เปรมชัย
วันที่ 26 มีนาคม 2561 เวลา 8.50 นาฬิกา นายเปรมชัย กรรณสูต พร้อมพวก 4 คน เดินทางมารายงานตัวตามกำหนดนัดที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ พร้อมด้วยทนายความ โดยหลังจากเดินทางมาถึง นายเปรมชัยและพวก ได้เดินทางขึ้นบนศาลทันที โดยใช้เวลาขึ้นไปบนศาลนาน 15 นาที ก่อนจะเดินทางกลับลงมาขึ้นรถเดินทางกลับกรุงเทพฯ ทันที โดยไม่มีการให้สัมภาษณ์ใดๆ ด้านนายวิฑูรย์ พรายแย้ม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่านายเปรมชัยและพวกจะต้องมารายงานตัวต่อศาลจังหวัดทองผาภูมินัดต่อไปซึ่งเป็นครั้งที่ห้าในวันที่ 9 เมษายน 2561 นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ เป็นการรายงานตัวครบฝากขัง 48 วัน ซึ่งจะเป็นวันครบกำหนดวันนัดฝากขังครั้งที่ 4 ขณะที่คดีของนายเปรมชัยนั้น สามารถยื่นฝากขังได้ 7 ฝาก รวม 84 วัน เนื่องจากมีข้อหาที่มีอัตราโทษสูงสุด จำคุก 10 ปี ซึ่งถือเป็นการดำเนินการตามโครงการลดภาระผู้ต้องหาในศาลห่างไกลตั้งแต่ปี 2556 โดยถือเป็นการปฏิบัติกับผู้ต้องหาที่อยู่ห่างไกลเหมือนกันทุกรายทุกคดี นายเปรมชัยไม่มีสิทธิพิเศษแต่อย่างใด โดยหากทางพนักงานสอบสวนสามารถสรุปสำนวนเสร็จส่งให้อัยการพร้อมฟ้อง ก็สามารถที่จะยื่นได
ต้องบอกว่าทันทีที่ ตู่-ปิยวดี มาลีนนท์ ผู้จัดละครของช่อง 3 ลงภาพ ภาพนี้ในอินสตาแกรมส่วนตัว @ tu_piyawadee เสียงจากแฟนๆ ก็มาทันที ทั้ง ‘โอ๊ย ชอบๆๆ’ ‘อยากไลค์ให้ซักล้านนนนนนครั้ง👍🏻👍🏻👍🏻👍🏻👍🏻’ แม้กระทั่ง ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ ยังมาร่วมแจม ‘ขุ่นพรี๊………ไอจีพลีชีพมาก’ หากแฟนบุพเพสันนิวาสแถวๆ นี้บอกแม้จะเห็นด้วยกับคอมเมนต์ต่างๆ ดังว่า แต่เคืองตรงให้เปรมชัย กรรณสูต เป็น ‘แม่หญิงการะเกด’ ซึ่งกำลังเป็นขวัญใจนี่แหละ !! ^ ^ ขอบคุณ tu_piyawadee
ถือเป็นอีกหนึ่งการเคลื่อนไหวที่ยังมีการแสดงออกอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีโลกออนไลน์ออกมาร้องเรียกความยุติธรรมให้กับ “เสืิอดำ” รวมถึงสัตว์ป่าตัวอื่นๆที่ถูกล่าในทุ่งใหญ่นเรศวรไม่นานนี้ จากทั้งบุคคลในวงการ รวมถึงประชาชนทั่วไปที่ยังตามติดคดีดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมมีการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์มากมาย ทั้งการพ่นกราฟฟิตี้รูปเสือดำ ทำป้ายไฟแอลอีดี รวมถึงการรังสรรค์ภาพในรูปแบบต่างๆ แม้ที่ผ่านมาจะถูกมือดีแอบมาลบภาพทิ้งก็ตาม ล่าสุด ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก Pattareeya Winitnaiyapak ได้ออกมาโพสต์ภาพตัวเองกำลังนั่งแกะสติ๊กเกอร์รูปเสือดำติดบริเวณกำแพงหน้าบ้าน พร้อมระบุข้อความว่า รอพรรคพวกมาวาดรูปไม่ทันใจ ติดสติ๊กเกอร์เองเลยค่ะ ใครอยากมาดึงมาทึ้งเชิญค่ะ กล้องวงจรปิดพร้อมระบบชัดเชียว นอกจากใบหน้า แล้วอาจมองเห็นบนบ่าด้วยว่ายศอะไร เอ๊ยไม่ช่าย.. !!! ในใบหน้ายิ้มๆ ของฉัน!!! เวลาโกรธ รับรองแรง!!! เวลาใครทำอะไรกับสัตว์ ไม่ว่าสัตว์เลี้ยง สัตว์ป่า สัตว์ใหญ่ สัตว์น้อย ยกเว้นสัตว์นรก!!! ทั้งนี้สเตตัสดังกล่าวได้ถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์อย่างมากมาย ทว่าขณะเดียวกันได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้เข้ามาคอมเมนต์ โดยกล่าวเพีย
เมื่อวันที่ 5 มี.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการสอบปากคำนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมกับพวกรวม 4 รายที่มาพบพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 2 ที่ผ่านมา ว่า เป็นการสอบปากคำประกอบสำนวนเพื่อความสมบูรณ์ จะสอบเพิ่มเติมหรือไม่นั้น เท่าที่ได้รับรายงานพนักงานสอบสวนไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องสอบ เพราะอย่าลืมว่าคำให้การของผู้ต้องหา กฎหมายไม่ให้รับฟัง ส่วนกรณีที่มีการภาคทัณฑ์ตำรวจรับแจ้งขอหาทารุณกรรมสัตว์ทั้งที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้นั้น เป็นการภาคทัณฑ์ตามอำนาจหน้าที่ เป็นไปตามกฎหมายตำรวจมาตรา 78 (1) ตำรวจต้องทำตามกฎหมาย และ(9) ตำรวจต้องไม่ประมาทเลินเล่อ ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาเบื้องต้นแล้วเห็นว่า การไปรับเรื่องร้องทุกข์ทั้งที่ไม่มีในบทบัญญัติกฎหมาย ทำไม่ได้ตามมาตรา(2) ถ้าจะรับคำร้องทุกข์ได้ก็ต่อเมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ก็คือกฎหมายต้องบัญญัติเป็นความผิดถึงจะรับคำร้องคำร้องทุกข์ได้ เบื้องต้นสั่งการให้ดูเจตนาของผู้แจ้งความไปแล้วว่ามีเจตนาอะไร ส่วนการดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต ผู้ต้
หลังจากเป็นข่าวดังและสังคมจับตา สำหรับคดีที่นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทยฯ และพวก ถูกจับหลังลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก จ.กาญจนบุรี พร้อมยึดซากเสือดำและซากสัตว์ป่าอื่นๆอีก สำหรับความคืบหน้า ล่าสุดตอนนี้มีมีข่าวลือว่า นายเปรมชัยเตรียมลาออกจากตำแหน่งประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทยฯ โดยทางครอบครัวและญาติพี่น้องได้พูดคุยกับนายเปรมชัยแล้ว ก่อนได้ข้อสรุปว่านายเปรมชัยเตรียมลาออกในเร็วๆนี้ เพื่อลดกระแสต่อต้านและผลกระทบที่อาจตามมาด้านธุรกิจของบริษัท ที่ตอนนี้โดนต่อต้านอย่างหนัก นอกจากนี้ทางบอร์ดบริหารของบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ยังเตรียมเสนอตั้งพี่สาวของนายเปรมชัย เข้ามาทำหน้าที่เป็นประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทยฯ แทนด้วย จากนี้จึงต้องจับตามองความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของบริหารบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ต่อไป
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 (บช.ภ.5) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามหมณกุล รองผบ.ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และพวก ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลการตรวจพยานหลักฐานทุกอย่างทางนิติวิทยาศาตร์ ทั้งปืน ดีเอ็นเอ ซากเสือ เนื้อ หนังที่พบ ตรวจสอบวิถีการยิง ในส่วนของเนื้อและหนังแม้ดูเบื้องต้นพบว่าเป็นเนื้อและหนังเสือ แต่ในส่วนการทำสำนวนคดี ต้องส่งพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าเป็นหนังและเนื้อเสือจริงหรือไม่ ในส่วนข้อหาเกี่ยวกับการเข้าป่า ล่าสัตว์นั้น ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานมากเพียงพอที่จะเอาผิด ส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องได้ ในกรณีที่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าใครยิงสัตว์ แต่เจตนาที่นำอาวุธปืนเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ก็ถือว่ามีความผิดแล้ว ส่วนข้อหาใหม่ติดสินบนเจ้าพนักงาน ก็มีการร้องทุกข์กล่าวโทษแก่ทั้ง 4 คนแล้ว แต่รายละเอียดที่ว่าใครเป็นใครในเรื่องการให้สินบน อยู่ในสำนวน ไม่ขอเปิดเผยเรื่องนี้คดีอยู่ที่ บก.ปปป. เมื่อถามว่า กรณีที่มีข่าวระบุว่านายเปรมชัยอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองทวาย
จากกรณี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารอิตาเลียนไทยและพวกอีก 3 คน ประกอบด้วย นายยงค์ โดดเครือ, นางนที เรียมแสน และ นายธานี ทุมมาศ โดนจับฐานลักลอบเข้าตั้งแคมป์ และล่าสัตว์ป่า ในเขตป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก พร้อมซากสัตว์ป่าคุ้มครองหลายชนิดและอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุน ล่าสุด รายการทุบโต๊ะข่าว ทางอัมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่มาที่บ้านของ นายยงค์ 1 ในผู้ต้องหา ที่อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดยเพื่อนบ้าน ชื่อ นางแวว (นามสมมติ) เปิดเผยว่า นายยงค์ทำงานที่อิตาเลียนไทยมาทั้งชีวิต ตอนนี้เกษียณแล้วก็ยังขับรถให้เจ้านายอยู่ นางแววเปิดเผยอีกว่า นายยงค์ เป็นคนดี รักสัตว์ บ้านนายยงค์เลี้ยงสุนัข 7-8 ตัว เลี้ยงในห้องแอร์ บางครั้งนายยงค์ยังซื้ออาหารไปให้สุนัขจรจัดด้วย จึงคิดว่า นายยงค์ไม่น่าจะเป็นคนไปล่าสัตว์ แต่เรื่องที่โดนจับนั้นตนไม่ทราบ ส่วนเรื่องการยิงปืน ตนไม่รู้ว่านายยงค์ยิงปืนหรือไม่ และไม่เคยเห็นนายยงค์พกปืนหรือยิงปืนมาก่อน ตนรู้สึกสงสาร และอยากให้กำลังใจนายยงค์ เพราะตนรักนายยงค์ เหมือนพี่น้อง ขอบคุณที่มา AMARIN TVHD
เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. กล่าวถึงการสืบสวนขยายผลกรณีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริหารบริษัทอิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และพวกลักลอบล่าสัตว์ป่าบนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน โดยเฉพาะการตรวจลายนิ้วมือบนอาวุธปืน ซากเสือ และวัตถุพยานต่างๆในที่เกิดเหตุ ซึ่งต้องเน้นตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องที่ไม่ยากสามารถตรวจสอบได้อยู่แล้ว สำหรับคดีนี้พนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบไม่ใช่เฉพาะสภ.ทองผาภูมิ เท่านั้น แต่ยังมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงกำกับดูแล ทั้งพล.ต.ท.กิตติพงษ์ เงามุก ผบช.ภ.7 พล.ต.ท.ศักดา ชื่นภักดี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ที่ดูแลงานด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. ลงไปควบคุมดูแลอีกด้วย ยันยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องการแทรกแซงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจแน่นอน ส่วนจะโอนสำนวนคดีมาไว้ที่ส่วนกลางหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สำหรับงาช้าง 2 คู่ ที่ตรวจค้นได้ในบ้านของนายเปรมชัย จะต้องตรวจสอบ
จากกรณีเจ้าหน้าที่ เข้าจับ เปรมชัย กรรณสูต ประธานอิตาเลียนไทย ยักษ์ใหญ่ก่อสร้าง พร้อมพวกอีก 3 คน ตั้งแคมป์กลางป่าทุ่งใหญ่ ผงะซากเสือดำ เก้ง ไก่ฟ้า ปืนไรเฟิลติดกล้อง ลูกซอง กระสุนเพียบ สอบสวนปฏิเสธ ไม่ได้ล่าสัตว์ ปืนก็ไม่ใช่ของตนเอง ดำเนินคดี 9 ข้อหา ส่งฝากขังศาล ก่อนได้ประกันตัว กรมอุทยานฯ แถลงชี้แจงวุ่น โต้เป็นแขกวีไอพี ยอมรับเปรมชัยขอเข้าพื้นที่ศึกษาธรรมชาติ แต่กลับไปตั้งแคมป์ในจุดหวงห้าม ล่าสุด เมื่อลงไปยังพื้นที่เกิดเหตุ นายอนุวงศ์ ศรีจันทร์ เจ้าหน้าที่ฯ เผยเหตุการณ์ ค่ำวันที่ 4 ก.พ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่นายอื่นๆ เข้าตรวจพื้นที่ หลังรับแจ้งมีผู้กระทำผิด ขับรถเข้าไปใกล้ มีเสือดำตัวหนึ่ง วิ่งมานำหน้ารถ ก่อนหายไป และเจ้าหน้าที่มาพบซากเสือดำ สันนิษฐานว่า เสือดำตัวดังกล่าวน่าจะเป็นคู่ของเสือที่ตาย เหมือนเสือดำผัวเมีย เห็นคู่ตาย ตกใจวิ่งหนีกระสุน โดยเคยเห็นเสือดำคู่นี้มาก่อนหลายครั้ง เหมือนเสือตัวดังกล่าวจะมาบอกอะไร จากนั้นจึงไปเจอหม้อต้มใกล้เต็นท์ เปิดดูพบหางเสือดำต้มคล้ายซุปหางวัว แต่เป็นซุปเสือดำ สัตว์หายาก ขณะที่คุณเปรมชัย เจ้าสัวแสนล้าน ไม่พูดอะไรเลย ดูการแล่เสือ มืออาชีพมาก ดูแล้ว แล่
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 7 ก.พ. พ.ต.อ.ณธรรศ ชัยรัตน์ ผกก. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.ภ.7 พร้อมด้วย พ.ต.ท.เพทาย จันทร์ไพร รอง ผกก.3 บก.สส.ภ.7 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภาค 7 และสืบสวน สภ.บ้านโป่ง พร้อมหมายตรวจค้น เลขที่ ค 48/2561 ของศาลจังหวัดราชบุรี เพื่อขอเข้าตรวจค้นหาหลักฐานในการประกอบสำนวนคดี ณ บ้านเลขที่ 84 ม.8 บ้านมะขาม ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ของนายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ผู้ต้องหา ที่ร่วมกันล่าสัตว์ป่าในพื้นที่หวงห้ามของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และมีซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งลักษณะเป็นบ้านปูนชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นเรียบง่าย มีรั้วรอบขอบชิด ทั้งนี้ยังพบว่าเลี้ยงสุนัขไว้เฝ้าบ้านมากถึง 10 ตัว โดยในการขอเข้าตรวจค้น นายยงค์ ซึ่งได้รับการประกันตัวมาตั้งแต่เมื่อวานนี้ พร้อมด้วยภรรยาและลูกๆ ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าบันทึกภาพ ขณะเจ้าหน้าที่ตรวจค้นภายในบ้าน จากการพูดคุยสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ให้ข้อมูลว่า นายยงค์เป็นคนพื้นเพบ้านมะขาม แต่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพตั้งแต่เป็นวัยรุ่น นานๆ ครั้งจึงจะกลับบ
