสร้าง synergy ระหว่างฐานลูกค้าของทั้งคู่ โดยเทสโก้ โลตัส มีคลับการ์ด โปรแกรมขอบคุณลูกค้าผ่านสิทธิประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ เป็นเครื่องมือสำคัญในการต่อยอดความคุ้มค่าให้กับลูกค้า ปัจจุบันคลับการ์ดมีสมาชิกทั้งหมด 15 ล้านคนทั่วประเทศ และเป็นลอยัลตี้โปรแกรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในธุรกิจค้าปลีก เราหวังว่า การจับมือเป็นพันธ
นายสมพงษ์ รุ่งนิรัติศัย ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า ในปี 2561 นี้ เทสโก้ โลตัส กำหนดแผนธุรกิจไว้หลายด้าน เตรียมเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้ามากขึ้น โดยการขยายสาขาเพิ่มขึ้น 40% ในขนาดพื้นที่ 600,000 ตารางฟุต เน้นขยายพื้นที่ในเมืองรองเป็นหลัก จากปัจจุบันมีจำนวนสาขา 1,950 แห่งทั่วประเทศ โดยมีร้านค้า 5 ฟอร์แมต ได้แก่ พลัส มอลล์, เอ็กซ์ตร้า, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, ตลาด และ เอ็กซ์เพรส โดยให้บริการลูกค้ามากกว่า 15 ล้านคนในแต่ละสัปดาห์พร้อมปรับปรุงสาขาเดิมอีกประมาณ 120 แห่งให้ทันสมัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมุ่งขยายช่องทางการซื้อทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในยุค 4.0 ที่ชอบความสะดวกสบายให้สามารถซื้อสินค้าได้แบบออมนิแชนแนลที่ไร้รอยต่อ นายสมพงษ์ กล่าวต่อว่า เทสโก้ โลตัส ยังเพิ่มความคุ้มค่าของราคาและพัฒนาคุณภาพสินคาจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ สนับสนุนเกษตรกรและเอสเอ็มอี โดยเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้า และรับซื้อสินค้าแบบไม่ผ่านคนกลาง กว่า 200,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 30% และในเดือน พ.ค. นี้ จะรับซื้อผลไม้จากเกษตรกรไทย กว่า 7,000 ตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 50% นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าเป็นผู
นายจอห์น คริสตี้ ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า เดือนต.ค.นี้นับเป็นเดือนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับปวงชนชาวไทย ที่จะรวมใจกันถวายความจงรักภักดีและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในช่วงเวลาพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่อให้พนักงานเทสโก้ โลตัส กว่า 63,000 คนทั่วประเทศได้มีโอกาสในการแสดงความอาลัย ร่วมวางดอกไม้จันทน์ ร่วมเป็นจิตอาสาภายในชุมชน และรับชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เทสโก้ โลตัส ทุกสาขาทั่วประเทศรวมกว่า 1,900 แห่งจะปิดให้บริการในเวลา 14.00 น. ของวันที่ 26 ต.ค. 2560 ซึ่งนับเป็นครั้งแรกใน 23 ปีที่เราดำเนินธุรกิจที่จะมีการปิดให้บริการชั่วคราว สำหรับสาขาขนาดใหญ่จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งตามเวลาทำการปกติของแต่ละสาขาในวันที่ 27 ต.ค. 2560 ส่วนเทสโก้ โลตัส เอ็กซ์เพรส จะเปิดให้บริการในเวลา 06.00 น. ของวันที่ 27 ต.ค. 2560 นอกจากการให้การสนับสนุนพนักงานในช่วงเวลาอันเศร้าโศก เทสโก้ โลตัส จะจัดกิจกรรมเชิญชวนลูกค้าและประชาชนทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่ 9 ในวันเสาร์ที่ 7 ต.ค.นี
ดำเนินธุรกิจทางด้านค้าปลีกในประเทศไทย มานานกว่า 22 ปีแล้ว สำหรับ “เทสโก้ โลตัส” ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมดประมาณ 1,800 สาขาทั่วประเทศ ให้บริการลูกค้ามากกว่า 15 ล้านคนในแต่ละสัปดาห์ นอกจากนั้น เทสโก้ โลตัส ยังมีช่องทางจำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มดิจิตอล ถึง 3 ช่องทาง คือ เทสโก้ โลตัส ช้อป ออนไลน์ ร้านค้าของเทสโก้ โลตัส บนเว็บไซต์ลาซาด้า และร้านค้าของเทสโก้ โลตัส บนเว็บไซต์ weloveshopping.com นอกจากบทบาทของผู้นำธุรกิจทางด้านค้าปลีก “เทสโก้ โลตัส” ยังมุ่งมั่นในการช่วยเหลือชาวไทยทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2559 ได้นำนโยบายประชารัฐของรัฐบาลมาเป็นแนวทางการดำเนินโครงการ “เทสโก้ โลตัส ประชารัฐร่วมใจ” จำนวน 22 โครงการ และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการสร้างรายได้และการเติบโตอย่างยั่งยืนแก่ชาวไทยกว่า 2,500 ครอบครัว ใน 20 จังหวัดทั่วประเทศ วางรากฐานให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยเติบโตอย่างมั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน และพร้อมก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 มร.จอห์น คริสตี้ ประธานกรรมการบริหาร เทสโก้ โลตัส กล่าวว่า 22 โครงการ เทสโก้ โลตัส ประชารัฐร่วมใจ เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากการผนึกกำลังกันของหลายภ
ถือเป็นผู้นำค้าปลีกสีเขียวตัวจริง กับ เทสโก้ โลตัส ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มุ่งเน้นดำเนินธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยตลอด และในปีนี้ได้ทุ่มงบประมาณ 450 ล้านบาท ติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์หรือโซลาร์เซลล์บนหลังคาร้านค้าและศูนย์กระจายสินค้ารวม 13 แห่ง บนพื้นที่ 65,000 ตารางเมตร คาดว่าจะสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 56 ล้านบาท ต่อปี ตั้งเป้าลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ 50 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2020 คุณเกษมสุข บุญเจริญ รองประธานกรรมการฝ่ายบริหารอสังหาริมทรัพย์และพลังงาน เทสโก้ โลตัส กล่าวถึงความมุ่งมั่นตั้งใจกับการเป็นผู้นำค้าปลีกสีเขียว ว่า “เทสโก้ โลตัส มีความมุ่งมั่นกับการเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีก โดยดำเนินธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน เป้าหมายของ เทสโก้ โลตัส คือลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ 50 เปอร์เซ็นต์ ให้ได้ในปี 2563 จึงมีโครงการประหยัดพลังงานต่างๆ เกิดขึ้นและใช้จริง” กับจุดเริ่มต้นแห่งแรก สาขาพระราม 1 ในปี 2547 ได้นำพลังงานทดแทนจากแสงอาทิตย์ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคา แม้ต้องใช้งบประมาณสูง แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี นำมาซึ่งการเป็น “กรีนสโตร์” แห่งแรก กระทั่งในปี 2551 เ
เอ่ยชื่อ “บ้านมะขาม” เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นแบรนด์มะขามแปรรูปที่วางจำหน่ายทั้งในร้านสะดวกซื้อและในโมเดิร์นเทรด อย่างที่เทสโก้ โลตัส และยังออกบู๊ธตามงานแสดงสินค้าต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐ ผู้ที่เดินผ่านไปผ่านมาจะได้ชิมมะขามแปรรูปในหลากหลายรสชาติ และส่วนใหญ่มักซื้อติดไม้ติดมือกลับไป นับเป็นแบรนด์มะขามแปรรูปในอันดับต้นๆ ที่ลูกค้าชื่นชอบและซื้อหากันเป็นประจำ ซึ่งใช่เพียงจะมีขายในบ้านเราเท่านั้น ยังส่งออกไปในอีกหลายประเทศ เรียกว่าเป็นธุรกิจที่มียอดขายเติบโตมาตลอดในช่วงกว่า 10 ปีมานี้ ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ปัจจุบันลูกชาย-ลูกสาวของ คุณนิวัฒน์ โฆวงศ์ประเสริฐ และ คุณพัชรี ผู้เป็นภรรยา ผู้ก่อตั้งบริษัท สวนผึ้งหวาน จำกัด ได้เข้ามาช่วยธุรกิจกันแล้ว โดยลูกชายคนโต คุณธนนท์ โฆวงศ์ประเสริฐ อายุ 29 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขา Design and Branding Strategy จากมหาวิทยาลัยบรูเนล (Brunel University) ประเทศอังกฤษ นั่งเก้าอี้ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนผึ้งหวาน จำกัด ดูแลในส่วนของการพัฒนาธุรกิจและงานดีไซน์ทั้งหมดของบ้านมะขาม ส่วน คุณชนิกานต์ โฆวงศ์ประเสริฐ น้องสาว เป็นผู้จัดการฝ่
นับจากราคายางพาราตกต่ำเรื่อยมา เกษตรกรชาวสวนยางต้องหาทางออกในการปลูกพืชอื่นทดแทน หรือหันไปประกอบอาชีพอื่น เช่นเดียวกับที่พื้นที่ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ที่เกษตรกรชาวสวนยาง รายเล็กรายน้อย หันมาปลูกขึ้นฉ่าย ส่งให้เทสโก้ โลตัส นับพันกิโลกรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งเรื่องนี้มีโจทย์ใหญ่อยู่ 2 ข้อคือ การปลูกขึ้นฉ่ายในพื้นที่ภาคใต้ซึ่งมีอากาศร้อนชื้น และฝนตกชุก ไม่ใช่เรื่องง่าย รวมทั้งการติดต่อประสานงาน ส่งผักให้กับห้างค้าปลีกระดับใหญ่ อย่างเทสโก้ โลตัส ยิ่งยากกว่า และจากนี้ไป เราจะไปหาคำตอบกันว่า เกษตรกรในพื้นที่ตีโจทย์ 2 ข้อนี้อย่างตรงจุดได้อย่างไร ในเบื้องต้น ตัวละครสำคัญของเรื่องนี้คือ คุณพิโชติ ผุดผ่อง วัย 40 ต้นๆ เกษตรกรผู้นำเครือข่าย ผู้ที่เคยได้รับตำแหน่ง young smart farmer ซึ่งเขาเป็นต้นแบบในการเรียนรู้และขยายองค์ความรู้สู่ชาวสวนยาง ให้มีทางเลือกในการประกอบอาชีพนอกจากการกรีดยาง และเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือนในยามราคายางตกต่ำ คุณพิโชติ เคยปลูกผักสลัด และนำไปเสนอขายให้กับทางเทสโก้ โลตัส ภาคใต้ แต่ทางเทสโก้ โลตัส ตอบกลับมาว่า ผักสลัดมีคนส่งเยอะแล้ว เปลี่ยนเป็น ขึ้นฉ่าย ดีกว่ามั้ย เนื่องจาก
ท่ามกลางวิกฤติราคาข้าว ชาวนาเกือบทั้งประเทศอาจเจ็บช้ำระกำใจ แต่เชื่อหรือไม่ มีชาวนากลุ่มหนึ่งในจังหวัดศรีสะเกษ ที่รวมตัวกันเพื่อปลูกและขายข้าวคุณภาพ ได้ราคาดีกว่าข้าวปกติหลายเท่าตัว “กิติศักดิ์ สิงห์คำ” เขาเป็นหนึ่งในชาวนาแดนดินถิ่นอีสาน บ้านมะยาง ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล ที่สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้นกับกลุ่มชาวนาในทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็นกลุ่มนาแปลงใหญ่ในจังหวัดศรีสะเกษ ด้วยการชักชวนเพื่อนพ้องน้องพี่ เข้าสู่วิถีการปลูกข้าวคุณภาพ ประเภท ข้าวอินทรีย์ ข้าวกล้องงอก ทดแทนการปลูกข้าวแบบเดิมๆ ที่ต้องคอยลุ้นกับราคากลาง และพึ่งพาโรงสีข้าวขนาดใหญ่ โดยมีสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. ศรีสะเกษ หรือ สกต.ศรีสะเกษ เป็นพี่เลี้ยงสำคัญ ส่วนเทสโก้ โลตัส เข้ามาเป็นช่องทางจำหน่ายภายใต้แบรนด์ ไรซ์ บัดดี้ “เราเป็นชาวนากลุ่มเล็กๆ ที่ทำอาชีพนี้ด้วยใจรัก มุ่งมั่น กับการทำนาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน ผมมองเห็นว่า การทำข้าวคุณภาพ ในกระบวนการอินทรีย์ เพื่อตอบรับกระแสการบริโภคปลอดภัย เป็นหนทางหนึ่งที่ทำให้ราคาข้าวดีขึ้น พร้อมๆ กับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปด้วย จึงรวมตัวกันส่งเสริมการทำนาแบบคุณภาพให้มากขึ้น
